มีหลายธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) ที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ปลุกปั้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เดินหน้ามาได้ และประสบความสำเร็จ แต่ที่ปังจริง ๆ ก็คงต้องยอมรับ กาแฟ Cafe Amazon ที่ต้องถือว่า OR ได้ปลุก “คอกาแฟไทย” ให้ตื่นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลไตรมาสสอง ของปี 2569 Cafe Amazon มียอดจำหน่าย 117 ล้านแก้ว
แม้การแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้นแต่ OR ก็เบี่ยงซ้าย-เบี่ยงขวา จนได้จุดลงตัว มีทั้งราคาที่…คนเข้าถึงได้ และพร้อมขยับเป็นพรีเมี่ยมให้บริการ Café Amazon Experience แห่งแรกของโลก ย่านอารีย์ กทม. เพื่อต่อยอดแบรนด์สู่การเป็น Lifestyle Destination หมายถึงเมื่อนึกถึง OR ต้องไม่ใช่ “ปั๊มน้ำมัน PTT Station” เท่านั้น

OR Ecosystem ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาพของ OR ชัดเจนขึ้น โดยขยับมาทำธุรกิจค้าปลีกและบริการอย่างหลากหลาย แต่เนื่องจากธุรกิจนี้แข่งขันดุเดือด ดังนั้นการเดินสู่ “สนามแห่งความท้าทาย” จึงต้องปิดจุดเสี่ยงไว้ด้วย ระยะหลัง ๆ OR จึงเน้นจับมือกับ “พันธมิตรทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญ” ในแต่ละสาขา เพื่อการันตีว่า การกระโดดเข้าสู่ตลาดแข่งขัน จะไม่เสี่ยงเกินไปและโอกาสประสบความสำเร็จสูง
Budget Hotel หรือ โรงแรมราคาประหยัด เป็นอีกธุรกิจที่ OR ลงมาเล่น ท่ามกลางคำถามมากมายว่า “จะไปไหวหรือไม่” เมื่อความถนัดอยู่ที่การค้าขายน้ำมันดีเซล-น้ำมันเบนซิน แล้วมาทำธุรกิจโรงแรมที่พัก ซึ่งเป็นกันคนละศาสตร์ แถมเป็นโรงแรมราคาประหยัด ตามที่ได้วางราคาไว้ระหว่าง 800-1,300 บาทต่อคืน แต่การตัดสินใจทำครั้งนี้ จับมือกับ “เครือเซ็นทารา” ยักษ์ใหญ่ในวงการ ก็เชื่อว่า OR จะเดินหน้าทำ Budget Hotel ได้ตามแผน แต่จะต่อยอดกับกิจการปั๊มน้ำมัน OR ได้มาก-น้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะถือเป็นเรื่องที่ท้าทายในทางธุรกิจ

หลังได้พันธมิตรที่เชี่ยวชาญ OR ประกาศจับมือกลุ่มเซ็นทรัล ก็เดินหน้าโดยตั้งบริษัทร่วมทุน “พิท สต็อป โฮเทล” โดย OR ถือหุ้น 49% และ เซ็นทารา ถือหุ้น 51% มูลค่าการลงทุนรวม 706 ล้านบาท เป็นสัดส่วนการลงทุนของ Modulus Ventures ในกลุ่ม OR จำนวน 346 ล้านบาท ส่วนเซ็นทารา 360 ล้านบาท
Budget Hotel ของ ผู้บริหาร OR มองว่า สอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset Optimization เป็นการนำพื้นที่และสินทรัพย์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในเครือข่าย PTT Station มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะ “เจ้าของ PTT Station” เป็นนักสะสมที่ดินไม่น้อย เมื่อ OR มาทำโรงแรมด้วย ก็ได้รับการตอบรับจากเครือข่ายเป็นอย่างดี ช่วยตอบโจทย์สร้างรายได้เพิ่มในปั๊มน้ำมัน ทำให้มีรายได้จากหลายทางทั้งค่าที่พักเพิ่ม และยังช่วยดึงคนเข้าปั๊ม เพิ่มยอดขายธุรกิจ Food & Lifestyle ของ PTT Station แต่ OR ก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำ Budget Hotel นอกปั๊มด้วย หากเป็นทำเลที่มีศักยภาพ สุดทางของธุรกิจนี้จะเป็นการขาย Franchise ไม่ต่างจาก Cafe Amazon ช่วยให้โรงแรมขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อไป OR จะรับจ้างบริหารโรงแรมด้วย
“ราชสุดา รังสิยากูล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกิจการพิเศษ OR เล่าแผนการลงทุนไว้น่าสนใจว่า “Budget Hotel จะเปิดดำเนินการแห่งแรกในไตรมาส 3 ปี 2570 ก่อนจะทยอยเปิดอีก 5 แห่งในปี 2571 และขยายต่อให้ครบตามแผน 50 แห่ง ภายในปี 2574 คาดว่าธุรกิจนี้จะเติบโตประมาณ 7.3% EBITDA Margin 40-45% ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 7-10 ปี ซึ่งขณะนี้หลายทำเลกำลังเริ่มก่อสร้างแล้ว”

สำหรับ “รูปแบบของโรงแรม” คร่าว ๆ จะมี 5 ชั้น รวม 79 ห้อง 10 ห้องแคปซูล เฟสแรกนำร่อง 6 แห่งในทำเลศักยภาพ ได้แก่ ภูเก็ต กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา สงขลา (หาดใหญ่) จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี และ กทม. ทั้ง 6 แห่งนี้จะใช้โมเดล COCO (Company Owned, Company Operated) ส่วนระยะถัดไปในไตรมาส 3 ปี 2570 จะได้เห็นที่ กาญจนบุรี นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งกำลังก่อสร้างแล้ว ถัดไปในไตรมาส 2 ปี 2571 จะเกิดที่ดอนเมือง กทม. ตรงข้าม Terminal 2 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง และจุดตรงสนามบินภูเก็ต และแยกหาดจอมเทียน พัทยา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม กลุ่มเป้าหมายรวบทั้งนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ รวมถึงกลุ่มที่เดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจและต้องการที่พักระหว่างทางด้วย
การแข่งขันสูงอย่างนี้ ไม่นับรวมที่พักของคนในท้องถิ่นที่ทำแบบมืออาชีพชีค ๆ ก็มีเยอะ “ราชสุดา” ย้ำว่า จุดเด่นของ Budget Hotel ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ด้วยราคาที่พักที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็รองรับอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) ตั้งแต่ทางเข้าและห้องพัก อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการอย่างครอบคลุมทุกสภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ทุพพลภาพ คนชรา สตรีมีครรภ์ และเด็ก มีที่จอดรถ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงสะดวกในการเดินทาง ความปลอดภัย ความสะอาด
“ในปี 2574 PTT Station จะเพิ่มจาก 2,300 เป็น 2,800 แห่ง เป้าหมายมีผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 5 ล้านคนต่อวันจาก 3.9 ล้านคนต่อวัน Budget จะช่วยให้มีผู้มาใช้บริการถึงเป้าหมายได้ และต่อยอดธุรกิจของ OR ทำให้สถานีบริการ PTT Station ไม่ได้เป็นเพียง “จุดพักรถ” เพื่อเติมน้ำมันหรือดื่มกาแฟอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นจุดหมายสำหรับการพักค้างคืนที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์พื้นที่เดิมที่มีอยู่ สร้างมูลค่าเพิ่ม และโรงแรมราคาประหยัดจะช่วยให้เรามีลูกค้าใหม่ ๆ ต่อยอดจากร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟอเมซอน ร้านซักรีด และ ธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่เรามีในปั๊มเดิม เป็นเครื่องมือเพิ่ม Traffic และระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการภายในปั๊ม ทั้งช่วยเปลี่ยนจากผู้ใช้บริการเป็นผู้เข้าพัก สร้างรายได้ใหม่จากฐานลูกค้าเดิม เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจอื่นใน Ecosystem ของ OR” ราชสุดา อธิบาย

สำหรับ Budget Hotel จะทำให้ PTT Station ไปสู่การเป็น “จุดหมายที่นักเดินทางต้องแวะพัก” ได้จริง ๆ หรือไม่ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR ตอกย้ำถึงมั่นใจในการขยายมาธุรกิจโรงแรมครั้งนี้ว่า Budget Hotel มี “กลุ่มเซ็นทารา” เข้ามาเป็นพันธมิตร จะช่วยให้ธุรกิจนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ก็มีการเติบโต แม้จะมีปัจจัยกดดันหลายอย่าง แต่เนื่องจากภาครัฐเดินหน้าผลักดันมาตรการกระตุ้นการเดินทาง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
“เราให้ความสำคัญกับการมุ่งแสวงหาธุรกิจใหม่ เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และเติมเต็มระบบนิเวศของ OR ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น Budget Hotel เป็นการสร้าง Ecosystem ของ OR ทำให้ PTT Station ไม่ใช่เพียงจุดพักระหว่างทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่สร้างคุณค่าให้ทั้งผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” ม.ล.ปีกทอง กล่าวย้ำถึงความมั่นใจในการลงทุน Budget Hotel ร่วมกับ “กลุ่มเซ็นทารา”
งานนี้ถือเป็นความท้าทาย ที่รอการพิสูจน์ถึง “ผลงาน” ในอนาคต ว่า…Budget Hotel ภายใต้การกุมบังเหียนของ “ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่” CEO OR พร้อมทีมงาน…ที่ตัดสินใจในการ “ร่วมทุน” กับ “เครือเซ็นทรัล” จะสัมฤทธิ์ผลอย่างไร หลัง “ม.ล.ปีกทอง” จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือน ก.พ.2570 ถือเป็นเรื่องน่าติดตาม และรอผลลัพธ์ในอนาคต!!!
…………
รายงานพิเศษ : กิตติ์ธเนศ ตั้งสิริธนนันท์



















