กรมชลฯ เตือน 4 จังหวัด เฝ้าระวังแม่น้ำแม่กลอง หลังฝนเพิ่ม คาดอาจปรับระบายท้ายเขื่อนมากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ปริมาณแม่น้ำป่าสักและเจ้าพระยามีปริมาณแต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร
กรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 6–7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ตุลาคม 2569 ยังมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้นตามลำดับ
จากสถานการณ์ดังกล่าว เขื่อนแม่กลองมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา คาดว่า อัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง อาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและน้ำที่เกิดขึ้นจริงในช่วงดังกล่าว

กรมชลประทานจึงขอให้ ประชาชนและผู้ประกอบการ ที่อาศัยอยู่ ริมแม่น้ำแม่กลอง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น พร้อมยกสิ่งของขึ้นที่สูง ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า
ขณะที่สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสักนั้น
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรีมีปริมาณน้ำเก็บกัก 927 ล้าน ลบ.ม. (106%) ระบายน้ำ 500 ลบ.ม./วินาที ถือว่าทรงตัว
ส่วนเขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 747 ลบ.ม./วินาที และแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.20 เมตร

พื้นที่เฝ้าระวัง: บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ตำบลท่าเรือ ท่าหลวง จำปา ท่าเจ้าสนุก ศาลาลอย วังแดง โพธิ์เอน และปากท่า
แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ)
ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,278 ลบ.ม./วินาที (ควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที )
ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร



















