“เทพไท”จับตาเปลี่ยนภาษีบาปเป็นงบรัฐ ลุ้นชะตา!!“TPBS”ในมือ“ระบอบสีน้ำเงิน”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“เทพไท เสนพงศ์” ชี้จับตาเกมการเมือง หลังภูมิใจไทยเดินหน้าแก้กฎหมายไทยพีบีเอส เปลี่ยนเงินอุดหนุนจากภาษีสุรา-ยาสูบเป็นงบประมาณแผ่นดิน มองเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างสื่อสาธารณะ ตั้งคำถาม 3 ทางเลือก อนาคตไทยพีบีเอสจะถูกเปลี่ยนเป็นสื่อของรัฐ ยุบตั้งกองทุนสื่อสาธารณะ หรือคงสถานะเดิมแต่รื้อโครงสร้างครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์ถึงชะตากรรมของ “ไทยพีบีเอส” ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญให้ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุราและยาสูบ และเปลี่ยนมาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลแทน ว่า

ชะตากรรม ไทยพีบีเอส ในระบอบสีน้ำเงิน
ช่วงนี้มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล กำลังเตรียมการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส และสสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ที่ได้รับงบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบ หรือที่เรียกกันว่าภาษีบาป ให้กลับมาใช้งบประมาณจากรัฐบาล ผ่านการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล เหมือนกับองค์กรอื่นๆ ซึ่งมีแนวโน้มว่า ทั้งพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล ต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบของไทยพีบีเอสและสสส.อย่างเต็มที่ และมีโอกาสจะประสบความสำเร็จด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยพีบีเอส ซึ่งน่าจะมาจากเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ


1.ทั้งพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล ต้องการจัดระเบียบสื่อทั้งหมดที่เป็นของรัฐบาล หรือได้รับงบประมาณจากรัฐบาล ให้มาอยู่ในการบริหารจัดการของรัฐบาลทั้งหมด เพื่อสามารถใช้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลได้


2.เพื่อต้องการตัดแขนขาของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ที่อาศัยงบประมาณสนับสนุนการเคลื่อนไหวด้านข่าวสารจากสื่อสาธารณะ โดยผ่านองค์กรเอ็นจีโอ ซึ่งเป็นแนวร่วมสำคัญกับกลุ่มการเมืองฝ่ายก้าวหน้า


3.รัฐบาลชุดนี้ประเมินแล้วว่า มีอำนาจเบ็ดเสร็จสามารถแก้กฎหมายได้ในทันที สามารถผลักดันให้ผ่านความเห็นชอบอย่างรวดเร็ว แบบ3วาระรวดก็ได้ เพราะรัฐบาลมีเครือข่ายเสียงสนับสนุนทั้งสภาบนและสภาล่าง ในสภาสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาลคุมเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จ ในส่วนของวุฒิสภา ก็มีส.ว.เครือข่ายสีน้ำเงิน คอยสนับสนุนเป็นจำนวนมาก จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสื่อสาธารณะ และสามารถผ่านได้อย่างแน่นอน


4.เนื่องจากไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะ ที่ทำงานแบบโดดเดี่ยว ไม่สร้างแนวร่วม จึงทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดทั้งในกลุ่มสื่อด้วยกัน และกลุ่มนักวิชาการ จะเห็นได้ว่ามีสื่อจำนวนหนึ่งที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง และไม่สนับสนุนให้ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะต่อไป ในส่วนนักวิชาการก็เช่นเดียวกัน มีทั้งสนับสนุนให้ไทยพีบีเอสยังคงเป็นสื่อสาธารณะอยู่ และส่วนหนึ่งก็คัดค้านไม่อยากให้มีไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะอีกต่อไป


5.สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ยุคก่อนมีสื่อจำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่เป็นสื่อที่รัฐบาลเข้าไปยึดกุมหรือเป็นของรัฐบาล จึงทำให้ไม่มีแนวคิดจัดตั้งสื่อสาธารณะขึ้นมา แต่ปัจจุบันสื่อสาธารณะมีจำนวนมาก จึงไม่จำเป็นต้องมีไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะอีกต่อไป


ถ้าการพิจารณาจากท่าทีของพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล จะเห็นว่ามีความมุ่งมั่นและมีความเอาจริงเอาจัง ที่จะเปลี่ยนแปลงไทยพีบีเอสให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ แนวทางของไทยพีบีเอส น่าจะแปรสภาพออกมาเป็น3แนวทาง คือ


1.รัฐบาลมายึดกุมไทยพีบีเอส ให้ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเหมือนกับหน่วยงานราชการทั่วไป และสภาพของไทยพีบีเอสเป็นสื่อของรัฐบาล เหมือนกับช่อง 11 หรืออาจจะแปรสภาพเหมือนกับช่อง9 อสมท.


2.มีกระแสการเรียกร้องให้ยุบทิ้งไทยพีบีเอส เพื่อไม่ให้รัฐบาลเข้ามายึดครอง ได้ใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ โดยใช้งบประมาณจากภาษีบาปตั้งเป็นกองทุนสื่อสาธารณะ เพื่อให้กลุ่มสื่อสาธารณะใดก็ได้ สามารถขอใช้เงินทุนจากกองทุนสื่อสาธารณะนี้ได้ โดยมีคณะกรรมการกองทุน ในการคัดเลือก ในการตรวจสอบโครงการ และในการประเมินผลความสำเร็จของสื่อสาธารณะ ที่ใช้งบประมาณจากกองทุนนี้


3.อาจจะให้มีไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะอยู่เหมือนเดิม แต่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด และการดำเนินรายการของไทยพีบีเอส ต้องเปิดโอกาสให้สื่อสาธารณะอื่นๆ เข้ามาจัดรายการ หรือเป็นเจ้าของรายการได้ด้วย โดยไทยพีบีเอสเป็นเพียงสื่อสาธารณะแม่ข่าย หรือเป็นองค์กรหลักของสื่อสาธารณะ และแชร์เวลารายการให้กับสื่อสาธารณะอื่นๆด้วย


เพราะฉะนั้นต้องจับตาดูว่า ความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลชุดนี้ ที่ต้องการเข้ามายึดกุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จสามารถทำได้หรือไม่ และการเมืองในระบอบสีน้ำเงิน ที่รุกคืบเข้าไปยึดกุมทุกองคาพยพในสังคม สามารถยึดกุมองค์กรสื่อได้ด้วยหรือไม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img