แจงย้าย“นอภ.บ้านสร้าง”นายกฯไม่ได้สั่ง มท.2ย้ำเชื่อรายงานผู้ว่าฯมากว่าโซเชียล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รมช.มหาดไทย แจงปมย้าย “เสฏฐวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง ยืนยันเป็นผลจากรายงานของอดีตผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ และผู้นำท้องถิ่นที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ย้ำ “อนุทิน” ไม่ได้สั่งย้าย ชี้เป็นเพียงการให้พ้นพื้นที่ชั่วคราว หากสอบแล้วไม่พบความผิด สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมปัดไม่มีเรื่องการเมือง

เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังมีปัญหาและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการรับมือและช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า จากการรายงานของนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ รวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ต่างรายงานปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอบ้านสร้างไปในทิศทางเดียวกัน

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนเป็นผู้รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี โดยเป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานด้วยวาจาจากจังหวัด ขณะเดียวกัน หลังมีคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ตนจึงทราบภายหลังว่า นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนว่าแนวทางการรายงานจากผู้บังคับบัญชาในพื้นที่มีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน

“ผมเข้าใจว่า นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ที่ทำโซเชียลมีเดียได้ดี ประชาชนจึงเห็นวิธีการปฏิบัติหน้าที่ผ่านสื่อออนไลน์ แต่ในเชิงการปฏิบัติหน้าที่หน้างาน การสื่อสาร หรือการสนองนโยบาย อาจไม่ได้เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่เห็นในโซเชียลมีเดีย” นายพลพีร์กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น รวมถึงรองผู้ว่าฯ ที่รักษาราชการแทน มีความเห็นตรงกันว่า ควรให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ไปก่อน และให้ปลัดอำเภอเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนแทน พร้อมยืนยันว่า ประชาชนในอำเภอบ้านสร้างไม่ต้องกังวล เพราะกระทรวงมหาดไทยรับทราบสถานการณ์และปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำที่มีความรุนแรงและอาจต้องรองรับน้ำจากพื้นที่อื่น รวมถึงการระบายน้ำที่ยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

นายพลพีร์กล่าวอีกว่า เมื่อหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งอดีตผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ที่รักษาราชการ รวมถึงผู้นำท้องที่และท้องถิ่น จึงเป็นเหตุให้อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ไปก่อน

พร้อมยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองย้ายนายอำเภอ เนื่องจากในวันที่ตนรายงานนายกรัฐมนตรีนั้น คำสั่งของอธิบดีกรมการปกครองได้ออกไปแล้ว และภายหลังจึงพบว่าอดีตผู้ว่าฯ ได้มีหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“พวกผมอาจลงพื้นที่ไปวันสองวัน หรือวันหนึ่ง 5 ชั่วโมง เราอาจไม่เห็นพฤติกรรมหรือวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเท่ากับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จริง ฉะนั้นเราต้องรับฟังผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ เพราะเขาเป็นผู้ที่อยู่กับสถานการณ์” นายพลพีร์กล่าว

ส่วนกระแสในโลกออนไลน์ที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายอำเภอบ้านสร้าง นายพลพีร์ กล่าวว่า โลกความเป็นจริงกับโลกออนไลน์อาจมีความแตกต่างกัน และการทำงานช่วยเหลือประชาชนหน้างานเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็เป็นช่องทางสื่อสารสองทางที่ประชาชนสามารถสะท้อนปัญหา และเจ้าหน้าที่สามารถนำเสนอการปฏิบัติงานได้

นายพลพีร์ย้ำว่า การให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่เป็นการให้ย้ายออกมาก่อนเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วพบว่าไม่มีความผิด ก็สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเดิม

สำหรับกรณีที่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาโพสต์ข้อความปกป้องนายเสฏฐวุฒิ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะนายอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเกิดอุทกภัยที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ และต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกระแสประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีที่ออกมาสนับสนุนนายอำเภอบ้านสร้าง นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีความคิดเห็นหลายด้าน โดยภาคเอกชนบางส่วนก็สะท้อนว่าการบริหารจัดการน้ำและการดูแลประชาชนในบางพื้นที่อาจยังไม่ดี ขณะที่บางคนระบุว่าเห็นนายอำเภอผ่านสื่อออนไลน์ แต่ยังไม่เห็นตัวจริงในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย

ส่วนกรณีข่าวว่านายอำเภอบ้านสร้างอาจมีความขัดแย้งกับอดีตผู้ว่าฯ จากประเด็นการให้ทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ นายพลพีร์ กล่าวว่า หากมีข้อมูลก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ เนื่องจากรองผู้ว่าฯ ที่รักษาราชการแทน และผู้นำท้องถิ่นก็รายงานปัญหาไปในทิศทางเดียวกับอดีตผู้ว่าฯ จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อถามย้ำว่าการสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวยืนยันว่า “ไม่มีการเมืองอยู่แล้ว” เนื่องจากมีทั้งรายงานจากจังหวัดและเอกสารจากอดีตผู้ว่าฯ รวมถึงรายงานจากรองผู้ว่าฯ อย่างชัดเจน และหากมีการสอบสวนจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img