รมว.ยุติธรรม เผย DSI ตั้งเรื่องสืบสวนกรณีสามี “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” อาจเกี่ยวข้องเครือข่ายสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ตั้งแต่ 8 ต.ค. ประสานตำรวจ-ปปง. รวบรวมหลักฐาน เตรียมเชิญ “สุชาดา-สามี-รังสิมันต์-ศิริโชค” ให้ข้อมูล ย้ำแม้ระบุขายหุ้น 1% แล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัด พร้อมเปิดตรวจสอบทุกประเด็นที่เข้าข่ายผิดกฎหมายไทย
เมื่อเวลา 08.37 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ พร้อมด้วยนายไทหยาง ซาง สามี เข้าชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีมีเหตุสงสัยว่าสามีอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ว่า DSI ได้ตั้งเรื่องสืบสวนมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 19 ต.ค. คณะทำงานที่ประกอบด้วย DSI กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ประชุมหารือรายละเอียดของคดี และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ส่วนวันนี้ตนทราบว่า น.ส.สุชาดา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ DSI แล้ว
เมื่อถามถึงกรอบการสืบสวนสอบสวน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขณะนี้ต้องมุ่งเน้นการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย DSI รับเรื่องไว้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. และได้รวบรวมพยานหลักฐานมาพอสมควรแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนำข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ทั้งนี้ DSI จะเชิญ น.ส.สุชาดา นายไทหยาง รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงเปิดรับพยานหลักฐานอื่น ๆ หากมีผู้ใดนำเสนอเพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบสำนวน
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.สุชาดา ระบุว่าสามีขายหุ้น 1% ไปแล้ว พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่นิ่งนอนใจ
เมื่อถามว่า DSI เป็นผู้ตั้งเรื่องสืบสวนเองหรือมีผู้ร้องเรียน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นการตั้งเรื่องเอง เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นความผิดอาญาที่สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยพยานหลักฐานจากหลายส่วนจะถูกนำมาประกอบกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีที่ถามว่า การที่ DSI รับเรื่องไว้เกี่ยวข้องกับมูลค่าความเสียหายที่เกิน 300 ล้านบาทหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเรื่องของการสืบสวน ส่วนจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะเป็นการ “ฟอกขาว” หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวต้องรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญพยานมาให้ข้อมูล เพื่อให้ปรากฏอยู่ในสำนวน โดยการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้านถือเป็นแนวทางที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
สำหรับประเด็นที่จะมีการสอบสวนเพิ่มเติม พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายไทย โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องการพนัน เนื่องจากอาจมีกฎหมายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีประเด็นทางกฎหมายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องเปิดการตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมด หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



















