‘เทพไท เสนพงศ์’ วิเคราะห์ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล ชี้ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รมว.ดีอี อาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของฝ่ายค้าน แม้ ‘อนุทิน’ ถูกพุ่งเป้าหนัก แต่มีจุดแข็งในฐานะนายกฯ พร้อมจับตาข้อกล่าวหาหลายด้าน ตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ปมเงินสินบน 40 ล้านบาท ที่ดินเขากระโดง ไปจนถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งต้องรอการชี้แจงข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 26 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า
ไชยชนก คือเป้าใหญ่ ตีลูกเจ็บถึงพ่อ
สำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า จะอภิปรายกันกี่วัน และประธานสภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้มีการอภิปรายในวันไหน หรือจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทันในสมัยประชุมนี้หรือไม่
นับว่าเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายมีการวิเคราะห์กันไปต่างๅนานา แต่ถ้าหากการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการอภิปรายกันจริงๆ มีการวิเคราะห์กันว่า ในจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย 18 คน ใครจะเป็นเป้าหมายใหญ่บ้าง
สำหรับบุคคลที่ถูกฝ่ายค้านจองกฐินอภิปรายในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงข้อกล่าวหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พุ่งเป้าไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีข้อกล่าวหายาวเหยียด และน่าจะเป็นเป้าหลักของฝ่ายค้านจะอภิปรายนายอนุทิน
แต่ถ้าเมื่อพิจารณาถึงยุทธศาสตร์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลครั้งนี้ นายอนุทิน อาจจะมีข้อกล่าวหามากที่สุด แต่ถือว่าเป็นบุคคลที่มีจุดแข็งมากที่สุด เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลต้องสามัคคีกันสนับสนุน และยังมีพรรคกล้าธรรมที่เป็นพรรคฝ่ายคอยจะเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมสนับสนุนเต็มที่
แต่ถ้าดูสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้ จะเห็นได้ว่าบุคคลหรือรัฐมนตรีที่น่าเป็นห่วง และน่าจะตกเป็นเป้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเป็นนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี เพราะถ้าหากการอภิปรายนายไชยชนก จะส่งผลกระทบไปยังครูใหญ่ หรือนายเนวิน ชิดชอบในฐานะที่เป็นบิดา การอภิปรายแบบตีหัวนายไชยชนก ก็เจ็บไปถึงนายเนวิน เพราะนายไชยชนก คือกล่องดวงใจของครูใหญ่
เพราะฉะนั้นการอภิปรายนายไชยชนกสร้างผลกระทบไปยังความรู้สึกหรือความเจ็บปวดของครูใหญ่อย่างแน่นอน และถ้าเมื่อดูข้อกล่าวหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเห็นว่านายไชยชนก ถูกข้อกล่าวหาในประเด็นสำคัญๆอยู่หลายประเด็น เช่น
1.ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะมีการอภิปรายถึงโครงการ TH-AI Passport ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก่อนหน้านี้ และมีการตั้งข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลของโครงการ และยิ่งผลในทางปฏิบัติโครงการนี้ เคยตั้งเป้าผู้ใช้บริการ AI สูงถึง5ล้านคน แต่เมื่อโครงการเริ่มขึ้นกลับมีผู้เข้าใช้บริการเพียง1.3ล้านคนเศษเท่านั้น
และจะมีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับนายไชยชนกได้ประกาศก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีดีอีว่า มีกลุ่มธุรกิจสีเทาเสนอเงื่อนไขติดสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นข้อครหาจากหลายฝ่าย และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากนายไชยชนก ว่าข่าวหรือกระแสข่าวการติดสินบน 40 ล้านบาทนั้นมาจากใคร กลุ่มธุรกิจใด และเป็นจริงหรือไม่
2.ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู ก็อาจจะเป็นการอภิปรายถึงพฤติกรรมส่วนตัว ที่เกี่ยวข้องกับการไม่มีความกตัญญูต่อบุพการี หรือผู้มีพระคุณ หรืออาจเป็นประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมด้านอื่นๆด้วย
3.มีพฤติกรรมผิดปกติ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะพูดถึงบุคลิกหรือสติปัญญา หรือความรู้ความสามารถของนายไชยชนก ว่าที่เป็นรัฐมนตรีได้ทุกวันนี้ ก็เพราะการสนับสนุนของผู้เป็นบิดา จึงมีข้อกล่าวหานี้ขึ้นมาอภิปรายนายไชยชนกโดยเฉพาะ
4. จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งน่าจะหมายถึงปัญหาที่ดินเขากระโดง ที่ครอบครัวของนายไชยชนกครอบครองอยู่ และยึดเอาที่ดินจำนวน 5000 ไร่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยมาใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับข้อกล่าวหานี้
5.เรื่องการปราบปรามพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ สืบเนื่องจากกรณีของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือไอเดีย อดีตเลขานุการรัฐมนตรีดีอี ที่ถูกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสามี มีหุ้นในบริษัทธุรกิจพนันออนไลน์ หรือเว็บการพนัน ที่กระทรวงดีอีประกาศตั้งเป้าจะปราบปรามปิดเว็บพนันออนไลน์ และเคยประกาศว่าิมีการปิดเว็บพนันออนไลน์ได้ถึง 900,000 กว่าเว็บ แต่ว่าในที่สุด
ก็ยังหลงเหลือเว็บการพนันออนไลน์ของสามีของนางสาวสุชาดา จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
จากข้อกล่าวหาในญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด น่าจะเป็นประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจพุ่งเป้าไปยังนายไชยชนก ชิดชอบ จึงทำให้เชื่อว่านายไชยชนกน่าจะเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่ตกเป็นเป้าใหญ่ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า นายไชยชนกจะแก้ข้อกล่าวหาของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้หรือไม่ และเป็นการชี้วัดอนาคตทางการเมืองของนายไชยชนก ว่าสามารถฝ่าฟันข้อกล่าวหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ เพื่อก้าวไปสู่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป



















