ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย “พรรคประชาชน” กำลังรอง้างดาบฟาด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมตรีและรมว.มหาดไทย กับอีก “17 รัฐมนตรี” ในศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงการเจรจาต่อรองแบบปักหลัก “ไม่ยอมถอย” เรื่องกรอบเวลาการอภิปราย ที่ยื่นคำขาดขอซักฟอก 5 วัน
จนสุดท้าย…การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เดิมจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ก็เป็นหมัน ต้องขยับออกไปเดือนพ.ย.หรือธ.ค.ไปเลย เพราะฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ยอมเช่นกัน เพราะอ้างว่า ยอมถอยให้แล้วคือเพิ่มวันจันทร์ 26 ต.ค.ให้ หลังประชุมครม.ตอนเช้าเสร็จ แต่ฝ่ายค้านก็ไม่ยอม
ทำให้ถึงตอนนี้ ยังไม่รู้ได้เลยว่า ศึกซักฟอก…จะระเบิดขึ้นในวันใด และหากมีการเปิดโต๊ะเจรจากันอีกรอบ ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน สุดท้ายจะ “วงแตก” อีกหรือไม่ ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงตอนนี้ยังคลุมเครือทางการเมือง
ขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” หัวหอกหลักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่คีย์แมนหลายคน กำลังชุลมุนในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจและการใช้ช่องทางคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ตรวจสอบรัฐบาล เช่น การใช้ช่องทางคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ที่มี “รังสิมันต์ โรม” เป็นประธานกมธ.ตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน-หุ้นของ สามี “สุชาดา แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่โยงไปถึงเว็บพนันออนไลน์ เพื่อนำข้อมูลมาอภิปรายรัฐมนตรีหลายคนที่มีชื่อใน 18 คน เช่น “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลฯ-“พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม จนได้ข้อมูลหลายอย่างที่สามารถนำไปซักฟอกกลางสภาฯ โยงให้เห็นทำนอง มีการเลือกปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสอบสวนปราบปรามสแกมเมอร์-เว็บพนันออนไลน์ของรัฐบาล
แต่ระหว่างนี้ เรื่อง “คลื่นใต้น้ำ” ในพรรคประชาชน ก็ก่อตัวขึ้นอีกระลอก จากผลพวงวาทกรรม “บันเทิงธิปไตย” ที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ผู้ก่อตั้งพรรคส้ม-อนาคตใหม่ จนมาเป็นพรรคประชาชนในเวลานี้ วิพากษ์พรรคประชาชน ให้ปรับทิศทางการทำงานการเมือง อย่าทำการเมืองแบบ “บันเทิงธิปไตย” มากเกินไป
ทำให้ถูกตีความว่า ไม่เห็นด้วยกับทิศทางการเมืองของพรรคประชาชนในเวลานี้ ที่มี “ดาวเด่นเพียงไม่กี่คน” แล้ว “โชว์ออฟทุกอย่าง” เพื่อสร้างแสงในตัวเอง มากกว่าการขับเคลื่อนพรรคให้เดินไปในแนว ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่ไม่ได้เน้นการเมืองแบบหาแสงในโซเชียลมีเดียแบบยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ ถูกตีความว่า น่าจะหมายถึง “สส.พรรคประชาชนบางคน” ที่ดูเหมือนว่า สปอตไลต์จะจับอยู่ที่แค่ไม่กี่คน โดยเฉพาะ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” และ “รังสิมันต์ โรม” จน สส.อีกร้อยกว่าคนของพรรค แทบไม่มีใครรู้จัก
ผลคือทำให้คนในพรรคบางส่วนก็ไม่พอใจ ที่ “ปิยบุตร” ที่ถูกเรียกว่า “ผู้นำจิตวิญญาณคนที่ 2 ของพรรคส้ม” รองจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ออกมาวิพากษ์ “คนในพรรค” ข้างนอกแบบนี้ เพราะทำให้เสียขบวน โดยเฉพาะในช่วงกำลังสู้รบกับรัฐบาล ผ่านศึกซักฟอก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” เพราะทำให้คนมองว่า พรรคประชาชน “มีปัญหาภายในกันเอง”
อย่างเช่น…สื่อบางสำนักเสนอข่าวกรณี “พลอยอลิซ” ทีมงาน สส.ไอซ์ รักชนก #พรรคประชาชน ออกมาโพสต์คลิปสวนกลับ “ปิยบุตร” โดยระบุว่า “มือไม่พายแต่เอาตรีนราน้ำ วิจารณ์ไม่ดูสี่ดูแปด ถาม สูงส่งมาจากไหน ยิ่งออกมาพล่าม คนยิ่งรู้สึกว่าการเมืองน่าเบื่อ ฉะ สื่อสารเฮงซวย ไร้ประโยชน์” นอกจากนี้ ยังระบุว่า “วิธีการเข้าถึงคนในยุคนี้เปลี่ยนไป ต้องมีการสื่อสารที่หลากหลายและ สส.พรรคประชาชน ดาวกระจาย ลุยเจาะหลายประเด็น ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล ขุดคุ้ยการเมืองสกปรก แม้คนไทยจะสนใจแต่ข่าวกระแส ไม่สนการใช้งบอย่างเมามันของรัฐบาล”
แต่ต่อมา สื่อรายงานว่า เจ้าตัวลบโพสต์นี้ออกจากโซเชียลมีเดียไป คาดว่า ต้องการลดปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค หลังถูกโฟกัสในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก
ดราม่าดังกล่าว ยังไม่จบแค่นี้ เพราะกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่การเจรจาต่อรองระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กำลังเข้มข้นก็ เกิดข่าวเรื่อง “ภายในพรรคประชาชน” ที่ออกมาสู่ภายนอก มีการให้ข่าวจากคนในพรรคประชาชน ต่อสื่อมวลชน ในเรื่อง “ไลน์กลุ่ม” ของพรรคประชาชน ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของ สส.บางคน ที่ถูกมองว่า คือคนที่ทำให้ “ปิยบุตร” เรียกการเมืองของพรรคประชาชนว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย”
โดยมีการเสนอข่าวว่า “ไอซ์-รักชนก” ยังแสดงความไม่พอใจผ่าน “คนใกล้ชิด” หรือ “สส.ในพรรคบางส่วน” ต่อ “บุคคลบางกลุ่มในพรรคประชาชน” ที่วัน ๆ ไม่ค่อยทำงาน แต่กลับตั้งวงดื่มไวน์ราคาแพง และใช้วงเหล้าเป็นช่องทางล็อบบี้ สร้างวาทกรรมบั่นทอนคนทำงาน ทั้งที่หากมีข้อวิจารณ์ก็ควรนำมาพูดคุยกันภายในเพื่อแก้ไขปัญหา มากกว่าจะใช้ตรรกะวิบัติโจมตีผู้อื่นในวงสังสรรค์
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า “รักชนก” ตั้งข้อสังเกตว่า การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว อาจไม่ใช่การวิจารณ์ด้วยความสุจริตใจ หรือเป็นการติเพื่อก่อ จึงต้องการเห็นคณะนำพรรคออกมาปกป้องผู้ที่ตั้งใจทำงาน พร้อมทั้งหาวิธีสื่อสารที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กของ “รักชนก” พบว่า มีการโพสต์ข้อความระบุว่า “อย่างนึงที่เลิกได้แน่ ๆ แล้วในชีวิตนี้ คือ การบูชาตัวบุคคล”
อีกทั้งมีการรายงานข่าวว่า แหล่งข่าวระดับสูงภายในพรรคประชาชน เปิดเผยถึงสถานการณ์ภายในพรรคว่า “ขณะนี้ สส.ส่วนหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทุกอย่าง ต้องยึดติดกับกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์มากเกินไป โดยมองว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ในระยะยาวอาจไม่ส่งผลดีต่อพรรค และยิ่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการจัดงานวันเกิดให้ “ปิยบุตร” ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีเฉพาะ สส.รุ่นแรก ๆ ของ “พรรคอนาคตใหม่” ไม่กี่คน ที่ไปร่วมงาน แต่ไม่มี “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และไร้คีย์แมนหลายคนของพรรคประชาชนไปร่วมงานด้วย ก็ยิ่งถูกตีความว่า “รอยร้าว-คลื่นใต้น้ำ” ในพรรคประชาชน ยังไม่จบ สถานการณ์เวลานี้ แค่ ซุกปัญหาไว้ใต้พรม เพื่อรอการเคลียร์ใจบางอย่างเท่านั้น
แบบนี้ ดูแล้วในอนาคต คือปี 2573 ที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชน กล่าวไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ต้นเดือนต.ค.69 ที่ผ่านมา โดยเปรย ๆ ว่า “หากพรรคประชาชน เดินหน้าไปได้ด้วยดี ก็คงให้ผู้บริหารพรรคขับเคลื่อนงานของตัวเองต่อไป พร้อมให้การสนับสนุน แต่หากจะให้กลับมา ก็พร้อมกลับมาช่วยงานพรรคประชาชน หลังพ้นโทษแบนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ที่จะครบกำหนดปี 2573”
แต่ก่อนจะไปถึงตอนนั้น คงต้องรอดูสถานการณ์ “คลื่นใต้น้ำในพรรคประชาชน” ตอนนี้ไปเรื่อย ๆ ก่อน ที่แม้ว่า “คนในพรรค” จะพยายามบอกว่า “พรรคไม่ได้มีปัญหาอะไรภายใน” เพราะเป็นเรื่องของคนจำนวนมากที่มาอยู่ร่วมกัน ย่อมมีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ลึก ๆ หลายคนก็ดูออกว่า “ข้างในพรรคส้ม…มีปัญหาแน่” เพียงแต่พยายามกลบร่องรอยเอาไว้…ไม่ให้ “คนนอกพรรค” เห็น ก็เท่านั้น
………………………………….
คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง
โดย “พระจันทร์เสี้ยว”



















