รมว.ทรัพยากรฯ ไม่ปักใจเชื่อรายงานพื้นที่ ปมสามี “บุ๋ม ปนัดดา” ถูกกล่าวหาบุกรุกป่าสงวนกว่า 100 ไร่ สั่งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำ 26-27 ต.ค. ย้ำหากพบไม่มีหลักฐานเช่าถูกต้อง ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมรื้อถอนทันที
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ท้องสนามหลวง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงกรณีข้อกล่าวหาสามีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 100 ไร่ ว่า ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว
นายสุชาติกล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ซึ่งกรมป่าไม้ก็ขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26-27 ต.ค. ได้สั่งการให้ทีมเฉพาะกิจจากส่วนกลาง นำโดยผู้ช่วยรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
“พูดตรงๆ ตนไม่ได้จับผิดลูกน้อง แต่ฟังรายงานจากพื้นที่อย่างเดียวไม่ได้ เรายังไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จึงต้องเอาทีมจากส่วนกลางลงไปรีเช็กข้อเท็จจริง เพื่อตอบคำถามสังคมให้กระจ่าง ไม่ใช่เกิดเรื่องใหญ่ในสังคมแล้วจะฟังแค่คำรายงานของข้าราชการ โดยไม่เห็นเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์” นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการส่งข้อมูลระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกรมราชพัสดุ แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อ โดยตามกฎหมาย หากเป็นพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 สามารถขอเช่าได้ แต่หากตรวจพบการบุกรุกโดยไม่มีหลักฐานการเช่าที่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีอุทยานแห่งชาติทับลาน คือจับกุมและสั่งรื้อถอนทันที
“เรื่องนี้มองไว้ 2 ประเด็น หากมีความผิดบุกรุกก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่หากเป็นการเช่า ต้องดูวัตถุประสงค์ว่าเช่าเพื่อการเกษตรกรรม หรือเช่าเพื่อทำรีสอร์ต เพราะสัญญาการเช่าเป็นคนละประเภทกัน ขอให้สังคมมั่นใจว่ากระทรวงทรัพย์ฯ กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด”
นายสุชาติกล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับกรณีที่ดินบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แม้จะมีรายงานจากพื้นที่ว่ามีเอกสารสิทธิ์ แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อเช่นกัน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดอีกครั้ง



















