“เปรียญสิบ” พูดตรงไปตรงมาว่า ไม่รู้มักคุ้นทั้ง “เจ้าคุณต้อม” วัดท่าสะแบง ร้อยเอ็ด และ “เจ้าคุณต้น” แห่งธรรมนาวาวัง
รู้แต่ว่า!! ทั้ง 2 รูป เป็น “พระภิกษุ” หนึ่งนั้นเป็น “สายมู” มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก และอีกรูปเป็น “นักเผยแผ่” ที่มีผู้คนนิยมชื่นชอบและศรัทธาเป็นจำนวนมากเช่นกัน เหนือสิ่งใดทั้ง 2 รูป คือ พระเถระที่มีคุณูปการต่อสังคมและพระพุทธศาสนา
ส่วนใครจะชอบหรือไม่ชอบ..นั่นก็แล้วแต่ “จริต” และ “ระดับปัญญา” ของแต่ละคน
ยุคนี้!! ทั้ง 2 รูป มีชื่อเสียงเรียงนามเลื่องลือกึกก้อง ในหมู่ “นักวิ่ง” มีทั้งพระภิกษุและคฤหัสถ์
คะแนนชิงนำขึ้น เป็นอันดับหนึ่งและสอง…ทิ้งกันไม่ขาด
บางจังหวะ “เจ้าคุณต้น” เรตติ้งขึ้นนำอันดับหนึ่ง บางเวลา “เจ้าคุณต้อม” ก็ชิงนำ

“เปรียญสิบ” เคยพูดหลายครั้งแล้วว่าในรัชสมัยนี้ “พระเจ้าแผ่นดิน” ดูแลพระสงฆ์ดียิ่งยวด
ดูแลทุกอย่างทั้งพระภิกษุอาพาธ ส่งเสริมการศึกษาบาลี อบรมพระอุปัชฌาย์ สอบบาลีนักธรรม ล้วนมีเต็นท์อาหารพระราชทานไปตั้งเกือบทุกที
คณะสงฆ์ขออะไร..ได้หมด
และสิ่ง “เหนืออื่นใด” อาหารทางใจของพระภิกษุส่วนใหญ่ที่เป็นพลังและเป็นขวัญกำลังใจยึดอายุขัยได้มากที่สุดสิ่งหนึ่งนั่นคือ “สมณศักดิ์”
ในรัชสมัยนี้!!! โปรดตั้งและเลื่อน “สมณศักดิ์” มากกว่าในยุคใด ๆ
มุมหนึ่ง! ถามว่าดีหรือไม่!! แน่นอนว่า “ดี” เพราะฝนตกทั่วฟ้า
แต่อีกมุมหนึ่งที่สังคม “พระภิกษุ” และ “คฤหัสถ์” โจษจันกันหนาหูว่า มีขบวนการวิ่งเต้นขอ “สมณศักดิ์”
“เปรียญสิบ” ไม่ทราบว่าขบวนการ “วิ่งเต้น” เหล่านี้ “มีจริงหรือไม่” เขาทำกันอย่างไร หรือมี “ลับลมคมใน” อะไรกัน
แต่!! การที่ “พระเจ้าแผ่นดิน” ถวาย “สมณศักดิ์” ให้ “เจ้ากู” แบบ “ฝนตกทั่วฟ้า” นั่นเป็นสิ่งดีงาม

จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอโปรดนั้น อาจต้องตรวจสอบ “ประวัติพระภิกษุ” ที่เสนอและคำครหาที่ว่ามี “นักวิ่ง” เหล่านี้ให้จงดี!!
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการได้สิ่งที่เป็น “มงคล” มันต้องไม่ก่อให้เกิดความ “มัวหมอง” ทั้งผู้ให้และผู้รับ และสำคัญที่สุด คือต้องไม่ให้เกิดภาพลบต่อ “สังฆมณฑล” และกระทบต่อ “พระพุทธศาสนา” โดยรวม
“เปรียญสิบ” ฝากเรื่องนี้ถึง “เจ้าคุณต้น” และ “เจ้าคุณต้อม” เนื่องจากทั้ง 2 รูป มีชื่อติดชาร์ตพูดถึงกันมากใน “สังคมสงฆ์”
“เจ้าคุณต้อม-เจ้าคุณต้น” เป็นพระบ้านนอก เป็นพระสุปฎิปันโน มีเมตตาเป็นที่ตั้ง ชอบช่วยเหลือคน อาจจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่ม “พระฉัพพัคคีย์” ยุคใหม่!! หรือ “แม่ยก-พ่อใหญ่” บางราย
“เปรียญสิบ” ขอยกคำพูดของราชบัณฑิตท่านหนึ่งที่กล่าวไว้ว่าการใช้ “เมตตา” หากขาด “ปัญญา” นำ และขาด “ข้อมูล” ที่ถูกต้อง อาจกลายเป็น “โมหะ” หวนกลับมา “ทำร้าย” ตนเอง และก่อให้เกิดความ “ปั่นป่วน” ในสังคมได้
“เปรียญสิบ” ส่งสารไว้เพียงไว้เพียงแค่นี้ผู้มีปัญญารักพระพุทธศาสนาและหวังดีต่อคณะสงฆ์ ย่อมเข้าใจและตีความความหวังดีของเปรียญสิบที่เป็นห่วงภาพรวมคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาได้
ส่วนผู้มีปัญญามืดบอดหากทำให้หงุดหงิดไม่สบายใจบ้าง กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้!!
……………
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย…“เปรียญสิบ”



















