พริษฐ์ วัชรสินธุ เผยฝ่ายค้านเตรียมพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ทั้งข้อมูล หลักฐาน และการจัดสรรเวลา เตรียมชี้ 3 ประเด็นกล่าวหารัฐบาล ทั้งแทรกแซงกลไกตรวจสอบ ทุจริตงบประมาณและโอกาสประชาชน รวมถึงบริหารปัญหาเศรษฐกิจและน้ำท่วมแบบวันต่อวัน
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ฝ่ายค้านมีความพร้อมทั้งด้านเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน และการจัดสรรเวลาให้เป็นไปตามกรอบที่ได้รับ โดยในช่วง 1 เดือนนี้จะต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดหัวข้อและเนื้อหาการอภิปราย หากพบประเด็นทุจริต คอร์รัปชัน หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบเพิ่มเติม ก็จะนำมาประกอบการอภิปรายด้วย
นายพริษฐ์ระบุว่า ภาพรวมการอภิปรายจะมุ่งไปที่ 3 ประเด็น ภายใต้คำกล่าวหา “กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน” โดยคำว่า “กินรวบ” หมายถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความพยายามแทรกแซงหรือควบคุมกลไกทางการเมืองและองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล รวมถึงกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าอาจส่งผลให้ระบบการเมืองขาดกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
ส่วนคำว่า “โกยเรียบ” หมายถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตหลายรูปแบบ ทั้งการใช้งบประมาณแผ่นดินผ่านโครงการที่มีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส และการโกงโอกาสของประชาชน เช่น กรณีการสอบท้องถิ่น
ขณะที่คำว่า “แก้ปัญหาแค่รายวัน” เป็นการเตรียมชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจและปากท้องที่เกี่ยวเนื่องกับวิกฤติพลังงาน ตลอดจนสถานการณ์น้ำท่วม โดยพรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลขาดการวางแผนและคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า จนต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการอภิปรายของสมาชิกแต่ละคนได้ เนื่องจากเกรงว่าหากข้อมูลรั่วไหลล่วงหน้า อาจทำให้รัฐบาลมีโอกาสปกปิดหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการจัดสรรเวลาให้พรรคกล้าธรรม นายพริษฐ์ระบุว่า ได้มีการหารือเบื้องต้นและมีความเข้าใจร่วมกัน 2 ประเด็น คือ การอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ที่จะอภิปรายจึงต้องเสนอเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีใน 18 รายชื่อที่ถูกยื่นอภิปราย และแม้พรรคกล้าธรรมจะมีสิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้ร่วมเสนอญัตติ ดังนั้นการแบ่งเวลาควรสะท้อนน้ำหนักและบทบาทที่แตกต่างกัน
ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 นั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาชนมุ่งให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ในช่วงต้นเดือนธันวาคมเป็นหลัก แต่ในเดือนพฤศจิกายนจะต้องพิจารณาใช้เวลาในสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการแก้ไขปัญหาประชาชนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยการเสนอญัตติตามมาตรา 152 เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่สมาชิกฝ่ายค้านบางส่วนเสนอขึ้นมา
นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังเตรียมผลักดันกฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับ ทั้งกฎหมายยกระดับสิทธิเสรีภาพประชาชน กฎหมายเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อความโปร่งใส กฎหมายแก้ไขปัญหามลพิษและสารพิษ รวมถึงการกำกับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนเสนอญัตติหารือแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2571 ให้สอดคล้องกับปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนใช้กลไกการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฎหมายที่ต้องผ่านความเห็นชอบของทั้ง สส. และ สว. เช่น ร่างแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อคืนสิทธิให้ประชาชนสามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้
นายพริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าฝ่ายค้านจะเลือกใช้กลไกใด ควรมีการหารือร่วมกันเพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด



















