‘รักชนก’ซัดรัฐบาลสีน้ำเงินกินรวบอำนาจ! มุ่งจัดการฝ่ายอื่นทำลายตรวจสอบถ่วงดุล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รักชนก”ตั้งคำถามถึงการกระจายอำนาจทางการเมือง โดยระบุว่าอำนาจทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ล้วนอยู่ในมือฝ่ายสีน้ำเงิน ขณะที่ฝ่ายค้านมีอำนาจตรวจสอบจำกัดผ่านกลไกกรรมาธิการ พร้อมตั้งคำถามว่า จะปล่อยให้ประเทศดำเนินไปในสภาพเช่นนี้จริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามว่า “ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้จริง ๆ หรอ” โดยกล่าวถึงการถือครองอำนาจทางการเมืองของฝ่ายสีน้ำเงินว่า สามารถควบคุมเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้

น.ส.รักชนก ระบุว่า ในส่วนของอำนาจนิติบัญญัติ รัฐบาลสามารถกำหนดได้ว่าจะนำกฎหมายฉบับใดเข้าสู่การพิจารณา โดยได้รับการจัดลำดับวาระจากสภา และเมื่อมีเสียงข้างมากก็สามารถผลักดันกฎหมายให้ผ่านได้ นอกจากนี้ ประธานสภายังเป็นบุคคลจากฝ่ายรัฐบาล ส่วนอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งการกำกับดูแลระบบราชการ การออกกฎหมายและระเบียบ ตลอดจนการบริหารงบประมาณแผ่นดินปีละ 4 ล้านล้านบาท และเงินนอกงบประมาณปีละ 10 ล้านล้านบาท ก็อยู่ในมือรัฐบาล

ส่วนอำนาจขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลนั้น น.ส.รักชนกกล่าวว่า ฝ่ายสีน้ำเงินสามารถควบคุมได้เช่นกัน โดยอ้างถึงองค์กรต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการสูงสุด ซึ่งเธอระบุว่า สว.เป็นผู้มีส่วนในการเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง และในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนถ่ายบุคลากรไปเป็นคนของฝ่ายสีน้ำเงินมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกลไกการเมืองท้องถิ่น ทั้งผู้นำและเครือข่ายในพื้นที่ โดยมองว่าฝ่ายสีน้ำเงินมีความสัมพันธ์และดูแลเครือข่ายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือแตกแถวได้ยาก

น.ส.รักชนกยังระบุว่า ปัจจุบันอำนาจทั้งด้านการบริหารราชการแผ่นดินและการตรวจสอบถ่วงดุลอยู่ในมือฝ่ายสีน้ำเงิน พร้อมวิจารณ์ว่าองค์กรตรวจสอบต่าง ๆ มีลักษณะเสมือนถูกใช้เพื่อปกป้องฝ่ายสีน้ำเงิน และมุ่งจัดการฝ่ายอื่นให้หมดสภาพ

สำหรับบทบาทของฝ่ายค้าน น.ส.รักชนกกล่าวว่า มีเครื่องมือในการตรวจสอบผ่านกลไกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เป็นหลัก โดยจาก กมธ.ทั้งหมด 35 คณะ พรรคประชาชนเป็นประธานเพียง 9 คณะ ซึ่งมีอำนาจจำกัด สามารถเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและขอเอกสารได้ แต่ไม่มีอำนาจให้คุณหรือให้โทษ

ช่วงท้ายโพสต์ น.ส.รักชนกตั้งคำถามว่า อำนาจเพียงเล็กน้อยที่ฝ่ายค้านมีอยู่ยังจะถูก ไปอีกหรือไม่ พร้อมวิจารณ์ว่าฝ่ายสีน้ำเงินต้องการครอบครองทุกอำนาจในประเทศ และตั้งคำถามว่า “กะจะไม่ให้ใครในประเทศนี้ตรวจสอบพวกตัวเองได้เลยใช่ไหม? ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้จริง ๆ หรอ?”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img