“อนุทิน”เปิด 4 แผนพัฒนาอีสานตอนบน หนุนบึงกาฬเป็น“เขตเศรษฐกิจชายแดน”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯ แถลงผล ครม.สัญจรอุดรธานี ชู 4 มิติพัฒนาอีสานตอนบน 5 จังหวัด ทั้งเกษตร การค้าชายแดน ท่องเที่ยว และปราบยาเสพติด มอบ มท.-สภาพัฒน์ ศึกษาความเป็นไปได้ผลักดันบึงกาฬเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน พร้อมศึกษาความพร้อมสนามบิน ดันสินค้าเกษตรแปรรูปเพิ่มมูลค่า ตั้งเป้ายกระดับรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจภูมิภาค

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 3 พ.ย. 2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติมณฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) โดยระบุว่า การลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เห็นศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเสนอเรื่องราวและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับรู้ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลกำหนดแนวทางพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับการผลิตและสินค้าเกษตร การพัฒนาการค้าชายแดนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร

สำหรับด้านการเกษตร รัฐบาลมุ่งยกระดับกระบวนการผลิตและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรด้วยแนวทางใหม่ โดยต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว ยางพารา และพืชพลังงาน โดยข้าวจะเน้นเพิ่มคุณภาพและปริมาณการผลิต ส่วนยางพาราจะส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม และรักษาระดับราคาในช่วงที่ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่พืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง จะมุ่งพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพ ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกร พร้อมผลักดันภาคอีสานให้เป็นแหล่งผลิตอาหารคุณภาพที่สำคัญของโลก

ส่วนการพัฒนาการค้าชายแดนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและคมนาคม รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดจนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนเพิ่มเติม พร้อมศึกษาความพร้อมของท่าอากาศยานบึงกาฬ และพิจารณาแนวทางการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลจะนำจุดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณากิจกรรมและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อไป

ขณะที่การแก้ไขปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังและครบวงจร ทั้งการปราบปราม ป้องกัน และฟื้นฟู โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการปรับปรุงฐานข้อมูล พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการจัดการปัญหายาเสพติด

ส่วนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จะนำรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม จ.อุดรธานี มาต่อยอด โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายดูแล ช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาทุกภูมิภาคของประเทศ โดยคำนึงถึงศักยภาพและความต้องการของแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การประชุม ครม.สัญจรจะหมุนเวียนไปในทุกภูมิภาค และเมื่อดำเนินการครบทุกภาคแล้ว จะพิจารณาลงพื้นที่ในระดับจังหวัดที่มีศักยภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้

นายอนุทินยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรว่า ขณะนี้สินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 16,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 8,755 บาทต่อตัน ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 83 บาทต่อกิโลกรัม และผลปาล์มน้ำมันทะลาย 7.86 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น

โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก ซึ่งส่งผลให้ความต้องการด้านอาหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจึงมีโอกาสแสดงศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศต่าง ๆ รัฐบาลจึงเร่งหาแนวทางเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ภายหลังคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยงานจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มี.ค. 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มองค์ความรู้ด้านการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมเชิญชวนประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงาน เพื่อสัมผัสความสวยงาม เพลิดเพลิน และเรียนรู้แนวทางการใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น พื้นที่ชายแดนกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภูมิภาค การท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน และประชาชนปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามภารกิจ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img