“อนุทิน” ตรวจเยี่ยม “กองทัพไทย” พร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…..กองทัพไทย พร้อมในการปกป้องรักษาเอกราช อธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งมีความพร้อมในการใช้ศักยภาพของกองทัพเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชน…..”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.69 ห่างหายไปนานกับการตรวจเยี่ยมกองทัพของนายกรัฐมนตรี ล่าสุด “บิ๊กหนู”  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ ตรวจเยี่ยมกองทัพไทย พร้อมด้วย รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์  บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย

@@@……สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบภารกิจ การดำเนินงานที่สำคัญของกองทัพไทย และมอบนโยบายเป็นแนวทางการปฏิบัติงาน โดยนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นได้ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ ลงนามสมุดตรวจเยี่ยม และรับฟังการบรรยายสรุปบทบาท หน้าที่ และการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพไทยในการเตรียมกำลังกองทัพไทย การป้องกันราชอาณาจักร และดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการพัฒนาเสริมสร้างความพร้อมในทุกด้าน ให้สามารถเผชิญภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ ทุกมิติ ทุกระดับความขัดแย้ง พร้อมปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพ ด้วยความประสานสอดคล้อง และมีความทันสมัย สอดรับเทคโนโลยีทางทหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการสนับสนุนนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลในฐานะของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.)ในการบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระทำผิดกฏหมายตามแนวชายแดน ทั้งทางบก น่านน้ำภายใน และทะเลอาณาเขตของไทย

@@@……ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้รับมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ประเภทกิตติมศักดิ์ จากผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเครื่องหมายแสดงความสามารถปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล เป็นตราสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ อันหล่อหลอมจากความเสียสละ ความกล้าหาญ ความเพียรพยายาม และการอุทิศตนเพื่อชาติ ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบสูงสุด โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณกองทัพไทย ผู้บังคับบัญชา กำลังพล และเจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ วิริยะอุตสาหะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นบูรณาการการทำงานทั้งภายในหน่วยงานสังกัดกองทัพไทย และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงความต่อเนื่องในการเป็นแกนกลางเพื่อบูรณาการความมั่นคง ทั้งในมิติภายในประเทศและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ขอให้ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ชายแดนและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป

@@@……ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีฯ ที่ได้มาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ และได้ยืนยันถึงความพร้อมของกองทัพไทย ในการปกป้องรักษาเอกราช อธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งมีความพร้อมในการใช้ศักยภาพของกองทัพเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการเป็นกลไกของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ เพื่อการเป็นที่ศรัทธาเชื่อมั่น และเป็นที่พึ่งของประชาชน กองทัพไทยจะมุ่งมั่น ทุ่มเท และปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชนสืบไป

@@@……นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว มหาดไทย กล่าวถึงการมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยว่า ได้พบหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพครบทุกท่านและได้หารือเรื่องที่ตนเองจะเดินทางไปเยือนจีน 16 – 20 ก.ค.69 ว่ามีเรื่องอะไรที่จะฝากไปคุยหรือไม่ เพราะตนเองไป มีทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ สังคมและเรื่องความมั่นคงด้วยจะประเด็นใดนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคงไม่สามารถนำมาพูดเปิดเผย แต่อย่างไรก็ตามได้รับทราบว่าในสัปดาห์หน้า รมว.กลาโหมจีนจะมาเยือนไทย ก็คงจะได้มีการพูดคุยกัน ส่วนการที่จีนเคยมีท่าทีที่อยากเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น นายอนุทิน กล่าวว่าเ ราก็ไม่ปิดโอกาส

@@@……กองทัพบก….พล.อ ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วย กรมทหารราบเฉพาะกิจ ของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ณ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยมี พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการเพชรน้ำค้าง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการฝึกเป็นหน่วย กรมทหารราบเฉพาะกิจ ณ กองอำนวยการฝึกและตรวจสอบกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกต่าง ๆ อาทิ การฝึกการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สนับสนุนกองพล การฝึกในพื้นที่การปฏิบัติการตั้งรับ ณ บ้านแผ่นดินเย็น และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการเข้าตีด้วยกระสุนจริง ณ เนิน 152 บ้านภักดีแผ่นดิน ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

@@@……ทั้งนี้ การฝึกเป็นหน่วย กรมทหารราบเฉพาะกิจ ประจำปี 2569 เป็นการฝึกทดสอบความพร้อมในการใช้กำลังขนาดกรมเฉพาะกิจในด้านการวางแผน ประสานงาน ตลอดจนการควบคุมบังคับบัญชา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างประสานสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ โดยจัดการฝึกและตรวจสอบขึ้นในห้วง 14-18 กรกฎาคม 2569 ณ พื้นที่ อ.เมืองสระแก้ว, อ.วัฒนานคร และ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้ดำเนินการฝึกและตรวจสอบโดยใช้ระบบประกันคุณภาพการฝึก (PDCA) เป็นกรอบแนวทางจัดการฝึก และได้เน้นการใช้ระบบปฏิบัติการสนามรบอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งการปฏิบัติในพื้นที่ทางลึก พื้นที่ระยะใกล้ พื้นที่ส่วนหลัง และการนำยุทโธปกรณ์มาใช้ในการพัฒนาระบบการฝึก โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ขับเคลื่อนและยกระดับกองทัพบกให้มีความทันสมัยในทุกมิติ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและพร้อมรองรับภัยคุกคามในอนาคต

@@@……กองทัพบกไทยร่วมกับกองทัพบกสิงคโปร์ จัดการฝึกผสม Flash Thunder 2026 ณ กองพันจู่โจม จังหวัดลพบุรี เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาขีดความสามารถของกองพันจู่โจม และยกระดับการปฏิบัติทางยุทธวิธีของหน่วยรบพิเศษ โดยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 พันโท วิทยา ปัตตาเทสัง ผู้บังคับกองพันจู่โจม และ MAJ Lucas Ng Wei Sheng, 2IC, 1st Commando Battalion ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกฯ การฝึกครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้จัดกำลังพลจากกองพันจู่โจม และกองทัพบกสิงคโปร์ได้จัดกำลังพลจากกองพันคอมมานโดที่ 1 เข้าร่วม ระหว่างวันที่ 11-20 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่ฝึก จังหวัดลพบุรี ซึ่งกำลังพลของทั้งสองประเทศจะร่วมทำการฝึกในหลากหลายด้าน ได้แก่ อาวุธศึกษา การสื่อสาร การระเบิดทำลาย การปฐมพยาบาล การยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง การดำรงชีพในป่า การปฏิบัติร่วมกับอากาศยาน การรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง การเข้าตีที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง ตลอดจนการกระโดดร่มมิตรภาพ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม เสริมสร้างความพร้อมรบ และตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์ในฐานะมิตรประเทศ

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 2 (ศปก.ทรภ.2) ได้รับการประสานฉุกเฉินจาก ศูนย์นเรนทรอ่าวไทย เกาะสมุย ขอรับการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอาการสาหัส 2 ราย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย จากโรงพยาบาลเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งต่อเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เนื่องจากโรงพยาบาลเกาะสมุยไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมรองรับผู้ป่วยรายดังกล่าว

@@@……กองทัพเรือจึงได้จัด เรือตรวจการณ์ ต.268 เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการลำเลียงผู้ป่วยทางทะเลโดยเร่งด่วน เมื่อเรือเดินทางถึงเกาะเต่า ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลเกาะเต่าจะร่วมเดินทางไปกับเรือเพื่อดูแลอาการผู้ป่วยตลอดเส้นทาง และเมื่อเรือถึงท่าเรือดอนสัก โรงพยาบาลดอนสักได้จัดรถพยาบาลฉุกเฉินรับช่วงส่งต่อผู้ป่วยพร้อมทีมแพทย์ไปยังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ในทะเล เกาะและพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงบริการทางการแพทย์มีข้อจำกัด เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

@@@……กองทัพอากาศจัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ ครั้งที่ 3/69 เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมกองทัพอากาศ โดยมี พล.อ.อ. อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศเป็นประธานการประชุม

@@@……การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ หน่วยงานด้านความมั่นคง การคมนาคม การบิน อวกาศ โทรคมนาคม การแพทย์ฉุกเฉิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 32 หน่วยงาน เข้าร่วมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศให้เป็นระบบ มีเอกภาพ และสามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม การจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากน่านฟ้าและห้วงอวกาศไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะด้านการทหารเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการบินพาณิชย์ การท่องเที่ยว การสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบนำทาง GPS โลจิสติกส์ พลังงาน การเงินดิจิทัล ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยพื้นที่เศรษฐกิจและความมั่นคงทางอากาศที่ประเทศไทยต้องดูแลครอบคลุมเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ TADIZ มากกว่า 813,000 ตารางกิโลเมตร ขณะที่ภาคการขนส่งทางอากาศมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของประเทศอย่างยิ่ง

@@@……ขณะเดียวกัน ภัยคุกคามในปัจจุบันยังมีความซับซ้อน รวดเร็ว และเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน ตั้งแต่อากาศยานและโดรนผิดกฎหมาย การก่อการร้าย การลักลอบขนยาเสพติด อาวุธ และสิ่งของผิดกฎหมาย ไปจนถึงการรบกวนระบบ GPS สัญญาณดาวเทียม ภัยไซเบอร์ต่อระบบการบิน และขยะอวกาศ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การคมนาคม และความเชื่อมั่นของนานาชาติศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศจะยึดหลัก “บูรณาการ ไม่รวมศูนย์อำนาจ” โดยหน่วยงานเจ้าของภารกิจยังคงใช้อำนาจตามกฎหมายของตน ขณะที่ศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล จัดทำภาพสถานการณ์ร่วม แจ้งเตือน และประสานการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

@@@…การจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศจึงไม่ใช่การขยายอำนาจหรือสร้างหน่วยงานเพื่อทำงานทับซ้อน แต่เป็นการเชื่อมโยงขีดความสามารถของทุกภาคส่วน ”เพื่อรองรับการดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคตในการบูรณาการการบริหารจัดการความมั่นคงทางอากาศและอวกาศของประเทศ“ ให้สามารถเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และรับมือภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นเอกภาพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านการบิน ปกป้องระบบดาวเทียมและการสื่อสาร สนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาคมระหว่างประเทศเพราะความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ คือความมั่นคงของประชาชน เศรษฐกิจ และอนาคตของประเทศ.

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img