“….กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยเชื่อมโยง “ความมั่นคงของประเทศ” เข้ากับ “ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและประชาชน” เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติให้คงอยู่สำหรับคนไทยและคนรุ่นต่อไป ….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https://thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.69 รายชื่อโผทหารปลายปีออกเป็นที่เรียบร้อย ใครที่สมหวังก็ขอให้ตั้งใจทำงานให้สมกับที่ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ ส่วนใครที่ยังไม่เข้าตาผู้บังคับบัญชาก็ทำงานต่อไป อย่าได้ท้อ สักวันคงจะเป็นวันของเรา

@@@……สักขีพยาน….พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมพิธี ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านความมั่นคง มาประยุกต์ใช้สนับสนุนภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ควบคู่กับการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นผู้เสียสละและปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่
@@@……พล.ท. อดุลย์ กล่าวว่า การดูแลผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการอนุรักษ์เท่านั้น แต่คือการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในระยะยาว ดังนั้น เทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่ประเทศไทยมีองค์ความรู้และขีดความสามารถ จึงสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อภารกิจของประเทศในมิติอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม เทคโนโลยีที่นำมาใช้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผืนป่า แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นผู้เสียสละและทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่

@@@……รมว.กลาโหม ยังได้ชื่นชมความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน และแสดงความหวังว่า การลงนามในครั้งนี้จะนำไปสู่ การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ต่อผืนป่า เจ้าหน้าที่ และประชาชนอย่างแท้จริง ตลอดจนเป็นต้นแบบของการบูรณาการศักยภาพด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพื่อสนับสนุนภารกิจของภาครัฐและความมั่นคงของประเทศในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยเชื่อมโยง “ความมั่นคงของประเทศ” เข้ากับ “ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและประชาชน” เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติให้คงอยู่สำหรับคนไทยและคนรุ่นต่อไป ขอให้ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาสร้างความมั่นคง และร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติให้คงอยู่ เพื่อคนไทยและคนรุ่นต่อไป

@@@……ร่วมประชุม….พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นำคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย–ลาว ครั้งที่ 30 ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นประธานฝ่ายไทย และ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว เป็นประธานฝ่าย สปป.ลาว
@@@……การประชุม GBC ไทย–ลาว เป็นกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกำหนดให้มีการประชุมปีละ 1 ครั้ง และผลัดกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ซึ่งฝ่าย สปป.ลาว เป็นเจ้าภาพ ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–ลาว และแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนให้มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

@@@……ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน โดยผลักดันกรอบแนวทางการยกระดับความร่วมมือเชิงรุกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนไทย–ลาว เพิ่มการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้หารือเรื่อง การจัดระเบียบเรือและการเดินเรือในแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเรือ ป้องกันและสกัดกั้นการใช้เส้นทางแม่น้ำโขงในการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือและการจอดเรือในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและพื้นที่เชื่อมโยงสำคัญระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
@@@……ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือในการรับมือ ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมทางไซเบอร์ แสกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม การประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการกวดขันมิให้มีการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และเพิ่มมาตรการตรวจสอบการเข้าพักอาศัยของคนไทยใน สปป.ลาว และคนลาวในราชอาณาจักรไทย เพื่อป้องกันการใช้พื้นที่ของทั้งสองประเทศเป็นฐานในการกระทำความผิด ขณะเดียวกัน ที่ประชุมฯ ได้ให้ความสำคัญกับ ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยจะเพิ่มการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

@@@……ก่อนการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากฝ่าย สปป.ลาว ณ กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้น พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ก่อนแลกเปลี่ยนโล่ที่ระลึกการเยือน
@@@……การประชุมฯ เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเข้าใจระหว่างกัน สะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของไทยและ สปป.ลาว รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะใช้กลไก GBC เป็นเวทีสำคัญในการประสานและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคงร่วมกัน โดยเฉพาะภัยคุกคามที่มีลักษณะข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนไทย–ลาว ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้าง “ชายแดนที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนา” เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถดำรงชีวิต เดินทาง ค้าขาย และพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
@@@……ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พล.อ. อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการจัดกิจกรรมการประกวดผลงานการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง (CQI)ระดับกองทัพบก ประจำปี 2569 โดย กรมกำลังพลทหารบก ได้จัดให้มีการประกวดผลงานการพัฒนากระบวนการทำงานสำหรับหน่วยกรมฝ่ายกิจการพิเศษสายงานกำลังพล ภายในพิธีประกอบด้วย การมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลให้แก่ผู้แทนหน่วยที่ผ่านการพิจารณาตัดสินผลงาน
@@@……ทั้งนี้ การพัฒนากระบวนการทำงาน (Continuous Quality Improvement : CQI) ของกองทัพบก มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้กำลังพลและหน่วยงานในสังกัด กองทัพบกได้มีการพัฒนาระบบการทำงาน การบริการ และกระบวนการภายใน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับปรุงงานประจำให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้กำลังพลเรียนรู้การจัดการความรู้ และยกระดับจากงาน CQI สู่โครงงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จริง

@@@……พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ “พี่เลี้ยงแก้หนี้ต้นแบบ” ประจำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ “พี่เลี้ยงแก้หนี้ต้นแบบ” ของกองทัพบก รวมทั้งร่วมรับฟังเสวนาแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จ (Success Story) จากการปฏิบัติงานจริงของพี่เลี้ยงแก้หนี้ต้นแบบ เพื่อนำไปเป็นแนวทางขยายผลในหน่วยงานทหารต่อไป ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการดูแลสวัสดิการและยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงิน (Financial Well-Being) ของกำลังพลกองทัพบกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินอันจะส่งผลให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

@@@……กองทัพอากาศ….พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย พล.อ.อ. วีรวิท คงศักดิ์, คุณศศิชา สืบแสง ผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม และคุณพาโบล ริเวียร่า ผู้แทนบริษัท Airbus Defence and Space ร่วมลงนามในพิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรมโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ 1 ณ ห้องรับรองบริพัตร กองบัญชาการกองทัพอากาศ เนื่องด้วย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เห็นชอบให้โครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ 1 เข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จนถึงขั้นสิ้นสุดโครงการเพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ โดยกองทัพอากาศ และบริษัท Airbus Defence and Space จึงต้องร่วมลงนามข้อตกลงคุณธรรม โดยผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสม จากผู้สังเกตการณ์ ทั้งนี้ การลงนามข้อตกลงคุณธรรมโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการ

@@@……กองทัพบกโดยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้ส่งนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 4 จำนวน 12 นาย เดินทางไปร่วมการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับระดับนานาชาติ Student Unmanned Aerial Systems 2026 (SUAS 2026) ณ สนาม Skyway Range เมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 14 – 17 ก.ย. 2569 ในกรอบภารกิจกู้ภัยภายใต้สถานการณ์จำลอง “Storm Response” หรือการตอบสนองต่อภัยพิบัติหลังพายุพัดถล่ม ทั้งนี้ Student Unmanned Aerial Systems (SUAS) Competition เป็นการแข่งขันการออกแบบและพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับเข้าปฏิบัติภารกิจที่เฉพาะเจาะจง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาทั่วโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติที่สามารถปฏิบัติภารกิจที่มีความซับซ้อนในพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยความเสถียรของระบบควบคุมและการสื่อสารไร้สายระยะไกล ร่วมกับการใช้ทักษะต่างๆ

@@@……อาทิ ความสามารถในการตรวจจับและระบุวัตถุจากภาคอากาศ (Object Recognition), การแยกแยะรายละเอียดของวัตถุบนพื้นดิน, การประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI), การระบุพิกัด GPS ของวัตถุได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ, การเชื่อมต่อและบูรณาการข้อมูลของระบบ (System Interoperability), การส่งข้อมูลภาพถ่ายและพิกัดตำแหน่งของวัตถุที่ตรวจพบไปยังเซิร์ฟเวอร์แบบ Real-time, การปล่อยพัสดุช่วยเหลือ (Payload Drop) ลงสู่จุดเป้าหมายที่กำหนด เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการจะประเมินผลการแข่งขันจากการออกแบบ (Design) การปฏิบัติภารกิจจริง (Performance) และความสมบูรณ์ของรายงานการออกแบบทางเทคนิค (Technical Design Report: TDR) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการปฏิบัติการ โดยในปี 2569 นี้มีผู้เข้าแข่งขันรวม 84 ทีม จากหลากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, บังคลาเทศ, อียิปต์, อินเดีย, อิสราเอล, ปากีสถาน, โปแลนด์, ซาอุดิอาระเบีย, ตุรกี และประเทศไทย
@@@……สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ รร.จปร.ได้ส่งกำลังพลเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 15 นาย โดยมี พันเอก แดนชัย กองแก้ว ผู้อำนวยการกอง ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นหัวหน้าคณะเดินทางพร้อมด้วยนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 4 จำนวน 12 นาย ได้แก่ นนร. ธาม จูฑะพันธุ์, นนร. ณัฐพล วังทรัพย์ดี, นนร. กรกฎา กิตติช่วงโชติ, นนร. ภูมิรพี ปรีชาไว, นนร. ธีรุตม์ หอมชื่น, นนร. จิรายุ ทรัพย์มาก, นนร. ณพวิทย์ มั่นจิตร, นนร. ติณภัทร เนียมเตียง, นนร. ณัชนาจักรฤช อุ่นรั่วทิพย์, นนร. อธิเมศร์ ชาติวัฒนไชยสิน, นนร. ปุณยธร เอื้อวรากุล และ นนร.ก้องภพ ช่างพินิจ พร้อมคณะอาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ ร้อยเอก คณิศร คชทรัพย์ และร้อยโท ภาวัติ พรหมรักษา เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่ห้วงสิงหาคม 2569 พร้อมทำการฝึกภาคสนามและฝึกซ้อมเทคนิคต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

@@@……การเข้าร่วมการแข่งขัน SUAS 2026 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของนักเรียนนายร้อย ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับสถาบันการศึกษาในระดับนานาชาติ รวมทั้งเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้านวิศวกรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกที่ได้บรรจุวิชาการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับและการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับไว้ในหลักสูตรตามแนวทางรับราชการของกองทัพบก เพื่อรองรับการปฏิบัติการทางทหารให้มีความเหมาะสมและทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์และภัยคุกคามในปัจจุบัน
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















