สภาผู้แทนราษฎรเดือดจัด เทคะแนนผ่านฉลุยร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ทั้งฉบับในวาระสามด้วยคะแนน 338 ต่อ 144 ตอกย้ำฐานเสียงรัฐบาลแข็งโป๊กพร้อมใส่เกียร์เดินหน้าลากยาวไม่แยแสกระแสที่ตกดำดิ่ง
ด่านต่อไปวุฒิสภาเปิดเวทีกลั่นกรองต่อในวันถัดไปทันที หลังตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ คู่ขนานกับของสภาฯไปแล้ว ซึ่งแทบไร้ความหวังที่จะได้เห็นฉากดวลไมค์สุดเดือดในวาระ 2 ของวุฒิสภา ที่จะลงดาบเชือดเฉือน รีดไขมันเหมือนเวทีสภาฯ
ย้อนเข็มนาฬิกาเจาะลึก 4 วันเต็มในการพิจารณางบประมาณปี 70 รวม 41 มาตรา แยกรายกระทรวง หน่วยงาน สส.ฝ่ายค้านเปิดฉากเอกซเรย์ยับ สับแหลกโครงการผลาญงบที่ส่อทุจริต แม้เบรกไม่ได้ แต่ทำให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการระมัดระวังการใช้งบฯมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ไฮไลต์เด็ดคนทั้งประเทศจับตาไม่กระพริบ คือ 14 ก.ย. 69 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมชี้ขาดและตัดสินชะตากรรมเสาหลักนิติธรรมประเทศไทยในคดีฮั้วสว. 229 คน
ส่งผลให้เมื่อสภาฯเดินหน้าเข้าสู่มาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณขององค์กรอิสระ กกต.จึงตกเป็นตำบลกระสุนตก สส.ฝ่ายค้านเรียงคิวถล่มชำแหละการใช้งบประมาณว่าด้วยการจัดการเลือกตั้งระดับต่างๆให้ “สุจริต-เที่ยงธรรม” หลังองค์กรนี้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากที่สุด แถมลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามผลสำรวจตบหน้าฉาดใหญ่จากสถาบันพระปกเกล้า

ไม่ใช่แค่สภาใหญ่ที่เดือดปุดๆ เพราะหากย้อนไปในชั้นกมธ.งบประมาณฯ เมื่อถึงคิวงบของกกต. ปรากฏว่ากมธ.เสียงข้างมาก โดยประธานกมธ. รวมหัวรวบหางตัดบทปิดการชี้แจงของเลขาธิการกกต. ทันควัน พยายามปิดประตูไม่ให้กมธ.เสียงข้างน้อยเปิดศึกซักถามรอบสอง หวังดับไฟลุกลามไปแตะคดีฮั้วสว.
แต่พอเข้าสู่สภาใหญ่ ไฟกลับลุกท่วมจอตามคาด สส.พาเหรดถล่มกกต.ยับเยินไม่มีชิ้นดี โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดหน้าชก ตั้งคำถามแทงใจดำถึงประสิทธิภาพและความซื่อสัตย์สุจริตของกกต.ในการไต่สวนคดีฮั้วสว. แลกคะแนน จ้างสมัคร ทำโพย แม้ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดเอาไว้ชัดเจนแล้ว
ตามด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฉายภาพประจานขบวนการฮั้วสว.ชนิดเห็นไส้ พร้อมทิ้งปริศนาแฉโฉมหน้าตัวการใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้ม ใหญ่ชนิดที่ใครอยากผงาดนั่งเก้าอี้สูง หรือกรรมการองค์กรอิสระ ต้องถ่อสังขาร “ตีตั๋วไปบุรีรัมย์” เพื่อเช็กโหวงเฮ้งตบเท้าสั่งใบสั่งก่อนทุกราย
เตือนกกต.อย่าเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการอาชญากรน้ำเงิน เพราะหากวันใดหมดเกราะคุ้มกะลาหัวสิ้นอำนาจลง ระวังถูกลากคอมาเช็กบิลย้อนหลังได้
แม้ช่วงท้าย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะก้าวเท้าออกมารับหน้าเสือ เบรกกระบวนการตั้งธงบีบกกต.ให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามสำนวนอนุกรรมการ ชุด 26 โดยเปิดหน้าท้าให้พิสูจน์ถึงเส้นทางการเงินกันชัดๆว่ามีจริงหรือไม่ ใครจ่ายให้ใคร เท่าไหร่ จ่ายเพื่ออะไรกันแน่
พร้อมแฉแผนการลึกของกระบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อทำลายล้างนักการเมืองและพรรคภูมิใจไทย โดยสัญญาว่าจะกันตัวเป็นพยานและรับรองความปลอดภัย ที่ถือเป็นผลไม้พิษจากต้นไม้พิษที่ใช้การไม่ได้ ย้ำถึงกระบวนการทั้งหมดทำไปเพื่อโค่นล้มยักษ์พรรคภูมิใจไทย ก่อนทิ้งบอมบ์เตือนว่า 14 ก.ย. ผลแห่งคดีจะช็อกสังคมหนักกว่าเดิม เพราะสอดไส้ด้วยสำนวนพิษ

มือกฎหมายระดับพญามังกรพรรคภูมิใจไทย ย้ำแผลให้สังคมเห็นว่า ผู้ต้องสงสัยคดีฮั้ว229 คน แท้จริงแล้ว คือ เหยื่อ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างอยุติธรรมด้วยกระบวนการกฎหมายเถื่อน แถมเปิดแผลฝ่ายตรงข้ามชนิดแผลเหวอะว่าทำเช่นกัน แต่ไม่ถูกดำเนินคดี ตอกย้ำภาพถูกเลือกปฏิบัติในการถูกตรวจสอบ
ในเมื่อพรรคภูมิใจไทยตกเป็นเหยื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งที่ผงาดกุมอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจระดับเบอร์ต้นๆนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เหตุใดไม่กล้าใช้“กฎหมายตามหลักนิติธรรม” เดินหน้ากวาดล้างกระบวนการเหล่านี้ผ่านกกต. เพื่อส่งให้ศาลฎีกาลงดาบชี้ขาด
เพราะหากรัฐบาลยังปอดแหก ไม่กล้าปลดล็อกใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง ก็ยิ่งเข้าทางฝ่ายโจมตีแบบเต็มประตู ดังนั้นทางออกที่จะกู้วิกฤตินี้ได้ คือ 14 ก.ย. วันชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย กกต. 7 คนต้องลุกขึ้นมากอบกู้วิกฤติศรัทธาที่พังทลายให้ฟื้นกลับคืนมา
ด้วยการฟ้องตามเนื้อผ้า ลากสำนวนส่งตรงถึงศาลฎีกา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกันไปเลยว่า การเลือกสว.ครั้งนี้ “สุจริต-เที่ยงธรรม” จริง หรือแท้จริงแล้วมีขบวนการใหญ่ล้มล้างการปกครอง
……………………………..
คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎร์เต็มขั้น



















