รอก่อน! บ้านไหนจะติด”โซลาร์เซลล์”ประเมินก่อนว่าคุ้มไหม?

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

แม้รัฐจะโปรโมทการติดตั้งติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop)สำหรับภาคประชาชน ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท แต่ก็ใช่ว่าทุกบ้านติดแล้วจะคุ้ม

ก่อนจะลงทุนติดเป็นแสน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรหาแพลตฟอร์มง่ายๆในการประเมินประสิทธิภาพแสงแดดของแต่ละบ้าน และความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะไม่ใช่ทุกที่ในประเทศไทยที่แดดดี การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จะดีไปด้วย หรือหากแดดดีจะผลิตได้ทุกช่วงเวลาที่ต้องการก็อาจไม่ใช่อีก

ล่าสุดมีความหวังขึ้นมา เพราะมีเครื่องมือที่มาช่วยแล้ว แม้จะอยู่ระหว่างการนำร่องใช้ในบางพื้นที่ พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่พัฒนาระบบ “ประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์และคำนวณความคุ้มค่าการติดตั้ง Solar Cell ผ่านแพลตฟอร์ม Digital Twin” โดยพิจารณาจากปัจจัยเชิงพื้นที่ และสิ่งแวดล้อมหลายด้าน อาทิ ค่ารังสีดวงอาทิตย์ ทิศทางการหันของหลังคา ประเภทและรูปทรงของหลังคา เงาบดบังจากอาคารและต้นไม้ในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลฝุ่นละอองและไอน้ำในบรรยากาศ ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินปริมาณรังสีดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบบนพื้นผิวหลังคาได้ใกล้เคียงกับสภาพจริง ช่วยในการคำนวณศักยภาพการผลิตไฟฟ้าและความคุ้มค่าของการติดตั้ง Solar Cell ได้แม่นยำมากขึ้น

ตอนนี้ GISTDA นำร่องระบบใน 4 พื้นที่หลัก ที่มีข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน 3 มิติ ในแพลตฟอร์ม Digital Twin ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลเมืองชลบุรี

แต่อนาคตมีแผนขยายครอบคลุม 15 พื้นที่เทศบาลเมืองที่กำลังพัฒนาสู่ Smart City ก่อนขยายผลไปพื้นที่อื่นทั่วประเทศ และจะพัฒนาการสกัดข้อมูลแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งอยู่แล้วจากภาพถ่ายดาวเทียม นำมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบและส่งเสริมการติดตั้งเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่มีการติดตั้ง

ดร.จิรัติวัล เครือศิลป์ นักภูมิสารสนเทศชำนาญการ GISTDA ระบุไว้ว่า ระบบประเมินศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของ GISTDA ไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดพื้นที่หลังคาหรือความสูงของอาคาร แต่คำนวณจากตำแหน่งและเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลา เช่น หลักการเรขาคณิตของรังสีดวงอาทิตย์ที่คำนวณจากมุมชั่วโมงของดวงอาทิตย์ มุมอาซิมุท (Azimuth) และค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านรังสี เป็นต้น เพื่อหาค่าพลังงานที่ตกกระทบพื้นผิวหลังคาในแต่ละช่วงเวลา และระบบมีการดึงข้อมูลฝุ่นละออง (Particle) และมลพิษจากดาวเทียม มาประกอบการประเมินผลกระทบจากการกระเจิง การดูดกลืน และการลดทอนรังสีดวงอาทิตย์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า รวมถึงระบบยังวิเคราะห์เงาบดบังโดยจำลองตำแหน่งดวงอาทิตย์ตลอดทั้งปี เพื่อประเมินว่าอาคารข้างเคียง ต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ จะบดบังหลังคาในช่วงเวลาใดบ้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศักยภาพการผลิตไฟฟ้าของแต่ละอาคารแตกต่างกัน

การประเมินศักยภาพของบ้านเรือนว่าติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้มไหม ยังดูประเภทและรูปทรงของหลังคาบ้านด้วย เพราะมีผลโดยตรงต่อพลังงานที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็น หลังคาปั้นหยา หลังคาแบน หลังคาเฉียง หรือหลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อน เพื่อประเมินพื้นที่ติดตั้งที่เหมาะสมให้ และลดข้อผิดพลาดจากการประเมินศักยภาพ โมเดลนี้ได้รับการตรวจสอบเชิงวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พบความแม่นยำมากกว่า 80%

ที่สำคัญที่ประชาชนอยากรู้คือ ติดแล้วคุ้มไหม แพลตฟอร์มนี้ก็จะคำนวณให้ด้วย ดูไปถึงศักยภาพการผลิตไฟฟ้าเป็นรายเดือน และวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน อ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และยังบอกให้ด้วยว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เท่าใด และเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กี่ต้น

ใครสนใจก็ลองเข้าไปทดสอบได้ที่ https://gistdaportal.gistda.or.th/digital-twins/ ซึ่งเราได้เข้าไปทดสอบแล้ว การใช้งานไม่ยากจริง สามารถ “ปักหมุด” บ้านของตนเองในระบบ Digital Twin เพื่อดูศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบหลังคาบ้านได้เลย หน้าตาของแพลตฟอร์มก็น่าสนใจ ก็รอการพัฒนาให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้ใช้กันเร็วๆ

ที่โซลาร์เซลล์กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงลิ่วในเวลานี้ ไม่มีอะไรกดดันได้เท่าค่าไฟที่สูงขึ้น ยิ่งมีการปรับค่าไฟฟ้าฐานใหม่การใช้ไฟหน่วยที่ 201 ขึ้นไปเจอค่าไฟแพงขึ้นแน่นอน ตามอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ซึ่งรมต.พลังงานคุยว่าช่วยประชาชน ให้ทุกบ้านที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ได้อัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ลดลงไป 1.2218 บาท

แต่หากบ้านไหนใช้ไฟฟ้าหน่วยที่ 201 ขึ้นไปเตรียมเงินไว้จ่ายค่าไฟให้ดี ซึ่งบ้านเรือนจำนวนมากใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วย จะพยายามลดอย่างไรก็ไม่สามารถแตะมาอยู่ในระดับ 200 หน่วยได้ เช่น ครอบครัวใหญ่ บางบ้านจะเปิดหน้าตารับลมไม่ได้เลย เพราะอยู่ติดถนนหรือพื้นที่ฝุ่นเยอะ ก็ต้องเปิดแอร์ เป็นต้น

ค่าไฟฟ้าฐานที่จะมีผลนี้ ทางกกพ.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย.69 เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา ยืนยันว่าไม่ใช่การโหวต และย้ำว่านี้คือการปรับค่าไฟฟ้าฐานที่หลักๆมาจากค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบส่ง และระบบจำหน่าย รวมถึงการซื้อไฟฟ้าจากเอกชนและประเทศเพื่อนบ้านก็อยู่ในค่าไฟฐานด้วย ซึ่งค่าไฟฟ้าฐานจะปรับทุกๆ 5 ปี

ส่วนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟที ที่คิดกันทุกๆ 4 ก็จะบวกเพิ่มจากค่าไฟฟ้าฐานนี้ ซึ่งเอฟที ที่ปรับมาจากราคาเชื้อเพลิง และนโยบายรัฐ รวมถึงต้นทุนอื่นๆที่เปลี่ยนไปจากค่าไฟฟ้าฐาน

โดยกกพ.วางไว้ 4 กรณีศึกษา เพื่อนำมารับฟังความเห็น ในส่วนของบ้านที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ มีรายละเอียด ดังนี้

กรณีที่ 1 บ้านที่ใช้ไฟฟ้า 401 หน่วยขึ้นไป ค่าไฟฐานจะเพิ่ม 1.0234 บาทต่อหน่วย จาก 4.4217 บาท เป็น 5.4451 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 2 บ้านที่ใช้ไฟฟ้า 401-500 หน่วย ค่าไฟจะเพิ่มขึ้น 0.9835 บาท จาก 4.4217 บาท เป็น 5.4052 บาท และหน่วยที่ 500 ขึ้นไปจะเพิ่มขึ้น 1.0357 บาท ขึ้นมาเป็น 5.4574 บาท

กรณีที่ 3 ค่าไฟจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่หน่วยที่ 201-400 หรือเพิ่มขึ้น 0.5428 บาท มาอยู่ที่ 4.7646 บาท และหน่วยที่ 400 ขึ้นไปจะเพิ่มขึ้น 0.5428 บาท มาเป็น 4.9645 บาท

กรณีที่ 4 ค่าไฟเพิ่มขึ้น ตั้งแต่หน่วยที่ 201 แต่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า หรือเพิ่มขึ้น 0.4917 บาท มาอยู่ที่ 4.7135 บาท และหน่วยที่ 400 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น 0.5881 บาทมาอยู่ที่ 5.0098 บาท

ส่วนบ้านที่ติดตั้งมิเตอร์เกิน 5 แอมป์ กรณีที่ 1 หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่ 401 ขึ้นไปจะปรับเพิ่มขึ้น 1.0234 บาท มาอยู่ที่ 5.4451 บาท ส่วนกรณีที่ 2 หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่ 401-500 ค่าไฟฟ้าเพิ่ม 0.9835 บาท มาอยู่ที่ 5.4052 บาท และหน่วยที่ 500 ขึ้นไป เพิ่มขึ้น 1.0357 บาท มาอยู่ที่ 5.4574 บาท

กรณีที่ 3 หน่วยที่ 201 ขึ้นไปค่าไฟเพิ่มขึ้น 0.5428 บาท มาอยู่ที่ 4.7646 บาท สำหรับหน่วยที่ 201-400 และหน่วยที่ 400 ขึ้นไปเสีย 4.9645 บาท

กรณีที่ 4 หน่วยที่ 201-400 เสียค่าไฟเพิ่ม 0.4917 บาท มาอยู่ที่ 4.7135 บาท และหน่วยที่ 400 ขึ้นไป ค่าไฟเพิ่ม 0.5881 บาท มาอยู่ที่ 5.0098 บาท

โดยหน่วยงานต่างๆเห็นตรงกันว่า กรณีที่ 4 น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะเกลี่ยค่าไฟจากคนใช้ไฟ 200 หน่วยแรก มาให้คนใช้ไฟตั้งแต่หน่วยที่ 201 ขึ้นไป กราฟจึงไม่ตั้งชันเกินไป

ทั้งนี้ต้องบอกให้ทำใจ ว่าค่าไฟฐานใหม่จะเริ่มมีผลในรอบบิลค่าไฟก.ค.นี้เลย หลังจากนั้นกกพ.จะรื้อโครงสร้างค่าไฟกลุ่มอุตสาหกรรม และพาณิชย์ต่อไป

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่าวไว้ว่า ปกติค่าไฟฟ้าฐานจะมีการปรับอยู่แล้วทุกๆ 5 ปีแต่รอบนี้มาเร็วหน่อย เนื่องจากมาตรการรัฐมาจ่อพอดี ที่ต้องการช่วยกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก ที่มีจำนวน 15.86 ล้านราย คิดเป็น 67%ของผู้ใช้ไฟบ้านที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 23 ล้านราย ให้จ่ายค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย โดยค่าไฟที่ลดลง คิดเป็นวงเงิน 15,555 ล้านบาท ใช้วิธีเกลี่ยค่าไฟจากกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอาศัยที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยขึ้นไปตามอัตราก้าวหน้า ดังนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อรายได้ของการไฟฟ้า ส่วนจะเลือกกรณีไหนต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง

เมื่อใช้วิธีเกลี่ยต้นทุน บ้านอีก 33% หรือ 8 ล้านรายกระทบแน่ ต้องเจอค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ดังนั้นบ้านกลุ่มนี้จะเทมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่ใช่ทุกบ้านจะลงทุนได้ คิดหนักอยู่เหมือนกันกับการใช้เงินแสนในยุคนี้เพื่อติดโซลาร์เซลล์​ เงินที่ออกจากกระเป๋าต้องมั่นใจว่าคุ้มค่า ค่าไฟต่อเดือนลดลงแน่ ง่ายๆคือ คืนทุนได้เร็วๆ
แต่แนะนำว่า เพื่อให้แน่ใจว่าแดดบ้านเราติดโซลาร์แล้วคุ้มแน่นอน ก็อาจจะยังไม่ต้องรีบร้อนติดตั้ง รอให้ GISTDA พัฒนาแพลตฟอร์ม Digital Twin ให้สามารถใช้ได้ทั่วประเทศ เพื่อคำนวณความคุ้มค่ากันแบบเป๊ะๆก่อนลงทุน
 
เอาจริงแล้ว หลายหน่วยงานพลังงานก็ไม่ได้อยากให้รัฐบาลพุ่งตรงส่งเสริมติดตั้งโซลาร์เซลล์เกินไป จนมาบดบังการประหยัดพลังงาน หรือมากลบพลังงานสีเขียวอื่นๆที่วัตถุดิบหาได้จากในประเทศ ไม่ต้องนำเข้ามาเหมือนอุปกรณ์ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งเงินไหลไปนอกประเทศหมดโดยเฉพาะไหลไปจีน

ดังนั้นมาตรการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์เซลล์ ก็อย่าลืมตีกระแสประหยัดพลังงาน และส่งเสริมพลังงานสีเขียวอื่นๆไปพร้อมกัน เช่น ไบโอแก๊ส และไบโอแมส ที่ว้ตถุดิบมาจากในประเทศ อย่าลืมว่าแผงและอุปกรณ์โซลาร์เซลล์พอหมดอายุการใช้งานแล้ว ขยะเหล่านี้สุดท้ายจะเป็นต้นทุนในการจัดการของประเทศ ต้องถูกนำมาคิดด้วย

………………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ศรัญญา ทองทับ”

สนับสนุนคอลัมน์ โดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img