”Bioethanol ไบโอเอทานอล”เชื้อเพลิงหมุนเวียนจากชีวมวล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

Bioethanol Produced from Biomass in Energy Transition

“….ปัจจุบัน ไบโอเอทานอล กลายเป็นสะพานเชื่อมเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่การปรับเปลี่ยนไปใช้กำลังไฟฟ้า ยังไม่สามารถกระทำได้จริง …”

เอทานอล Ethanol: C2H5OH or C2H6O ที่ผลิตจากชีวมวล Biomass ซึ่งมักเรียกว่า ไบโอเอทานอล Bioethanol คือ ตัวสำคัญในการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนชีวภาพ Shift Toward Renewable Biofuels .. แม้ว่า เคมีของโมเลกุลเอทานอล C2H5OH จะยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าแหล่งที่มาจะเป็นอย่างไร แต่คำนำหน้า “ไบโอ Bio” เน้นย้ำถึงการได้มาจากการสังเคราะห์ขึ้นจากอินทรีย์สารร่วมสมัยแทนที่จะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล Derivation from Contemporary Organic Matter rather than Fossil Fuels .. กระบวนผลิตโดยทั่วไป Production Process Generally จะใช้กระบวนการย่อยสลายน้ำตาลเชิงซ้อน และการหมัก Breaking Down Complex Sugars & Fermentation ..

What Bioethanol Is & Why It Matters | Credit: NIIR.Org

ในปี 2569 อนาคตของเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้เชื้อเพลิงเอทานอล Engines Designed Specifically for Ethanol: C2H5OH อยู่ที่ 100 % หรือ E100 อันหมายถึง เชื้อเพลิงชีวภาพหมุนเวียนที่มีค่าออกเทนสูง Renewable, High – Octane Biofuel ที่ประกอบด้วยเอทานอล Ethanol 100 % หรือเกือบ 100 % เช่น Dedicated Ethanol Vehicles: DEVs นั้น กำลังมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการผลิต และใช้งานจริงเป็นจำนวนมากแล้วในบราซิล Brazil และยุโรป Europe ซึ่งโดยทั่วไป คือ รถยนต์นั่งที่ใช้เชื้อเพลิงแอลกอฮอล์ Alcohol 93 – 99 % ที่ได้จากชีวมวล Biomass เช่น อ้อย Sugarcane หรือข้าวโพด Corn โดยมีน้ำ หรือสารเติมแต่ง Water Additives น้อยที่สุด ..

จนถึงวันนี้  ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่เป็นเชื้อเพลิงของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล Fuel for Passenger Cars เท่านั้น อีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรมหนัก Heavy Industry และระบบไฮบริดสมรรถสูง High – Performance Hybrid Systems .. กลยุทธ์ Strategy สำหรับปี 2569 – 2573 กำลังเปลี่ยนจาก “ความยืดหยุ่นอ่อนตัว Flexibility” ซึ่งเครื่องยนต์สามารถจัดการกับส่วนผสมใด ๆ ก็ได้ก่อนหน้านี้ ไปสู่ ​​”การเพิ่มประสิทธิภาพเฉพาะด้าน Dedicated Optimization” โดยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE Engines จากนี้ไป จะได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากค่าออกเทนที่สูง High Octane, คุณสมบัติการระบายความร้อน Cooling Properties และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่าน้ำมันเบนซิน และดีเซล Outperform Gasoline & Diesel .. ทั้งนี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduce Greenhouse Gas: GHG Emissions และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Lower Reliance on Fossil Fuels สำหรับอนาคตการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Global Energy Transition Future ที่กำลังจะมาถึง ..

ทั้งนี้ กระบวนการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ซึ่งโดยทั่วไปจะดำเนินไปตามขั้นตอนการย่อยสลายน้ำตาลเชิงซ้อน และการหมัก Pathway of Breaking Down Complex Sugars & Fermentation นั้น จะประกอบไปด้วยการแปลงจากชีวมวลประเภทต่าง ๆ Transformation of Various Types of Biomass สรุปเป็น 3 ประเด็นที่น่าสนใจได้ดังนี้ :-

1. ประเภทของวัตถุดิบชีวมวล Types of Biomass Feedstock : หมายถึง ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนของการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของชีวมวล Kind of Biomass ที่ใช้เป็นวัตถุดิบเริ่มต้น โดยทั่วไป วัตถุดิบชีวมวล Biomass Feedstock เพื่อการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH จะแบ่งแยกประเภทเทคโนโลยี Categorizing the Technologies ออกเป็น “รุ่น Generations” ดังนี้ :-

    – เอทานอล รุ่นที่หนึ่ง First – Generation Ethanol ซึ่งใช้น้ำตาล และแป้ง Sugars & Starches เป็นวัตถุดิบตั้งต้น : วิธีนี้ คือ วิธีที่พบมากที่สุด .. กระบวนการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH รุ่นที่ 1 นี้ ใช้พืชที่กินได้ Edible Plants เช่น ข้าวโพด Corn ซึ่งพบได้ทั่วไปในสหรัฐฯ USA, อ้อย Sugar Cane ซึ่งพบได้ทั่วไปในบราซิล Brazil และมันสำปะหลัง Cassava ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ ง่ายต่อการแปรรูปเป็นพลังงาน เนื่องจากมีน้ำตาลอยู่มาก .. กระบวนเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH นี้ คือ วิธีการหลักที่ใช้ในปัจจุบัน เพื่อผลิตเชื้อเพลิงผสมน้ำมันเบนซิน Fuel Blends with Gasoline หรือแก๊สโซฮอล์ Gasohol นั่นเอง ..

    – เอทานอล รุ่นที่สอง Second – Generation Ethanol ซึ่งใช้ชีวมวลเซลลูโลส Cellulosic Biomass เป็นวัตถุดิบตั้งต้น : วิธีนี้ ใช้พืชที่ไม่สามารถรับประทานได้ Non – Edible Plants เช่น เศษเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues, ซังข้าวโพด Corn Stover, ฟางข้าวสาลี Wheat Straw, เศษไม้ Wood Chips และพืชพลังงานโดยเฉพาะ Dedicated Energy Crops เช่น หญ้าสวิตช์กราส Switchgrass เป็นต้น .. อย่างไรก็ตาม วัสดุเหล่านี้ มีลิกนิน Lignin ซึ่งเป็นโครงสร้าง “กาว Glue” เหนียว ซึ่งถือเป็นปัญหาท้าทาย เนื่องจากพวกมัน ทำให้ยากต่อการเข้าถึงน้ำตาลที่สามารถหมักได้ Harder to Access the Fermentable Sugars .. ดังนั้น ในกระบวนผลิต จึงต้องต้องผ่านกระบวนการปรับสภาพ Pre – Treatment และการย่อยด้วยเอนไซม์ Enzymatic Hydrolysis เพื่อเปลี่ยนโพลิเมอร์ของน้ำตาลให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ก่อนนำไปหมักให้เป็นไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ต่อไป .. ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของเทคโนโลยีนี้ คือ การสร้างความยั่งยืนทางพลังงานโดยใช้ชีวมวลที่หาได้ง่าย ไม่แย่งอาหารผู้คน และไม่กระทบต่อวัฏจักรอาหาร ..

    – เอทานอล รุ่นที่สาม Third – Generation Ethanol ซึ่งใช้สาหร่าย Algae เป็นวัตถุดิบตั้งต้น : เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังพัฒนา Emerging Technology ขึ้น โดยใช้สาหร่ายขนาดใหญ่ Macroalgae, สาหร่ายทะเล Seaweed หรือสาหร่ายขนาดเล็ก Microalgae เป็นวัตถุดิบ .. สาหร่าย Algae เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว บางสายพันธุ์สามารถเพาะเลี้ยงได้ บ่อยครั้งมากถึง 8 – 9 รอบต่อปี และไม่แย่งพื้นที่เพาะปลูกกับพืชผลทางการเกษตร จึงไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นที่ดินว่าจะใช้ในการผลิตอาหาร หรือผลิตพลังงาน เป็นต้น ..

ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยี รุ่นที่ 3 นี้ ได้แก่ การไม่กระทบความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้พืชอาหารเป็นวัตถุดิบตั้งต้นเหมือนเอทานอล รุ่นที่หนึ่ง First – Generation Ethanol และไม่แย่งพื้นที่เพาะปลูกอาหาร สามารถผลิตได้ตลอดทั้งปี ตลอดจนให้ประสิทธิภาพการผลิตที่สูงกว่า โดยสาหร่ายเจริญเติบโตเร็วมาก และให้ปริมาณน้ำมัน หรือแป้งต่อพื้นที่มากกว่าพืชบนบกหลายเท่า สามารถเพาะเลี้ยงได้โดยใช้น้ำเสีย หรือน้ำทะเล และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ในกระบวนการผลิต ..

ปัจจุบัน การพัฒนาไบโอเอทานอลจากสาหร่าย Developing Bioethanol: Bioethanol: C2H5OH from Algae คือ แนวทางสำคัญในการก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมชีวภาพขั้นสูง Advanced Bio – Based Industry และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในภาพรวม Improving the Overall Efficiency of Biofuel Production ให้เพียงพอสำหรับอนาคตที่เหนือชั้นกว่าจากนี้ไป..

Schematic Diagram of the Bioethanol: C2H5OH Production from Algae Biomass | Credit: ScienceDirect

2. กระบวนการแปลงสภาพ The Conversion Process : การเปลี่ยนจากพืชให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเหลว โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน ดังนี้ :-

      2.1 การเตรียมการเบื้องต้น Pre – Treatment : ชีวมวล Biomass จะถูกบดละเอียด และบางครั้งอาจใช้ความร้อน หรือสารเคมี Heat or Chemicals เพื่อสลายโครงสร้างเซลล์ที่แข็งแรง Break Down the Tough Cellular Structures ..

      2.2 การไฮโดรไลซิส Hydrolysis : หมายถึง ปฏิกิริยาเคมีที่ใช้น้ำ Water: H2O หรือสารเคมีบางอย่างเข้าไปสลายพันธะเคมีในโมเลกุลขนาดใหญ่ ทำให้แตกตัวกลายเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก หรือหน่วยย่อยลง โดยสำหรับแป้ง และเซลลูโลส Starches & Cellulose นั้น จะมีการเติมเอนไซม์ Enzymes เพื่อสลายคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเหล่านี้ Break These Complex Carbohydrates ให้เป็นน้ำตาลอย่างง่าย Simple Sugars เช่น กลูโคส Glucose เป็นต้น ..

      2.3 การหมัก Fermentation : จุลินทรีย์ Microorganisms โดยปกติ คือ ยีสต์ Yeast จะบริโภคน้ำตาล .. ในสภาพแวดล้อมแบบไร้ออกซิเจน Anaerobic Environment พวกมันจะเผาผลาญน้ำตาล Metabolize the Sugar และขับไบโอเอทานอล และคาร์บอนไดออกไซด์ Excrete Bioethanol: C2H5OH & Carbon Dioxide: CO2 ออกมาเป็นผลพลอยได้ ..

      2.4 การกลั่น และการกำจัดน้ำ Distillation & Dehydration : หมายถึง ขั้นตอนสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงเอทานอล โดย “กาก Mash” ที่ได้จากการหมักซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำ จะถูกให้ความร้อนเพื่อต้มเอทานอลให้น้ำระเหยออกไป จากนั้นจึงเก็บรวบรวม และทำให้บริสุทธิ์ โดยกำจัดน้ำที่เหลืออยู่ Remove the Remaining Water ทำให้ได้มาซึ่งไบโอเอทานอลปราศจากน้ำที่มีคุณภาพสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง Fuel – Grade Anhydrous Bioethanol: C2H5OH ต่อไป ..

3. เหตุใดจึงสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Why It Matters for the Energy Transition : นี่คือ อีกประเด็นคำถามสำคัญที่น่าสนใจ โดยการใช้ชีวมวลในการผลิตเอทานอล Using Biomass for Ethanol: C2H5OH Production มีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ Strategic Advantages หลายประการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Global Energy Transition สรุปได้ดังนี้ :-

    – วงจรความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality Cycle : ในทางทฤษฎีนั้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 Gas ที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้ไบโอเอทานอล Combustion of Bioethanol: C2H5OH จะถูกชดเชยด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 Gas ที่พืชดูดซับไว้ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงในระหว่างการเจริญเติบโต Photosynthesis During Their Growth และหมุนเวียนเป็นวงรอบเป็นวงจร ซึ่งหมายถึง ความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality .. ต่างจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล Burning Fossil Fuels ซึ่งจะปล่อยคาย CO2 ที่โลกจัดเก็บไว้เป็นปริมาณมหาศาลในชั้นใต้ดินลึก มานานกว่า 60 ล้านปีแล้ว จึงเป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพของโลกใบนี้ Extremely Dangerous to the Health of Our Planet นั่นเอง ..

    – ความมั่นคงทางพลังงาน Energy Security : กระบวนการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถผลิตเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งของตนเองภายในประเทศ Produce Their Own Transport Fuel Domestically และลดการพึ่งพาปิโตรเลียมนำเข้า Reducing Reliance on Imported Petroleum ได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้อิสรภาพทางพลังงาน Energy Independence และความมั่นคงทางพลังงาน Energy Security จะได้รับการประกัน ..

    – การเพิ่มมูลค่าขยะของเสียเหลือทิ้ง Waste Valorization : การผลิตเอทานอลรุ่นที่สอง Second – Generation Ethanol: C2H5OH กลายเป็นทางออกที่สำคัญ Key Solution ในการเปลี่ยน “ขยะ Trash” เช่น แกลบฟางข้าว Rice Husks หรือเศษไม้จากการตัดแต่งป่า Forest Thinning เป็นต้นนั้น ให้เป็น “ผลิตภัณฑ์พลังงานหมุนเวียนที่มีมูลค่าสูง High – Value Renewable Energy Product” .. ทั้งนี้ เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะเป็นเอทานอล Waste – to – Ethanol: C2H5OH Technology ใช้กระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่น Gasification, การหมัก Fermentation และการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา Catalysis ในการเปลี่ยนวัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ Non – Recyclable Materials ให้เป็นเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง Fuel – Grade Ethanol: C2H5OH, ลดทั้งขยะในหลุมฝังกลบ และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Reducing Both Landfill Waste & Dependence on Fossil Fuels ไปพร้อมด้วย ..

บทบาทของไบโอเอทานอล Current State of Bioethanol: C2H5OH’s Role ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Global Energy Transition ..

แม้จะได้กล่าวถึงความสำคัญของไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ไปบ้างแล้วก็ตาม นอกจากพวกมันจะถูกนำไปใช้งานในภาคการขนส่ง และในทางการแพทย์ ก่อนหน้านี้ ด้วยความบริสุทธิ์สูง 95 – 99.5 % โดยใช้เป็นตัวทำละลายในยาสมุนไพร, ยาฆ่าเชื้อ, เจลล้างมือ และสเปรย์แอลกอฮอล์ โดยมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้ดี ปลอดภัยต่อผู้ใช้แล้ว  .. นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ได้ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงยาฆ่าเชื้อ Disinfectants หรือสารเติมแต่งที่ผสมในน้ำมันเบนซิน Moved Beyond its Role as a Simple Gasoline Additive ไปแล้วอีกด้วย .. ปัจจุบัน ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH กลายเป็นสะพานเชื่อมเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลก Strategic Bridge in the Global Energy Transition โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่การปรับเปลี่ยนไปใช้กำลังไฟฟ้า Electrification ยังไม่สามารถกระทำได้จริง ..

ทั้งนี้ สถานะปัจจุบันสำหรับบทบาทของไบโอเอทานอล Current State of Bioethanol: C2H5OH’s Role ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Global Energy Transition ณ ต้นปี 2569 และจากนี้ไป สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-

1. ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเปลี่ยนจากแอลกอฮอล์ให้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน Alcohol – to – Jet: ATJ : การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 คือ การนำเอทานอล Ethanol: C2H5OH มาใช้ในวัตถุประสงค์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการบิน Aviation Industry .. เนื่องจากชุดแบตเตอรี่สำหรับเที่ยวบินระยะไกล Long – Haul Flight Batteries ยังคงมีน้ำหนักมากเกินไป รวมถึงการพัฒนาอากาศยานไฟฟ้า Electric Aircraft ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้น เอทานอล Ethanol: C2H5OH จึงถูกนำมาแปลงเป็นเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF เพื่อใช้งานกับเครื่องยนต์เจ็ตเผาไหม้ภายในที่มีอยู่แล้ว Existing Internal Combustion Jet Engines .. ทั้งนี้ โรงงานผลิต และข้อกำหนดด้านการบินที่เกี่ยวข้อง ได้เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเชิงประจักษ์แล้ว ตัวอย่างเช่น :-

    – การขยายขนาดเชิงพาณิชย์ Commercial Scaling : ในช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นมา โรงงานผลิต เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF จากไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ขนาดใหญ่เชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก World’s First Commercial – Scale Bioethanol – to – SAF Plant ในชื่อ Freedom Pines ของบริษัท LanzaJet ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ Georgia, USA เริ่มส่งมอบเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ให้กับสายการบินคู่ค้าแล้ว ซึ่งพิสูจน์ว่า ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH มีความพร้อมด้านฐานการผลิตที่ใหญ่กว่าน้ำมันเสียใช้แล้ว Waste Oils อยู่มาก หมายถึง ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH สามารถผลิตขึ้นได้จากแหล่งที่หลากหลายกว่า เช่น กากน้ำตาล Molasses, ข้าวโพด Corn หรือแม้แต่ขยะชุมชน Municipal Waste ซึ่งมีข้อจำกัดด้านปริมาณน้อยกว่าการใช้น้ำมันเก่า Waste Oils .. ดังนั้น จึงสามารถจัดหาในปริมาณที่จำเป็น Can Provide the Volume Needed สำหรับอุตสาหกรรมการบินได้อย่างมั่นใจ ..

    – ข้อกำหนดด้านการบิน Aviation Mandates : ปี 2569 คือ ปีเริ่มต้นของข้อกำหนดระดับภูมิภาคหลายแห่ง เช่น โครงการ ReFuelEU Aviation ของสหภาพยุโรป โดยสายการบินที่ให้บริการในสหภาพยุโรป EU ต้องเติมเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วน SAF ตามที่กำหนด โดยต้องเติมน้ำมันที่สนามบินใน EU ไม่น้อยกว่า 90 % ของปริมาณเชื้อเพลิงทั้งหมดต่อปี เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงไปเติมที่อื่น ด้วยเป้าหมายสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ในส่วนผสมเริ่มที่ 2 % ในปี 2568, 6 % ในปี 2573, 20 % ในปี 2578 และจะเพิ่มสูงถึง 70 % ภายในปี 2593 .. ขณะที่ข้อกำหนดของไทย ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ได้กำหนดเป้าหมายส่วนผสมอย่างน้อย 1 % ของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ของสายการบินที่ทำการบินในประเทศ และผ่านประเทศ ซึ่งคาดหมายว่า SAF กำลังสร้างตลาดที่มั่นคงให้แก่ตลาดเชื้อเพลิงอากาศยานของไทย เนื่องจากศักยภาพการผลิตภายในประเทศที่สูงในฐานะชาติเกษตรกรรมชั้นนำของโลก World’s Leading Agricultural Nation ซึ่งผลักดันอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR มากกว่า 45 % ในภาคส่วนตลาดเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF จากนี้ไป ..

Signature Aviation Launches Sustainable Aviation Fuel: SAF in Munich Airport | Credit: Signature Aviation

2. พลังงานชีวภาพพร้อมการดักจับคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture: BECCS : ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ “โอกาสที่ง่ายที่สุด Low – Hanging Fruit” สำหรับเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Net Negative Greenhouse Gas: GHG Emission ในปี 2569 เนื่องจากกระบวนการหมักเพื่อผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH จะปล่อยคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ที่เกือบจะบริสุทธิ์ จึงส่งผลให้มีต้นทุนในการดักจับที่ถูกกว่าการดักจับ CO2 จากโรงไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น :-

    – เชื้อเพลิงคาร์บอนติดลบ Carbon – Negative Fuel : ด้วยการดักจับ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหมักไว้ใต้ดิน Storing Fermentation CO2 Underground และด้วย  เทคโนโลยีดักจับ และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Capture & Storage: CCS Technology ปัจจุบันนั้น ผู้ผลิตในสหรัฐฯ และบราซิล กำลังทำการตลาด “เอทานอล คาร์บอนติดลบ Carbon – Negative Ethanol” อยู่ในขณะนี้ ..

    – โครงการ The Midwest Carbon Express : ปัจจุบัน โครงการของบริษัท Summit Carbon Solutions กำลังเชื่อมต่อโรงงานผลิตเอทานอลหลายสิบแห่งเข้ากับเครือข่ายท่อส่ง Connecting Dozens of Ethanol Plants to Pipeline Networks โดยมีเป้าหมายที่จะกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายล้านตันต่อปีภายในปี 2570 .. โครงการนี้ คือ โครงการกักเก็บ และใช้ประโยชน์จากคาร์บอน Carbon Capture, Utilization & Storage: CCUS ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมท่อส่งก๊าซ CO2 ยาวกว่า 2,000 – 2,570 ไมล์ ผ่าน 5 รัฐ ได้แก่ รัฐไอโอวา Iowa, เนแบรสกา Nebraska, เซาท์ดาโคตา South Dakota, มินนิโซตา Minnesota และรัฐนอร์ทดาโคตา North Dakota เพื่อดักจับ และฝังกลบคาร์บอน Capture & Landfill Carbon จากโรงงานเอทานอล Ethanol: C2H5OH Plants ไว้ใต้ดิน ..

3. เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนัก High – Efficiency Heavy – Duty Engines : การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในปี 2569 จะเห็นไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH เข้ามาแทนที่ดีเซล Replace Diesel ในการขนส่งหนัก Heavy Transport ผ่านเครื่องยนต์แรงอัดสูงเฉพาะทาง Dedicated High – Compression Engines ตัวอย่างเช่น :-

Bioethanol: C2H5OH in Diesel Engines: A Contribution to Sustainability | Credit: Vienna University of Technology

Scania & ED95 : บริษัท Scania AB ในฐานะผู้ผลิตรถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องยนต์อุตสาหกรรมสำหรับงานหนักรายใหญ่ของสวีเดน Major Swedish Manufacturer of Heavy – Duty Trucks, Buses & Industrial Engines ได้พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ED95 หรือไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH ผสมสารเพิ่มการจุดระเบิด มานานกว่า 30 ปีแล้ว .. ปัจจุบัน การใช้ ED95 หรือหรือไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH สัดส่วน 95% กำลังขยายตัวในรถโดยสารประจำทางในเมืองต่าง ๆ ของยุโรป European City Buses และกองยานขนส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asian Logistics Fleets .. เครื่องยนต์เหล่านี้ ให้แรงบิดสูงใกล้เคียงกับดีเซล Torque Similar to Diesel แต่มีการปล่อยอนุภาคเพียงเล็กน้อย Significantly Lower Particulate Matter Emissions ..

    – การเปลี่ยนผ่านทางทะเล Maritime Transition : บริษัท Winterthur Gas & Diesel: WinGD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Switzerland ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ที่เน้นพลังงานสะอาด กำลังเปิดตัวเครื่องยนต์เรือเดินสมุทรที่ใช้ไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH เป็นเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี 2569 นี้ ซึ่งเป็นทางเลือกเชื้อเพลิงเหลว Liquid – Fuel Alternative สำหรับเป้าหมายการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเล ในปี 2573 .. ทั้งนี้ เทคโนโลยีเครื่องยนต์เชื้อเพลิงคู่ Dual – Fuel Flexible Engines รุ่น X – DF ของพวกเขาที่ที่มีความสามารถในการปรับตัวใช้เชื้อเพลิงหลากหลาย และรองรับเชื้อเพลิงแอมโมเนีย Ammonia: NH3 Fuel, ไบโอเมทานอล Biomethanol: CH3OH และไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH รวมถึงระบบ Hybrid และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Decarbonization Goals ภายในปี 2593 ..

4. ไบโอเอทานอลในฐานะตัวนำพาไฮโดรเจน Bioethanol: C2H5OH as a Hydrogen: H2 Carrier : ไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH กำลังแก้ปัญหา “การขนส่งไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Transport” ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากก๊าซไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Gas จัดเก็บ และเคลื่อนย้ายได้ยาก ดังนั้น ไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH จึงทำหน้าที่เป็นตัวนำพาที่เป็นของเหลว Liquid Carrier ซึ่งสามารถจัดเก็บ และขนส่งได้ง่ายโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว Existing Infrastructure .. ทั้งนี้ ในปี 2569 โครงการนำร่องจะใช้เครื่องปฏิรูปไอเอทานอล Ethanol Steam Reformers ณ สถานีเติมเชื้อเพลิง On – Site Fueling Stations เพื่อผลิตไฮโดรเจนบริสุทธิ์สูง Generate High – Purity Hydrogen: H2 ตามความต้องการสำหรับรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิง Fuel Cell Trucks ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้รถบรรทุกขนส่งไฮโดรเจนแรงดันสูง Eliminating the Need for High – Pressure H2 Tankers ..

เป็นที่ชัดเจนว่า บทบาทของไบโอเอทานอลในการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลก Bioethanol: C2H5OH’s Role in the Global Energy Transition ได้พัฒนาจากสารเติมแต่งน้ำมันเบนซิน “สีเขียว Green” ธรรมดา ๆ ไปสู่ “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญสูง High – Priority Strategic Assets” .. ความสำคัญของพวกมันในปัจจุบัน ถูกกำหนดโดยความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ยากที่สุดของวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่แบตเตอรี่ Batteries, กังหันลม Wind Turbines และแผงโซลาร์เซลล์ Solar PV Panels ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ..

อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบคำถามว่า ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญนักสำหรับปี 2569 นี้ ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก Light Electric Vehicles: EVs กำลังลดทอนความต้องการเอทานอลในรถยนต์ Reducing the Demand for Ethanol: C2H5OH in Vehicles ลงไปบ้างก็ตาม แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Global Energy Transition กลับเพิ่มความต้องการไบโอเอทานอลโดยรวม Increasing the Total Demand for Bioethanol: C2H5OH ในภาคส่วนที่มีมูลค่าสูง High – Value Sectors และภาคส่วนที่ “ยากต่อการลดการปล่อยคาร์บอน Hard – to – Abate” .. จุดสนใจได้เปลี่ยนจากปริมาณเชื้อเพลิง Fuel Quantity ไปเป็นคะแนนความเข้มข้นของคาร์บอน Carbon Intensity: CI Scores .. ปัจจุบัน ไบโอเอทานอล Bioethanol C2H5OH ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก Cornerstone of the Global Energy Transition ในปี 2569 เพราะพวกมันช่วยแก้ปัญหา “ช่วงสุดท้าย Last Mile” ของการลดคาร์บอน Decarbonization ซึ่งเป็นภาคส่วนที่กำลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ Sectors that Electricity Alone Cannot Yet Reach นั่นเอง ..

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ทำให้ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH กลายเป็นแก่นแกนหลักของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Linchpin of the Energy Transition ในปี 2569 สรุปได้ดังนี้ :-

1. การลดการปล่อยคาร์บอน Decarbonizing ในภาคส่วนที่ “ยากต่อการลด Hard – to – Abate” : ณ ปี 2569 การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล Transition to Electrification of Passenger, Light – Duty Vehicles ได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงหันมาให้ความสำคัญกับการขนส่งขนาดใหญ่ Shifted to Heavy Transport มากขึ้น ซึ่งความหนาแน่นของพลังงาน Energy Density มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่งผลให้เชื้อเพลิงชีวภาพเหลว Liquid Biofuels กลายเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจในภาคส่วนการบิน และการเดินทะเล Aviation & Maritime Sectors ได้แก่ :-

    – การบิน Aviation ด้วยการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน Alcohol – to – Jet : ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ วัตถุดิบหลักสำหรับเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF คาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ตลาดเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนทั่วโลก Global Sustainable Aviation Fuel: SAF Market จะแตะระดับ 1.9 พันล้านลิตร หรือ 1.5 ล้านตันต่อปี โดยเทคโนโลยีการเปลี่ยนไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน นั้น สามารถขยายขนาดได้มากกว่าน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว More Scalable than Used Cooking Oils โดยเฉพาะเมื่อใช้สาหร่าย เป็นวัตถุดิบ Using Algae as a Feedstock สำหรับการผลิต ..

    – การขนส่งทางทะเล Maritime Shipping : เป็นครั้งแรกที่เครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ เช่น WinGD X – DF – M จะเข้าสู่กองเรือในปี 2569 นี้ โดยใช้ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่สะอาดกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงหนัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ International Maritime Organization’s 2030 Targets ในปี 2573 .. ทั้งนี้ การใช้ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ในเครื่องยนต์เชื้อเพลิงคู่ Dual – Fuel Flexible Engines รุ่น X – DF ของบริษัท WinGD ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2, ไนโตรเจนออกไซด์ Nitrogen Oxides: NOx, ซัลเฟอร์ออกไซด์ Sulfur Oxides: SOx และเขม่า Soot ได้อย่างชัดเจน ..

Biofuels as an Alternative for Non – Renewable Fuels in the Different Transportation Sectors | Credit: MDPI

2. การส่งเสริมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Enabling Negative Emissions ด้วยการผลิตพลังงานชีวภาพร่วมกับการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture & Storage: BECCS : การผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH Production ในปัจจุบัน คือ เส้นทางที่คุ้มค่าที่สุดในการผลิตพลังงานชีวภาพ ร่วมกับการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Bioenergy with Carbon Capture & Storage: BECCS ซึ่งสามารถจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ Effectively Reduce Greenhouse Gas: GHG Emissions ทำให้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ Key Strategies ในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Reducing Reliance on Fossil Fuels และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Achieving Carbon Neutrality ไปพร้อมด้วย ดังนี้ :-

    – การดักจับคาร์บอนบริสุทธิ์ Pure Carbon Capture : กระบวนการหมักเพื่อผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH พบว่า กระแส CO2 Stream ที่ปล่อยคายออกมาจากกระบวนการนั้น มีความบริสุทธิ์สูง .. ในปี 2569 การดักจับนี้ มีต้นทุน อยู่ระหว่าง 100 – 250 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการดักจับ และจัดเก็บคาร์บอนจากอากาศโดยตรงเป็นอย่างมาก Significantly Cheaper than Direct Air Capture: DAC ..

    – การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ ไปสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นลบสุทธิ Net – Zero to Carbon – Negative : ด้วยการฝัง CO2 ที่ดักจับได้ไว้ โรงงานผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH Production Plants ในสหรัฐฯ USA และบราซิล Brazil กำลังผลิตเชื้อเพลิงที่ช่วยกำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศตลอดวงจรชีวิต Producing Fuel that Actually Removes Carbon from the Atmosphere on a Lifecycle Basis ซึ่งถือเป็นหนึ่งเครื่องมือสำคัญ Critical Tool ในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ในปี 2593 ..

3. “แบตเตอรี่เหลว Liquid Batteries” สำหรับไฮโดรเจน Hydrogen: H2 : หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในปี 2569 คือ ต้นทุนการจัดเก็บ และขนส่งก๊าซไฮโดรเจนที่สูงลิ่ว Very High Cost of Storage & Transporting Hydrogen: H2 Gas ซึ่งไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH สามารถทำหน้าที่เป็นตัวนำพาไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Carrier ได้อย่างยอดเยี่ยม สรุปได้ดังนี้ :-

    – การจัดเก็บทางเคมี Chemical Storage : ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH มีสถานะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ที่อุณหภูมิห้องปกติ มีความเสถียร และสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงเหลวที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ถัง รถบรรทุก และท่อทาง เป็นต้น ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่สร้างปัญหาในการจัดเก็บ และการขนส่งแต่อย่างไร ..

    – การปฏิรูปตามความต้องการ On – Demand Reforming : โครงการนำร่องใหม่ ในปี 2569 มีการประยุกต์ใช้ “เครื่องปฏิรูป Reformers” ณ สถานีเติมน้ำมัน Gasoline Stations และสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Refueling Stations สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ Heavy – Duty On – Site Filling Stations เพื่อเปลี่ยนไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ให้เป็นไฮโดรเจนบริสุทธิ์สูง High – Purity Hydrogen: H2 ณ สถานที่นั้น ๆ สำหรับรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิง On – Site for Fuel – Cell Trucks โดยไม่ต้องใช้รถพ่วงไฮโดรเจนแรงดันสูงราคาแพง เป็นต้น ..

4. อธิปไตยทางพลังงานสำหรับประเทศกำลังพัฒนา Energy Sovereignty for the Global South : สำหรับประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย Thailand, บราซิล Brazil และอินเดีย India นั้น ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ เกราะป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ Geopolitical Oil Price Shocks ด้วยศักยภาพที่สำคัญ ดังนี้ :-

    – ความยืดหยุ่นภายในประเทศ Domestic Resilience : ด้วยการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกิน เช่น อ้อย Sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava และข้าวโพด Corn เป็นต้นนั้น ให้เป็นเชื้อเพลิง Fuel ภายในประทศ ก็จะส่งผลให้ชาติที่มีศักยภาพเหล่านี้ สามารถลดการพึ่งพาปิโตรเลียมที่นำเข้าได้อย่างยอดเยี่ยม ความมั่นคงทางพลังงาน ก็จะได้รับการประกันไปพร้อมด้วย ..

    – ความมั่นคงทางการเกษตร Agricultural Stability : ในปี 2569 ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH จะให้ “ราคาขั้นต่ำ Price Floor” สำหรับเกษตรกร Farmers ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลผลิตส่วนเกินจะไม่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy ..

ไบโอเอทานอลในประเทศไทย Bioethanol: C2H5OH in Thailand และแนวโน้มในอนาคต Future Trends ..

ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2569 เป็นต้นมา ประเทศไทย Thailand ได้เข้าสู่ “ยุคใหม่ New Era” ของนโยบายพลังงานอย่างเป็นทางการ .. ยุทธศาสตร์ของไทย Thailand’s Strategy นั้น ชัดเจน เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles: EVs เริ่มแพร่หลายบนท้องถนน ในเวลาเดียวกัน ประเทศไทย Thailand ก็กำลังปรับเปลี่ยนทิศทางกำลังการผลิต และการใช้งานไบโอเอทานอลจำนวนมหาศาล Massive Bioethanol: C2H5OH Production Capacity มาพร้อมอีกด้วย เพื่อมุ่งไปสู่การบิน Aviation และการผลิตเคมีภัณฑ์สีเขียวที่มีมูลค่าสูง Production of High – Value Green Chemicals ในประเทศ ..

ปัจจุบัน เชื้อเพลิง E100 Fuel หรือไบโอเอทานอล 100 % Bioethanol: C2H5OH ยังคงเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มมากกว่าสินค้าขายปลีกที่หาซื้อได้ทั่วไป แม้ว่าจะมีไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ส่วนเกินจำนวนมากในประเทศ แต่กลยุทธ์ของรัฐบาลในปัจจุบัน มุ่งเน้นไปที่การควบรวมตลาดเชื้อเพลิง E20 สำหรับรถยนต์นั่งไว้ด้วยกัน ในขณะที่เปลี่ยนทิศทางการใช้ไบโอเอทานอลบริสุทธิ์ หรือไบโอเอทานอล 100% Bioethanol: C2H5OH ไปสู่เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF สำหรับการเป็น “ศูนย์กลาง E100 Hub” ในภูมิภาค .. อย่างไรก็ตาม ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH มิได้เป็นเพียงแค่แหล่งเชื้อเพลิงทั่วไปในประเทศไทยอีกต่อไป แต่พวกมัน คือ ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy Model ซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจการเกษตร Stabilizing the Agricultural Economy และส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อม Promoting Environmental Health เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน Strengthen Energy Security, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduce Greenhouse Gas: GHG Emissions และกระตุ้นภาคการเกษตรในท้องถิ่น Boost the Local Agricultural Sector โดยเฉพาะอ้อย Sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava และสาหร่าย Algae ไปพร้อมด้วย ..

ภาพรวมปัจจุบัน และแผนงาน Landscape & the Roadmap สำหรับอนาคตของไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH Future ในประเทศไทย จนถึงปี 2573 สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-

1. การควบรวมเชื้อเพลิงหลัก Main Fuel Consolidation ปี 2569 : เพื่อลดความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้บริโภค Simplify the Transition for Consumers และลดต้นทุนการบริหารจัดการ Reduce Management Costs นั้น ประเทศไทย Thailand ได้ปรับโครงสร้างเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์บนท้องถนน Restructuring the Fuel System for Vehicles on the Road ดังนี้ :-

    – มาตรฐานใหม่ The New Standard : น้ำมันเบนซิน Gasohol E20 คือ ตัวเลือกหลัก Primary Choice ในปัจจุบัน .. การอุดหนุนจากภาครัฐผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงเดือนกันยายน 2569 ทำให้ราคาน้ำมันเบนซิน Gasohol E20 ถูกกว่า Gasohol E10 95 ซึ่งหมายถึง น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่มีค่าออกเทน 95 ผสมกับเอทานอล Bioethanol: C2H5OH หรือแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ Pure Alcohol ในอัตราส่วน 10 % อยู่ที่ประมาณ 3 – 4 บาท ..

    – การเลิกใช้ The Phase – Out : เชื้อเพลิงรุ่นเก่า เช่น น้ำมันเบนซิน Gasohol 91 และ Gasohol 95 กำลังถูกลดสถานะเป็น “ทางเลือก Alternative” .. น้ำมันเบนซิน Gasohol E85 ถูกยกเลิกการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ รวมถึง PTT & OR ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา เนื่องจากความต้องการต่ำ และไม่คุ้มค่า Low Demand & Lack of Profitability ..

    – เป้าหมาย Target ปี 2570 : รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ที่เป็นน้ำมันเบนซิน Gasohol 91 และ Gasohol 95 อย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2570 ทำให้น้ำมันเบนซิน Gasohol E20 ซึ่งมีส่วนผสมของไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH อยู่ที่ 20 % กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน Near – Universal Choice for ICE Vehicles ในประเทศ .. อย่างไรก็ตาม น้ำมันแก๊สโซฮอล์ Gasohol E100 หรือไบโอเอทานอลบริสุทธิ์ Pure Bioethanol: C2H5OH ก็มีศักยภาพสูงที่จะเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพหลักในอนาคตของไทยด้วยเช่นกัน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ที่ยั่งยืน ตามแนวคิดตามนโยบายภาครัฐในการผลักดันให้ไทยเป็นฮับยานยนต์ไบโอเอทานอล E100 Bioethanol Automotive Hub แห่งแรกของโลก ซึ่งช่วยลดคาร์บอน และส่งเสริมเกษตรกร แต่ยังมีความท้าทายเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าน้ำมันทั่วไป ..

2. ข้อกำหนดเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF Mandate ปี 2569 : ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ประเทศไทย Thailand ได้กำหนดให้มีการผสมเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ในสัดส่วนเริ่มต้น 1 % สำหรับทุกเที่ยวบินที่เข้าออกประเทศ โดยแบ่งเป็นระยะ และการพิจารณาการใช้ประโยชน์จากไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ส่วนเหลือเกิน ดังนี้ :-

    – Phase ระยะที่ 1 ปี 2569 : ปัจจุบัน การผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีไฮโดรทรีตเอสเทอร์ส และกรดไขมัน Hydroprocessed Esters & Fatty Acids: HEFA Technology โดยใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันพืช และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง Bangchak’s Phra Khanong Refinery คือ ผู้นำในด้านนี้ในประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน ..

    – ไบโอเอทานอลส่วนเกิน The Bioethanol: C2H5OH Surplus : ปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand มีไบโอเอทานอลส่วนเกิน Bioethanol: C2H5OH Surplus อยู่ที่ 50 % ด้วยกำลังการผลิตโดยรวมทั้งหมด 6.9 ล้านลิตรต่อวัน เทียบกับความต้องการบนท้องถนน อยู่ที่ประมาณ 3.4 ล้านลิตรต่อวัน ..

    – Phase ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ปี 2570 – 2575 : อย่างไรก็ตาม ส่วนเกินนี้ คือ “โอกาสทอง Golden Opportunity” รัฐบาลไทย กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการเปลี่ยนกากน้ำตาล และไบโอเอทานอลจากมันสำปะหลังส่วนเกินให้เป็นเชื้อเพลิงการที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF โดยตั้งเป้าหมายส่วนผสมในสัดส่วน 3 – 5 % ให้ได้ ภายในปี 2573 ..

A Bangkok Airways Jet Taxies at Samui Airport Using Sustainable Aviation Fuel: SAF Under a Pilot Project | Credit: Bangkok Post

3. อนาคต The Future ปี 2570 – 2573 และโมเดล BCG Model : หลังปี 2569 ประเทศไทย Thailand ใช้โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy Model เพื่อให้มั่นใจว่า ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญ Key Economic Pillars ต่อไป ได้แก่ :-

    – การขยายตัวของอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Expansion : ตลาดชีวเคมีภัณฑ์ที่ได้จากอ้อย และมันสำปะหลัง Market for Biochemicals Derived from Sugarcane & Cassava ได้รับการคาดหมายว่าจะเติบโตขึ้นเป็นมากกว่า 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2571 โดยไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตพลาสติกชีวภาพ Bioplastics และตัวทำละลายสีเขียว Green Solvents .. ขณะที่ ปัจจุบัน ไทย คือ ประเทศส่งออกเม็ดพลาสติกชีวภาพ Bioplastics เป็นอันดับ 2 ของโลกมาพร้อมด้วย ..

    – ศูนย์กลางการบินที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net – Zero Aviation Hub ภายในปี 2573 : ประเทศไทย Thailand ตั้งเป้าที่จะเป็น 1 ใน 5 ศูนย์กลางการบินชั้นนำของเอเชียแปซิฟิก .. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ แผนพลังงานแห่งชาติ NEP 2024 ตั้งเป้าหมายที่จะใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ในสัดส่วน 8 % ภายในปี 2579 โดยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ที่ใช้ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH เป็นส่วนประกอบหลักจะมีปริมาณมากที่สุด เมื่อเทคโนโลยีการแปลงแอลกอฮอล์ให้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน Alcohol to Jet: ATJ Technology พัฒนาขึ้น ..

    – พลังงานรูปแบบกระจายศูนย์ Decentralized Energy : การวิจัยเกี่ยวกับไบโอเอทานอลรุ่นที่สอง Second – Generation Bioethanol ซึ่งใช้ชีวมวลเซลลูโลส Cellulosic Biomass เป็นวัตถุดิบตั้งต้น หมายถึง การใช้ฟางข้าว Rice Straw และกากอ้อย Bagasse นั้น กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า การผลิตเชื้อเพลิง Fuel Production จะไม่แข่งขันกับความมั่นคงทางอาหาร Food Security ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainability Goals ในปี 2573 ..

4. โมเดล “รายได้สองทาง Dual – Income” สำหรับเกษตรกร : สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และมันสำปะหลังของไทย ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยรักษาเสถียรภาพราคาที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้ :-

    – อ้อย และกากน้ำตาล Sugarcane & Molasses : ประมาณ 45 % ของไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ในประเทศไทย ผลิตขึ้นจากกากน้ำตาล Molasses ทำให้โรงงานน้ำตาล Sugar Factories สามารถรักษาระดับ “ราคาขั้นต่ำ Price Floor” ที่สูงสำหรับเกษตรกรได้ แม้ว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะผันผวน Global Sugar Prices are Volatile ก็ตาม ..

    – ความยืดหยุ่นของมันสำปะหลัง Cassava Resilience : มันสำปะหลัง Cassava คิดเป็นประมาณ 43 % ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากมันสำปะหลัง Cassava ทนแล้ง และสามารถเติบโตได้ในดินที่ไม่สมบูรณ์ จึงเป็น “พืชสร้างความมั่นคง Security Crop” สำหรับเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอ้อย Sugarcane อาจปลูกได้ยากกว่า ..

    – การสนับสนุนตลาด Market Support ปี 2569 : เพื่อปกป้องเกษตรกรเหล่านี้จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เนื่องจากรูปแบบสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพภูมิอากาศ เช่น ลานีญา La Niña ในช่วงต้นปี 2569 นั้น รัฐบาลไทย ได้ขยายการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuel Subsidies ไปจนถึง 24 กันยายน 2569 ..

5. การใช้ประโยชน์จากของเสีย Waste Valorization : จากการเผาไหม้ของเสียสู่การนำของเสียมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ Burning to Biofuel ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะในประเด็นการบริหารจัดการน้ำเสีย และขยะมาพร้อมด้วย .. ทั้งนี้ ความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางการเกษตร ในปี 2569  คือ การลดการเผาขยะในที่โล่ง Reducing Open Burning of Waste ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นละออง ควันพิษ และ PM 2.5 โดยการนำขยะเศษเหลือทางการเกษตรมาใช้ผลิตเป็นเชื้อเพลิง Producing Biofuels แทนที่จะนำไปเผาขยะของเสียในที่โล่ง หรือนำไปสู่หลุมฝังกลบ ดังนี้ :-

    – การเปลี่ยนขยะเศษเหลือเป็นพลังงาน Residue – to – Energy : มีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการเปลี่ยนใบอ้อย และฟางข้าว ให้เป็น “ไบโอเอทานอล รุ่นที่สอง Second – Generation Bioethanol: C2H5OH” หรือเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด Biomass Pellets เป็นต้น ..

    – แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ Economic Incentives : แทนที่จะเผาขยะเพื่อเคลียร์พื้นที่เพาะปลูก Burning Waste to Clear Land for Cultivation เกษตรกรไทย Thai Farmers จะได้รับแรงจูงใจ ผ่านการฝึกอบรมชุมชน Community Training และการจัดหาอุปกรณ์ Equipment Provision ให้ขายขยะเศษเหลือทางการเกษตร Agricultural Waste เหล่านี้ ให้กับโรงงานผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol Plants ซึ่งสร้างรายได้เสริมใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ..

6. การเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรกรรมฟื้นฟู Transition to Regenerative Agriculture : ด้วยความสนใจของเกษตรกร และชุมชนในพื้นที่ ในเรื่องเกษตรกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net – Zero Agriculture และไบโอชาร์ Biochar พบว่า ปี 2026 คือ ปีนำร่องสำหรับโครงการริเริ่มสำคัญหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกันเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และเกษตรกรรมฟื้นฟู Regenerative Agriculture ตัวอย่างเช่น :-

    – มาตรฐานการฟื้นฟู Regenerative Standards : ผู้เล่นรายใหญ่ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และบริษัทน้ำตาลกลุ่มมิตรผล Mitr Phol Group กำลังส่งเสริมการจัดหา “ไบโอเอทานอลเชิงฟื้นฟู Regenerative Bioethanol: C2H5OH” ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมเกษตรกรในแนวปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชแซม Intercropping หมายถึง การปลูกพืชชนิดอื่นระหว่างแถวแปลงอ้อย Planting Other Crops Between Sugarcane Rows และการใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์จากของเสียจากการผลิตไบโอเอทานอล Using Organic Compost from Bioethanol: C2H5OH Production Waste เพื่อฟื้นฟูสุขภาพดิน Restore Soil Health ตามแนวทางเกษตรฟื้นฟู Regenerative Agriculture ไปพร้อมด้วย ..

    – การบูรณาการชีวภาพหมุนเวียน Bio – Circular Integration : กากส่า หรือ “กากน้ำตาล Vinasse” ซึ่งเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นไบโอเอทานอล Byproduct of Bioethanol: C2H5OH Production Distillation อันอุดมไปด้วยธาตุอาหารพืช เช่น โพแทสเซียม Potassium: 19K, ไนโตรเจน Nitrogen: 7N, ฟอสฟอรัส Phosphorus: 15P, แคลเซียม Calcium: 20Ca และแมกนีเซียม Magnesium: 12Mg กำลังถูกนำกลับมาใช้ในไร่นา Being Recycled Back into the Fields ในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ Organic Fertilizers ..

ทั้งนี้ แผนพลังงานแห่งชาติของไทย Thailand’s National Energy Plan: NEP 2024 ปี 2567 ซึ่งมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศไทยสู่พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593 นั้น ได้ให้การสนับสนุนด้านกฎระเบียบสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy Transition โดยผนวกรวบรวมแผนงานพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงานทางเลือกของประเทศไทย Thailand’s Power, Oil & Alternative Energy Plans เข้าไว้ในกรอบแผนงานการลดคาร์บอนกรอบงานเดียวกัน One Decarbonization Framework .. การปรับโครงสร้างเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ Road Fuel Restructuring ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดต้นทุนการจัดการ Lower Management Costs และลดความเข้มข้นของคาร์บอน Reducing Carbon Intensity นั้น ประเทศไทย Thailand กำลังกำหนดมาตรฐานเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์โดยใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ Gasohol E20 เป็นหลัก และเชื้อเพลิงเกรดเก่าเดิม เช่น Gasohol 91, 95 และ E85 กำลังถูกทยอยยกเลิก โดยมีเป้าหมายที่จะยกเลิกอย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2570 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประเทศไทย Thailand ได้บังคับใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ด้วยส่วนผสมอย่างน้อย 1 % ในขณะที่การผลิตในช่วงแรกใช้จากน้ำมันของเสีย Waste Oils .. อย่างไรก็ตาม แผนงานจากนี้ไป ตั้งเป้าหมายส่วนผสม ไว้ที่ 3 – 8 % ภายในปี 2573 – 2579 โดยอาศัยเทคโนโลยีการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน Alcohol – to – Jet: ATJ Technology เป็นหลักในการใช้ประโยชน์จากไบโอเอทานอลเหลือส่วนเกิน Utilize the Bioethanol: C2H5OH Surplus ..

นอกเหนือจากการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแล้ว ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ยังถูกใช้เป็นส่วนประกอบพื้นฐานสำหรับ “เคมีภัณฑ์สีเขียว Green Chemicals” อีกด้วย .. จนถึงวันนี้ รัฐบาลไทย Thai Government กำลังส่งเสริมการผลิตไบโอเอทิลีน Bio – Ethylene: C2H4 และกรดโพลีแลคติก Polylactic Acid: PLA ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ Biodegradable Bioplastics มีสูตรโมเลกุลพื้นฐาน คือ (C3H4O2)n เพื่อตอบสนองความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน Demand for Sustainable Packaging ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ..

ในด้านนโยบายการทูตสีเขียว Green Diplomacy Options นั้น ประเทศไทย Thailand ใช้สถานะผู้นำระดับภูมิภาคในเป้าหมายปฏิญญากรุงเทพฯ ด้านเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bangkok Goals on BCG Economy ปี 2565 ซึ่งคือ ฉันทามติ และกรอบแนวทางที่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก APEC ให้การรับรองไว้ เมื่อปี 2565 ณ กรุงเทพฯ Bangkok เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค Promote Regional Cooperation โดยมุ่งส่งออกความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH และการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งหมายถึง การมุ่งเน้นไปสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกพลาสติกชีวภาพ Bioplastics Export Hub และศูนย์กลางการส่งออกเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF Export Hub หรือศูนย์กลางการส่งออกเชื้อเพลิงไบโอเอทานอล 100 % Bioethanol: C2H5OH: Gasohol E100 Export Hub ของอาเซียน ASEAN ภายในปี 2573 ให้บรรลุความสำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

คาดการณ์ตลาดไบโอเอทานอลทั่วโลก Global Bioethanol: C2H5OH Market ..

ในช่วงต้นปี 2569 ตลาดไบโอเอทานอลทั่วโลก Global Bioethanol: C2H5OH Market กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ Significant Transition .. บทบาทดั้งเดิมในด้านการขนส่งทางถนน Traditional Role in Road Transport กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการเปลี่ยนไปใช้กำลังไฟฟ้าของรถยนต์ Vehicle Electrification .. ในขณะที่การใช้งานที่มีมูลค่าสูงใหม่ ๆ ในด้านการบิน Aviation เช่น เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF และอุตสาหกรรมหนัก Heavy Industry กำลังผลักดันให้เกิดการเติบโตของตลาดด้วยความเร่งอีกครั้ง ..

อ้างถึงข้อมูลการตรวจสอบตลาดของ Precedence Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดไบโอเอทานอลทั่วโลก Global Bioethanol: C2H5OH Market มีมูลค่า 66.99 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะสูงถึงประมาณ 192.57 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับการลงทุนในตลาดไบโอเอทานอลทั่วโลก Global Bioethanol: C2H5OH Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุดรวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 11.14 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569 – 2578 ..

กากน้ำตาลจากอ้อย Sugar Cane Molasses, พืชที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ Starch Crops, เศษเหลือทางการเกษตร Agricultural Leftovers และพืชผลที่ถูกทิ้งอื่น ๆ Other Discarded Crops สามารถนำมาใช้ผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ได้ .. ผู้ผลิต Manufacturers มุ่งเน้นไปที่เศษเหลือทางการเกษตร และป่าไม้ Agricultural & Forest Leftovers รวมถึงพืชพลังงาน Energy Crops เช่น หญ้ามิสแคนทัส Miscanthus, หญ้าสวิตช์ Switch Grass และกากอ้อย Sugarcane Bagasse สำหรับการผลิต โดยสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ทั้งแบบเดี่ยว ๆ และใช้ร่วมกับพลังงานฟอสซิลอื่น ๆ ..

เป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่า ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ แหล่งพลังงานที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และยั่งยืน Biodegradable, Sustainable Energy Source ผลิตขึ้นจากชีวมวล Biomass โดยกระบวนการหมักน้ำตาล และกระบวนการทางเคมี เนื่องจากมีค่าออกเทนสูง และปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า จึงส่งผลให้ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทดแทนน้ำมันเบนซินแบบดั้งเดิม Alternative to Traditional Gasoline Sources นั่นเอง ..

Bioethanol Made from Agricultural Residual – Biomass | Credit: ScienceDirect

ทั้งนี้ กระบวนการผลิตจะใช้การหมัก Fermentation, การกลั่น Distillation, การกำจัดน้ำ Dehydration และกระบวนการทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ Other Industrial Procedures .. นอกจากนั้น ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ยังเป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีความหนาแน่น 0.789 g/Cm3 จุดเดือด 78.5 oC

และจุดหลอมเหลว -114.1 oC โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นที่หลากหลาย เช่น ความเสถียรทางกายภาพ Physical Stability, ความเป็นเนื้อเดียวกัน Homogeneity, ความหนืดต่ำ Low Viscosity, การหล่อลื่นต่ำ Poor Lubricity, ความต้านทานการกัดกร่อน Anti – Corrosiveness และคุณสมบัติต้านการน็อคที่ดีขึ้น Improved Antiknock Properties ซึ่งหมายถึง ความสามารถของเชื้อเพลิงในการทนต่อความร้อน และความดันสูงในห้องเผาไหม้ โดยไม่จุดระเบิดก่อนเวลาอันควร ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่น รวมทั้งให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น Increased Engine Efficiency มาพร้อมด้วย .. ความสามารถในการปรับตัวของไบโอเอทานอล Bioethanol’s Adaptability ทำให้สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี Feedstock in the Chemical Industry, เชื้อเพลิงสำหรับการผลิตกำลังไฟฟ้า Fuel for Generating Power, สารทดแทนน้ำมันเบนซินในยานพาหนะขนส่งทางถนน Substitute for Gasoline in Road Transport Vehicles และอื่น ๆ อีกมากมาย ..

นอกจากนี้ หนึ่งในเป้าหมายหลักของสหประชาชาติ United Nations: UN คือ การชะลอ และลดภาวะโลกร้อน Slowing & Mitigating Global Warming ผ่านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals: SDG ซึ่งเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels มีความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การลดลงของปริมาณพลังงาน และการให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น คาดว่าจะผลักดันการขยายตัวของตลาด เนื่องจากอัตราการผลิตที่รวดเร็ว และต้นทุนต่อหน่วย Economies of Scale ที่ลดลงเรื่อย ๆ .. การพัฒนาทางเทคโนโลยี Technological Development รวมไปถึงการวิจัย และพัฒนาที่เพิ่มขึ้น Increased Research & Development สำหรับการผลิตไบโอเอทานอลจากสาหร่าย Bioethanol: C2H5OH from Algae คาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการของตลาด และลดต้นทุนการผลิตลงได้อีกมาก นอกจากนี้ เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับดีเซล และน้ำมันเบนซิน Cheap Prices Relative to Diesel & Gasoline การใช้งานก็จะเพิ่มขึ้นตามมาด้วย ..

มั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีขั้นสูง Advanced Technologies และการวิจัย และพัฒนาที่ขยายตัว Expanding R&D สำหรับการผลิตไบโอเอทานอลจากสาหร่าย Bioethanol: C2H5OH from Algae ที่กล่าวถึงนี้ จะผลักดันความต้องการของตลาด ผนวกกับความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอีก ได้ผลักดันความต้องการของผู้บริโภค Consumers และผู้ผลิต Manufacturers ให้สูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดไบโอเอทานอลทั่วโลก Global Bioethanol: C2H5OH Market เติบโตขึ้นได้อย่างมั่นคง ในขณะที่กฎระเบียบจากองค์กรกำกับดูแล เช่น สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม Environmental Protection Agency: EPA และวัตถุดิบที่มีอยู่มากมาย Ample Raw Material Availability ผลักดันการขยายตัวของตลาดมาพร้อมอีกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์รถยนต์ และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์อากาศยานที่มีใช้งานมาอยู่ก่อน แต่ใช้การปรับจูนเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากการผสมไบโอเอทานอลกับน้ำมันเบนซินทั่วไป Mixing Bioethanol: C2H5OH with Conventional Gasoline สามารถใช้งานในเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงเป็นประเด็นที่ช่วยส่งเสริมการขยายตัวของตลาด นั่นเอง ..

นอกจากนั้น ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ยังกอปรขึ้นด้วยส่วนประกอบจากธรรมชาติที่ทำให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล Perform Better than Fossil Fuels .. ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการเผาไหม้ Combustion Outcomes ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล More Environmentally Friendly than Fossil Fuels เนื่องจากไม่มีโมเลกุลกำมะถัน Sulfur: 16S และไนโตรเจน Nitrogen: 7N ที่เป็นอันตราย .. การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับแนวทางการจัดการเชิงนิเวศ Increased Support for Ecological Arrangements กำลังผลักดันการขยายตัวของตลาด ทั้งนี้ การผ่อนปรนข้อห้ามการจำหน่ายน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของไบโอเอทานอลในปริมาณสูง Easing Prohibitions on the Sale of Gasoline Containing a High Proportion of Bioethanol: C2H5OH นั้น ส่งผลเชิงบวกในตลาดเป็นอย่างมาก .. คาดหมายได้เลยว่า โครงการริเริ่มของภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกในการผลิต และใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังผลักดันการขยายตัวของตลาดให้เติบโตขึ้นได้ด้วยความเร่งอย่างต่อเนื่องต่อไปในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..

สรุปส่งท้าย ..

จนถึงวันนี้ เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy คือ แนวทางสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังผลักดัน เพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change และความขาดแคลนทรัพยากร Resource Scarcity ซึ่งประเทศไทย Thailand ก็ได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้ด้วยเช่นกัน โดยดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐภายใต้โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy Models ซึ่งประกอบไปด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy, เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และเศรษฐกิจสีเขียว Green Economy ..

เป็นเวลาหลายศตวรรษนับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม Industrial Revolution ที่โลกขับเคลื่อนด้วยพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ซึ่งไม่เพียงสร้างความเฟื่องฟูด้านเศรษฐกิจ แต่ยังนำมาซึ่งมลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาล จนเกิดเป็นสภาวะโลกร้อน Global Warming และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระดับที่จะสร้างหายนะให้คนรุ่นต่อไป ..

Green Economy เศรษฐกิจสีเขียว | Credit: Me Magazine / WORK WITH ME Co.,Ltd.

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy ได้กลายเป็นกระแสที่ทั่วโลกต่างพูดถึงมากที่สุด เมื่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การร่อยหรอลงของทรัพยากร ประกอบกับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงบริบทอื่น ๆ เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ตลอดจนสถานการณ์ความขาดแคลนพลังงาน และทรัพยากรที่เพียงพอต่อการสร้างพลวัตการขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตอันยั่งยืน World towards a Sustainable Future ..

ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ หนึ่งในเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนประเภทหลัก Main Type of Sustainable Fuels เนื่องจากผลิตขึ้นจากวัสดุอินทรีย์สาร Organic Materials และแหล่งชีวมวลหมุนเวียน Renewable Biomass Sources ซึ่งแตกต่างจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ที่มีอยู่อย่างจำกัด .. เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels ถูกใช้เป็นทางเลือกแทนน้ำมันเบนซิน และดีเซล Alternatives to Gasoline & Diesel ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH และไบโอดีเซล Biodiesel ..

ความยั่งยืนของเชื้อเพลิงชีวภาพ Sustainability of Biofuels เหล่านี้ ถือเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อดีที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน .. ขณะที่ไบโอเอทานอล Bioethanol : C2H5OH รุ่นแรกผลิตจากพืชอาหาร เช่น ข้าวโพด Corn หรืออ้อย Sugarcane และเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels รุ่นถัดมาผลิตขึ้นได้จากแหล่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ขยะของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste, เศษพืช Crop Residues, สาหร่ายในแหล่งน้ำ Algae in Aquatic Environments หรือจุลินทรีย์ Microorganisms รวมไปถึงไบโอดีเซล Biodiesel สามารถผลิตขึ้นได้จากไขมันสัตว์ Animal Fats หรือน้ำมันพืช Vegetable Oils มาพร้อมด้วย ..

อย่างไรก็ตาม แหล่งพลังงานชีวภาพ Bioenergy Sources เหล่านี้ มีศักยภาพในการลดคาร์บอนในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การบิน และการขนส่งทางทะเล Aviation & Maritime Transportation ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า Electrification เป็นเรื่องยาก แม้ว่า เชื้อเพลิงเหล่านี้จะเป็นทางเลือกที่เป็นกลางทางคาร์บอนแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล และให้กำลังขับที่สูงกว่า แต่ต้นทุนที่สูงอยู่ในปัจจุบัน และประสิทธิภาพโดยรวมที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง Switching to Direct Electric Power นั้น ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ Significant Challenges สำหรับอนาคตที่ยั่งยืน Sustainable Future จากนี้ไป ..

สำหรับประเทศไทย Thailand นั้น นอกจากการส่งเสริมการผลิตไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ในประเทศแล้ว กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง Strategies for Develop High Value – Added Products ในผลิตภัณฑ์ เช่น ไบโอพลาสติก Bioplastics และเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels จากพืชผล เช่น สาหร่ายทะเล Seaweed, สาหร่ายน้ำจืด Freshwater Algae, มันสำปะหลัง Cassava และอ้อย Sugarcane เป็นต้น ผนวกกับการสร้างนโยบายภาครัฐ และโครงการริเริ่มใหม่ Create Policies & Initiatives เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม Encourage Innovation, เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน Boost Competitiveness และเพิ่มผลผลิต Increase Productivity ด้วยกลไกการเติบโตใหม่ Identify New Growth Engines ที่เป็นเศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy Sector กลายเป็นความจำเป็นสำคัญเชิงนโยบายที่ขาดไม่ได้จากนี้ไป ..

ทั้งนี้ เศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทย Thailand’s Bioeconomy อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับความสำเร็จ Well – Positioned for Success เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ Rich Natural Resources, ภาคการเกษตรที่แข็งแกร่ง Strong Agricultural Sector และทรัพยากรชีวภาพที่หลากหลาย Diverse Biological Resources ..

การให้สิทธิพิเศษทางภาษีจากคณะกรรมส่งเสริมการลงทุน BOI, การสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา รวมไปถึงการให้ความรู้แก่ประชาชน กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำคัญที่ขาดไม่ได้ในระดับยุทธศาสตร์ชาติด้วยเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายไปสู่ “เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy” รวมถึงการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels เช่น ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH ในราคาถูกภายในประเทศ และใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels เหล่านี้ เป็นเชื้อเพลิงหลักทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ที่ต้องนำเข้า และไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่อิสรภาพทางพลังงาน Energy Independence และการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม Economic & Social Development ของไทยด้วยเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียวที่ยั่งยืน Sustainable Bio – Circular – Green: BCG Economy ซึ่งหมายถึง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเกษตร Agricultural Economic Security, ความมั่นคงทางพลังงาน Energy Security และความมั่นคงทางอาหาร Food Security ก็จะได้รับประกันมาพร้อมด้วย ..

Green Economy / Challenges and Opportunities of Bio – Circular – Green: BCG Economy for Agriculture | Credit: Springer Nature

มั่นใจได้ว่า ประเทศไทย Thailand มีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นชาติผู้มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจชีวภาพระดับโลก Significant Player in the Global Bioeconomy เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ฐานการเกษตรที่แข็งแกร่ง และรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตร โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเกษตรให้ทันสมัย และอาจหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางโดยการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมชีวภาพสีเขียว Bio – Based Green Industries ที่กำลังเติบโตขึ้นในประเทศ ..

คาดหมายได้ว่า เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy จะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ Gross Domestic Product: GDP ของไทยอย่างมีนัยสำคัญในปีต่อ ๆ ไป โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ Biofuels, พลาสติกชีวภาพ Bioplastics และสารเคมีชีวภาพ Biochemicals ที่สกัดจากพืชผล Crops, สาหร่าย Algae, ขยะ Waste, น้ำเสีย Wastewater และของเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Residues เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชีวภาพสีเขียว Green Bio – Products ที่กล่าวถึงนี้นั้น ไบโอเอทานอล Bioethanol: C2H5OH คือ ตัวสำคัญในการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนชีวภาพ Shift Toward Renewable Biofuels ที่มีศักยภาพ .. ความหลากหลายทางชีวภาพอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย Thailand’s Rich Biodiversity รวมถึงตำแหน่งผู้ส่งออกมันสำปะหลัง น้ำตาล และข้าวรายใหญ่ระดับโลก Top World Exporter of Cassava, Sugar & Rice คือ รากฐานที่สำคัญของไทยสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ Developing Bio – Based Products เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Economy ให้สำเร็จได้ในที่สุดสำหรับอนาคตจากนี้ไป ..

………………………………………

คอลัมน์ : Energy Key

By โลกสีฟ้า ..

สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-

Bioethanol | IRENA :-

https://www.irena.org/Energy-Transition/Technology/Transportation-costs/Bioethanol

Global Importance of Bioethanol :-

https://www.green-fuels.org/post/global-importance-of-bioethanol

Ethanol Production from Sugarcane and Cassava in Thailand :-

https://www.green-fuels.org/policies/ethanol-production-from-sugarcane-and-cassava-in-thailand

Global Bioethanol Market | Precedence Research :-

https://www.precedenceresearch.com/bioethanol-market

Synthetic Fuel Gas : Gasification of Plastic Waste & Biomass to SynGas or from Power to X Technology :-

https://photos.app.goo.gl/dDGTMm9r6qM29XxVA

Biomass Energy :-

https://photos.app.goo.gl/nbevEx1cE59Jzf2X8

Biofuel : Any Fuel that is Derived from Biomass :-

https://photos.app.goo.gl/onJDCjpGxgbpcVGb6

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img