“เปรียญสิบ” เห็นอาจารย์ “มจร” บางคนโพสต์คำพูดของ “พระพรหมบัณฑิต” ที่พูดไว้ในวัน “บุรพาจารย์” ว่า “เพราะคนถูกความเห็นแก่ตัวครอบงำ “บุรพาจารย์” จึงไม่เกิด เพราะคนถูกอวิชชาครอบงำจึงหาบูรพาจารย์ไม่เจอ.”
และคำพูดที่ว่า “มจร” “สร้างมาด้วยความยากลำบาก จากความเสียสละอย่างยิ่งของบุรพาจารย์ จึงต้องนึกถึงพระคุณของ “บุรพาจารย์” และต้องสื่อสารให้รุ่นปัจจุบันและรุ่นใหม่ได้ทราบขอจงอย่าให้อวิชชาครอบงำ ไม่รู้ว่าใครเคยเสียสละเพื่อสถาบันมาก่อน อย่าโทษศิษย์รุ่นหลัง เพราะไม่มีสร้างการรับรู้ บทบาทของผู้บริหารคณาจารย์ในปัจจุบันจะต้องถ่ายทอดถึงคุณูปการของบุรพาจารย์ที่เคยสร้างมหาจุฬามาด้วยยากลำบาก ให้ตระหนักให้มีความรักต่อสถาบัน จะได้เกิดความภาคภูมิใจต่อสถาบัน มีการขยายไปทุกส่วนงานของมหาวิทยาลัย..”

ชาวประชาคม “มจร” ทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบันต้องน้อมรับใส่ “เกล้า” คำพูดนี้ไว้ให้จงดี
“เปรียญสิบ” สัมผัสกับ “มจร” ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก “มหาวิทยาลัยเถื่อน” สู่ “มหาวิทยาลัยรัฐ”
ยุคก่อนปี’ 40 “คณาจารย์” ลำบากกันมาก มีความรักทุ่มเทเสียสละ “มจร” มากมาย
ทั้ง ๆ ที่เป็น “มหาวิทยาลัยสงฆ์” ที่ “ยากจน”
อย่าง “ปรมาจารย์” มจร “จำนงค์ ทองประเสริฐ” นั่งรถเก๋งเก่า ๆ มาสอน
บางคน “นั่งรถเมล์” ขึ้นรถเมล์ท่าเดียวกันกับพระนิสิต
บางคนแม้ “สึกแล้ว” ยังต้องขอ “อาศัยวัด” ต่อ เพราะยังไม่มีเงิน “ค่าเช่าห้อง”
บางคนได้ค่าสอนวันละชั่วโมงละ 300 บาท หรือไรนี้แหละ จำไม่ค่อยได้แล้ว!!

“พวกเรา” ชาว “มจร” จึงรักและศรัทธา “คณาจารย์” ยุคนั้นมาก
เพราะเห็นความ “เสียสละ” และทุ่มเท กับ “มจร”
“เปรียญสิบ” เป็นศิษย์ของ “อ.สุรพล สุยะพรหม, อ.เติมศักดิ์ ทองอินทร์, อ.อนุภูมิ โซวเกษม, พระครูปลัดมารุต วรมงฺคโล” และอีกหลายท่าน
มีหลายท่าน “เกษียณ” ไปแล้ว และมีบางท่าน “จากโลก” ใบนี้ไปแล้วด้วยเช่นกัน
น้อมรำลึกถึง “พระคุณ” ของท่านเหล่านี้ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน “มจร” เสมือน “ต้นโพธิ์ใหญ่” ที่กำลัง “ออกดอกผลิตผล” มีรสชาติหอมหวาน เป็นธรรมดาที่ “นก-กา-กระรอก” จากหลากหลายเผ่าพันธุ์มาอาศัยเกาะกิน
“เปรียญสิบ” จำคำพูด ทำนองฝากฝังของ “ดร.สุรพล สุยะพรหม” แม่นว่า เป็น “ศิษย์เก่า มจร” ต้องช่วยกัน “ปกป้อง” และ “รักษาผลประโยชน์” ของ “มจร”

และหลายครั้ง “ดร.สุรพล สุยะพรหม” เวลา “เปรียญสิบ…ติดขัด” ในการงาน ท่านคือ “ที่พึ่งอันประเสริฐ” ของศิษย์ทุกครั้ง ขอทุกครั้งได้ทุกครั้ง ไม่เคยปฎิเสธ!!
“เปรียญสิบ” คิดอยู่เสมอว่า “มจร” ยุคก่อน เรามี “อ.จำนงค์ ทองประเสริฐ” เป็น “ปูชนียบุคคล” เป็น “แบบอย่าง” ของ “ลูกศิษย์” ในการเสียสละ ทุ่มเท ปกป้อง และดูแลผลประโยชน์ของ “มจร”
ยุคนี้ “มจร” ก็มี “ดร.สุรพล สุยะพรหม” นี่แหละเป็น “ตัวตายตัวแทน” เป็น “หลักชัย” และเป็นแบบอย่างในการ สืบสาน รักษา ต่อยอด “วิสัยทัศน์” ของ “บุรพาจารย์” ไปสู่โลกกว้าง
“เปรียญสิบ” พูดมาตลอดว่า ไม่ว่าจะเป็นยุคทำงานสื่อโทรทัศน์ หรือปัจจุบันมีความภูมิใจในความ “มหา” และ “ศิษย์ มจร” มาก
แขกรับเชิญหรือคนในช่อง 11 ทุกคนจะรู้จักในนาม “มหา” และเป็น ศิษย์เก่า “มจร”

ไม่ว่าจะเป็น “รัฐมนตรี” หรือ “ปลัดกระทรวง” ไม่ว่าจะเป็น “นายพล-นายพัน” หรือแม้กระทั่ง “รปภ.” ในช่อง 11 มักจะรู้จัก “มหา” มากกว่าชื่อจริง
จนมี “อาจารย์ มจร คนหนึ่ง” ถามว่า ทำไม!! ให้เขาเรียกชื่อว่า “มหา”
“เปรียญสิบ” จึงฝากคำพูดของ “พระพรหมบัณฑิต” ทิ้งท้ายเพื่อเตือนสติ “พวกเรา” ชาว “มจร” ว่า อย่าให้ความเห็นแก่ตัวครอบงำ เพราะ “ความเห็นแก่ตัว” นอกจากมันเป็นเชื้อร้ายบ่อนทำลาย “ธรรมาภิบาล” ในองค์กรแล้ว มันยังบ่อนทำลายความเป็น “อัตลักษณ์” ตัวตนของ “บุรพาจารย์” ของพวกเราชาว “มจร” ด้วยเช่นกัน
…………….
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย…“เปรียญสิบ” / [email protected]



















