“พรรคสร้างอนาคตไทย” เปิดตัวได้ถูกจังหวะ ตามท้องเรื่องที่ “รัฐบาลลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ถูกตีตราบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว
ของแพงทั่วแผ่นดินคือใบเสร็จมัด “ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลลุงตู่”
แม้รัฐบาลรู้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปี 64 ว่าต้นทุนเกือบทุกรายการ ตั้งแท่นปรับตัวขึ้นราคา เพราะภาคธุรกิจ ราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก แห่ขยับขึ้นรารา ค่าเงินบาทผันผวน
ย่อมกระทบต่อวัตถุดิบนำเข้า ทั้งอาหาร เหล็ก ทองแดง น้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าบริหารจัดการโควิด-19 ของสถานประกอบการ
เถ้าแก่ต้นทุนเพิ่มขึ้น เงินในกระเป๋าของ “กรรมกร” แฟบลง ข้าวของแพงหูฉี่
มรสุมวิกฤติสารพัดลูก ถาโถมถล่มรัฐบาลแทบตั้งตัวไม่ติด ยังไม่นับร่วมปัญหาผึ้งแตกรังภายใน “พรรคพลังประชารัฐ”
แถมศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 9 หลักสี่-จตุจักร จะเป็นสนามทดสอบความเป็นปึกแผ่นในพรรคพลังประชารัฐและกระแสต่ำเตี้ยเรี่ยดินของรัฐบาล
หากผลการเลือกตั้งออกมาซ้ำรอยประวัติศาสตร์เลือกตั้งซ่อมจ.สงขลา และจ.ชุมพร รับรองสั่นสะเทือนเสถียรภาพของรัฐบาล และเป็นชนวนเร่งให้ “ฝีหัวช้าง” ภายในพรรคพลังประชารัฐแตกเร็วยิ่งขึ้น
ถึงขั้นต้องปรับทัพ เปลี่ยนยุทธศาสตร์การเมืองกันใหม่ แม้ล่าสุด “ฝีหัวช้างแตก” ภายหลังกลุ่มภายในพรรคพลังประชารัฐที่ถูกตีตราว่าขึ้นอยู่กับ “สายลุงตู่”
เล่นเอากลบกระแสข่าวการเปิดตัวพรรคอนาคตไทย ขั้วการเมืองที่สามไปบัดดล

โดยกลุ่ม “สายลุงตู่” ผนึกกกำลังกับกลุ่มที่ไม่พอใจ “ภูกอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บี้ให้พ้นตำแหน่งเลขาธิการพรรค ล่าสุดกก.บห.มีมติขับให้พ้นชายคาพร้อมส.ส.ในกลุ่มอีกประมาณ 20 คน
แถมมีร้อยปริร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล ในช่วงท้ายเทอมของรัฐบาล “บิ๊กตู่” ถึงกับหยอดน้ำผึ้งสมานบาดแผลระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ กลางวงครม.นัดล่าสุด หลังเสร็จศึกเลือกตั้งซ่อม 2 เขตในจ.สงขลาและจ.ชุมพร
“ขอให้ทุกฝ่ายทำงานด้วยความรักและความสามัคคีต่อไป เรื่องการเมืองได้คลี่คลายแล้ว ขออย่าได้ขยายให้เกิดความแตกแยก”
ตอกย้ำภาพความขัดแย้งรุนแรง ต้องใช้เวลาสมานแผลใจ แต่วิกฤติเฉพาะหน้า รอไม่ได้อีกต่อไป ต้องการความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลผสม เพื่อประคองสถานการณ์ให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง

นับเป็นปรอทวัดบารมี “กลุ่ม 3 ป.” จะจัดการปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลได้อยู่หมัดหรือไม่
เพราะ “กลุ่มภูกอง” ต้องหาสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน เพื่อรักษาสมาชิกภาพความเป็นส.ส. เท่ากับว่ากลุ่มนี้ย่อมเป็น หอกข้างแคร่ “รัฐบาลลุงตู่” ในสภาฯ ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะสภาเผชิญปัญหาล่มซ้ำซาก
“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะถอยฉากลงจากหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพื่อให้สาย “บิ๊กตู่” ขึ้นนำทัพแทน
ความปั่นป่วนภายในพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแส “ตัดตอนพรรคใหญ่” ไม่ให้โตเบ่งบาน
ทั้ง “พรรคพลังประชารัฐ-พรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล” ต่างมีคดียุบพรรคยืนอยู่ปากเหว
ลุ้น “กกต.-ศาลรัฐธรรมนูญ” ชี้ขาด…บอนไซพรรคใหญ่ หรือปล่อยผ่าน
………………………..
คอลัมน์ : ไขกุญแจ/ไขแหลก
โดย..#ราษฎรเต็มขั้น