‘4 พรรค’แท็กทีมสับปม‘รถไฟชนรถเมล์’ จี้เพิ่มเงินเยียวยา-อย่าทำแค่‘วัวผูกหลัก’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

’4พรรคการเมือง‘ ชงญัตติถกสางปัญหาจากเหตุ ’รถไฟชนรถเมล์‘ ด้าน ’ภท.‘ ลั่นร้ายแรงมาก เกินกว่ายอมรับได้ เปรียบเหมือน ’ฝีแตก‘ ติงระบบไม่เป็นระบบ ไร้ตอบสนอง ผิดพลาดจากรัฐโดยตรง จี้ทบทวน ’เงินเยียวยา‘ ให้ ’ผู้สูญเสียรายได้น้อย‘ อย่าทำแค่ ’วัวผูกหลัก‘ ด้าน ‘พรรคส้ม’ ยก18จุดเสี่ยงในเมืองกรุงฯ ชงตั้งกมธ.ศึกษายกระดับจุดตัด-ทางลักผ่าน ขณะที่ ‘เพื่อไทย’ ชงใช้AIตรวจจับจอดคาอยู่บนราง เข้มบังคับใช้กม.จริงจัง ส่วน ’ปชป.‘ ซัดห้ามรถไฟวิ่งเข้าเมือง งอกปัญหาใหม่ หยุดเส้นเลือด ’คนมีรายได้น้อย‘ เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายปชช.

วันที่ 20 พ.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมือง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะบริเวณแยกอโศก-ดินแดง เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ เสนอโดยนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และญัตติในทำนองเดียวกันอีก3ญัตติ ของพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์

โดยนายนิกร ชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร้ายแรงมาก เท่าที่ตนติดตามเรื่องนี้มา20กว่าปี ไม่เคยเจอแบบนี้ เกินกว่าที่จะยอมรับได้ ต้องมีการแก้ไขเชิงระบบโดยเร็ว เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางรางและถนนที่เชื่อมกันในเขตเมืองให้ได้ เหตุการณ์นี้เหมือนฝีแตก มันสุกได้ที่ แต่ประเด็นคือระบบไม่เป็นระบบ ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จะต้องมีการปรับปรุงใหม่ เพราะตัวเลขการเยียวยาน้อยเกินไป จากสถิติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชน5ปีย้อนหลังตั้งปี 2558-2563 ประมาณ45รายต่อปี ส่วนใหญ่เหตุเกิดในเขตชนบท ไม่พบการเกิดเหตุในกทม.เลย และจากปี63เป็นต้นมา ก็ไม่เคยเกิดเหตุรถไฟชนในเขต กทม.เลย ทั้งนี้ในการประชุมกมธ.การคมนาคม สภาฯ วันนี้(20พ.ค.) ที่ตนเป็นที่ปรึกษากมธ.ฯ ตนถามในที่ประชุมประเด็นการคัดกรองพนักงานก่อนปฏิบัติหน้าที่ควรวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ โดยเฉพาะพนักงานขับ และช่างเครื่อง มันต้องเกิดการผิดพลาดส่วนบุคคลแบบพิเศษมาก เพราะ10กว่าปีผ่านมาไม่เคยเห็น

“ผมถามการรถไฟแห่งประเทศไทยในที่ประชุมกมธ.ฯ ว่าในองค์กรของท่านมีการตรวจสอบแอลกอฮอล์และสารเสพติดกันอย่างไร คำตอบที่ได้คือเพิ่งตรวจเมื่อวาน ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจอย่างเป็นระบบ” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กมธ.จากสภาฯชุดที่ผ่านมา เคยมีข้อสังเกตด้านการคมนาคมทางราง ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง การรถไฟฯ อาทิ เสนอเพิ่มโทษตามพ.ร.บ.จราจรทางบกปี2522 ติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง ติดตั้งจีพีเอสรถไฟเพื่อแสดงตำแหน่งการเดินรถโดยเฉพาะก่อนที่จะถึงจุดตัดหรือจุดลักผ่าน มาตั้งแต่ปี63 จนถึงขณะนี้ปี69 ไม่มีการตอบสนองเท่าที่ควร นี่คือระบบไม่เป็นระบบ ไม่มีการดำเนินการ ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดจากความผิดพลาดจากระบบการขนส่งของรัฐโดยตรง ไม่ว่าจะการรถไฟฯ หรือ ขสมก.  โดยเฉพาะผู้ใช้บริการรถเมล์ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นเมื่อเขาได้รับผลกระทบ จึงควรมีการทบทวนพิจารณาในเรื่องเงินเยียวยาใหม่ เท่าที่ทราบได้เงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) 1.7ล้านบาท และขสมก. 3.4แสนบาท รวมแล้วประมาณ 2ล้านบาท ควรพิจารณาเงินเยียวยาใหม่ เมื่อเทียบกับกรณีที่ศาลเคยมีคำพิพากษาให้ขสมก.จ่ายเงินชดเชยกรณีที่ประตูรถเมล์จู่ๆเปิดขึ้นมา จนมีผู้โดยสารตกรถเมล์เสียชีวิตปี2547 ที่ศาลให้ชดเชยเงินเยียวยา 9.8ล้านบาท บวกดอกเบี้ย รวมเป็น 10ล้านบาท ดังนั้น เราต้องแก้ปัญหา ไม่ใช่เหมือนกับวัวที่ผูกกับหลัก เดินไปแค่ไหนก็เอาแค่นั้น ต้องปรับปรุงใหม่ ความผิดของรัฐต้องปรับจูนใหม่

ด้านนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอญัตติ ชี้แจงว่า หวังว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เราเห็นความสำคัญของความปลอดภัยในการสัญจรที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ลึกลงไปกว่าความประมาทส่วนบุคคล ปัญหานี้มีเรื่องที่ซ่อนอยู่ ถูกปล่อยปละละเลยมานาน โดยเฉพาะจุดตัดรถไฟในกทม. มีถึง18จุดตัดรถไฟที่มีความเสี่ยง จากสถานีรถไฟบางซื่อถึงสถานีหัวลำโพงผ่าน 7 จุดตัดถนน และจากถนนยมราชถึงหัวหมาก ผ่าน11จุดตัดถนน ที่ผ่านมาเคยมีการพยายามริเริ่มแก้ไขปัญหาผ่านโครงการ Missing link โดยจะนำเอารถไฟแยกออกมาจากจุดตัดบนถนนโดยการขุดคลองแห้งให้รถไฟไปวิ่งในคู แต่สุดท้ายโครงการไม่คืบหน้า ตนขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการยกระดับมาตรฐานการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟและทางลักผ่าน เพื่อให้ทุกฝ่ายหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้นอีก

ขณะที่นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความล้มเหลวระบบคมนาคมไทยที่ไร้ระเบียบวินัย ทั้งปล่อยให้รถเมล์ไปคร่อมทางรถไฟ การให้รถไฟบรรทุกสินค้าหนักวิ่งเข้าเมือง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก 4ปัญหาคือ 1.สภาพจราจรแยกอโศก-เพชรบุรี บีบให้รถเดินหน้าและถอยหลังไม่ได้ 2.กฎหมายไม่เด็ดขาด เส้นทแยงเหลืองเป็นแค่สีทาถนน ควรบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ห้ามรถค้างบนรางรถไฟ มีการติดกล้องซีซีทีวี ปรับกันจริงจัง หากมีรถเข้าไปในเส้นทแยงเหลือง และใช้กล้องเอไอตรวจจับรถค้างบนราง แจ้งเตือนไปยังคนขับรถไฟ การแก้ปัญหาไม่ควรจบที่หาใครสักคนมารับผิด แต่ต้องจบที่พัฒนาระบบคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก

ส่วนนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า สิ่งที่รมว.คมนาคม จะไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน อาจจบปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาใหม่ เพราะรถไฟเป็นเส้นเลือดคนมีรายได้น้อย ถ้าไปยกเลิกเท่ากับไกสร้างภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเพิ่มขึ้น ขอให้ไปทบทวนศึกษาให้ดี ขณะเดียวกันเรื่องวิศวกรรมจราจร ต้องไปแก้ระบบสัญญาไฟจราจรให้สอดคล้องกันทุกแยก

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img