มติ 308 เสียงไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’ให้DSI ชี้ต้องคุ้มครองสส.ในระหว่างสมัยประชุม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สภาฯ 308 เสียงอุ้ม ‘ชนนพัฒฐ์’ ไม่อนุญาตให้ ‘ดีเอสไอ’ เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาคดี ’ฟอกเงิน-เว็บพนัน‘ ระหว่างสมัยประชุม ด้าน ‘ภท.-เศรษฐกิจ-ประชาชาติ’ ออกโรงป้อง อ้างต้องคงหลักการ ขณะที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ร่วมกันอย่าง ‘พรรคส้ม-ปชป.’ หนุนส่งตัวให้ เป็น ‘บรรทัดฐานใหม่-สร้างภาพพจน์ที่ดี’ ส่วนเจ้าตัวลุกเปิดใจพร้อมเข้าสู่กระบวนการ

29พ.ค.2569 เมื่อเวลา11.40น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผูัแทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ขออนุญาตให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม มารับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือขอให้สภาฯอนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุดในคดีฟอกเงิน และเว็บพนันออนไลน์

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการการลงมติ มีสส.ที่ขออภิปรายแสดงความเห็น พบว่ามีความเห็นที่แตกต่างกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่สนับสนุนให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย คือ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ

โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า เห็นด้วยและเห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ ไปดำเนินการทางคดี หากสส.สละเจตนาคุ้มกันจะเป็นประโยชน์การพิจารณาและเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสภา ในระบอบประชาธิปไตย หากอนาคตมี สส.ของพรรคประชาชนคนใดถูกดำเนินการในลักษณะข้อเท็จจริงเดียวกันพรรคประชาชนจะอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เมื่อพิจารณาคดีของสส.ที่ถูกขขอตัวเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งไม่มีพบการกลั่นแกล้งใดๆ จากฝ่ายบริหาร เป็นกระบวนการยุติธรรม ที่พิจารณาตามขั้นตอนที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ที่ต้องมีพยานหลักฐานครบถ้วน ทั้งนี้คดีดังกล่าวสัมพันกับเกียรติภูมิของสภา หากไม่อนุญาตจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของสส. หากคดีร้ายแรงแต่สภายังปกป้อง อาจกระทบภาพลักษ์ และภาพพจน์ของสภาในสายตาของต่างชาติด้วย

“ทั้งนี้สส.ที่ถูกขอตัวระบุก่อนหน้านั้นว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่กำหนดไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ขอใช้ดุลยพินิจปกป้องภาพพจน์ของประเทศไทยและภาพลักษณ์ของสภา จึงมีมติอนุญาตให้ส่งตัวไปตามหมายเรียก” นายสาทิตย์ อภิปราย

ขณะที่นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ไม่ใช่การคุ้มกันให้ สส.อยู่เหนือกฎหมาย และไม่ใช่ยกเว้นกระบวนการยุติธรรมให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นหลักประกันทางรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และรักษาความสมดุลของอำนาจ อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาของการเปิดสมัยปะชุมแล้ว จะพบว่าจะปิดสมัยประชุม ในเดือน ก.ค. ดังนั้นเหลือเวลาไม่กี่ครั้ง หากมีการเรียกตัว สส. ดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนระหว่างสมัยประชุมย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ฐานะผู้แทนของประชาชน และกระทบต่อการทำงานนของสภาโดยรวม

“ตระหนักดีว่า ประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสและมาตรฐานจริยธรรมที่สูง หาก สส.สละความคุ้มกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ถือเป็นเรื่องดี แต่หากพิจารณาในมิติระดับสถาบันต้องพิจารณาอย่างระมัดะวังเพื่อไม่ให้ทำลายหลักประกันทางรัฐธรรมนูญระยะยาว เพราะเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการได้ปกติ จึงไม่ใช่การตัดสิทธิ์ หรือ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นกาคุ้มครองการทำหน้าที่ช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรองรั” นางนันทนา อภิปราย

ส่วนนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ต้องักษาหลักการและมาตรฐานที่สภาฯ ถือปฏิบัติโดยตลาด คือ ไม่อนุญาตให้ สส.ไปรับทราบข้อกล่าวหาของดีเอสไอในสมัยประชุม อย่างไรก็ดีขอให้นายชนนพัฒน์ ชี้แจงและพูดว่าจะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ด้วย

นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า ตนขอปกป้องหลักการคุ้มครองสส.ในสมัยประชุม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหากมีประเด็นที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ตรวจสอบรัฐบาลแล้วถูกกลั่นแกล้ง ดำเนินคดีอาจถูกโหวตให้ไปดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ดีขอเรียกร้องสปีริตของนายชนนพัฒฐ์ต่อการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ต้องให้สภาปกป้อง

จากนั้นนายชนนพัฒฐ์ ลุกขึ้นอภิปรายว่า ตนพร้อมและยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยอมรับผลลงมติ แต่ขอยึดตามหลักการของการเป็น สส. เพราะในช่วงปิดสมัยประชุมตนหลีกหนีไม่พ้นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ภายหลังจากอภิปรายแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้มีการลงมติ พบว่า 308 เสียงต่อ126เสียง ไม่เห็นด้วยที่จะส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดี ระหว่างสมัยประชุม ต่อ 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง3

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img