“ณัฐพงษ์” วอน รัฐบาล ตรวจสอบคนการเมืองตัวเอง ไม่ใช่ตรวจสอบแค่ฝั่งข้าราชการ ปม โกงข้อสอบท้องถิ่น หวั่น จับแพะ เหน็บ โยกย้ายผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต สังคมตั้งคำถาม เตรียมเสียบคนของตัวเองหรือไม่
วันที่ 24 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯและข้าราชการที่ จ.ภูเก็ต ว่า ประชาชนในจังหวัดก็ตั้งคำถามว่าข้อหาคืออะไร หรือกำลังย้ายเพื่อเอาเครือข่ายของตนเองไปแทนที่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียน ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบอกว่าการที่ระงับคนบรรจุที่เคยสอบไปแล้ว เอาเฉพาะคนที่มีปัญหาไม่ได้เห็นแย้งเลย แต่การระงับทั้งหมดเดือดร้อนมากคนบริสุทธิ์จำนวนมากที่เข้าสอบปกติไม่ได้ทุจริตในการสอบ กลายเป็นว่าได้รับผลกระทบทั้งหมด การที่มีการทุจริตสอบท้องถิ่นหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบก็คือส่วนกลาง เรื่องนี้ ท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีออกตัวขนาดนี้แล้วพยายามขึงขังกับเรื่องนี้ ตนอยากเขาตรวจสอบคนของตัวเองในฝั่งการเมืองด้วยไม่ใช่ตรวจสอบกับฝั่งข้าราชการอย่างเดียว ย้ายผู้ว่าฯ ย้ายรองผู้ว่าฯจัดการกับอธิบดีกรมส่งเสริมต่างๆแต่อย่าลืมว่านักการเมืองในสังกัดเครือข่ายสีน้ำเงินเคยจัดการหรือไม่ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีข่าว เรื่องสุพรรณบุรีเขต2 มีการจัดการอะไรหรือไม่ ในขณะที่สังคมตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนจะจัดการยังไงกับสส.ของตนเอง โดยเรายืนยันว่าเราจัดการด้วยมาตรฐานที่เราทำมาโดยตลอด และตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกันว่าจะจัดการกับนักการเมือง ของตนเองอย่างไรกับข่าวที่ออกมา
”ถ้ามีฝั่งการเมืองเกี่ยวข้องด้วยอยากให้นายกรัฐมนตรีเทคแอ็คชั่นขึงขัง จริงจังแบบเดียวกับที่กำลังดำเนินการกับข้าราชการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมใดๆ ไม่ต้องรอกระบวนการเข้า ป.ป.ช.หรือกระบวนการอีกหลายอย่างที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี หลายๆอย่างใช้กลไกการกำกับดูแลภายในพรรคของคุณเอง ก็จัดการได้แล้ว“
เมื่อถามว่ากระบวนการยับยั้งถือว่ามาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรีถ้ามีข้อมูลแบบนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือเอาคนที่อาจจะเกี่ยวข้องออกจากระบบ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด ถ้าเทียบเคียงกับกรณีจ.ภูเก็ต สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามคือตกลงแล้วสาเหตุในการแต่งตั้งโยกย้าย เป็นเรื่องความผิดอะไร หรือมีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลังที่ต้องการเอาคนของตนเอง โยกย้ายไปสวมแทน จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลออกมาให้ความชัดเจน อย่าให้สังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่มีการโยกย้ายเป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า




















