สธ.เผย 8 เดือนไทยป่วยโควิดเกือบแสน ย้ำสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ขณะนี้ NB.1.8.1

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กรมควบคุมโรค เผย 8 เดือน ไทยป่วยโควิดเกือบแสน เสียชีวิต 15 ราย กทม.เยอะสุด พบมากในเด็กเล็ก แต่สูงวัยชีวิตมากสุด ย้ำดูแลสุขอนามัย ย้ำสายพันธุ์โควิดที่ระบาดในขณะนี้ 50% เป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นลูกหลานโอไมครอน ตำแหน่งกลายพันธุ์ทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายแต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ที่กรมควบคุมโรค พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด – 19 ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- วันที่ 31 ส.ค.3569 มีผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย เสียชีวิต 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 0.2% เทียบจำนวนเคสน้อยกว่าช่วง 2-3 ปีก่อน อย่างไรก็ตามช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเพิ่มและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร รองลงมาชลบุรี ภูเก็ต ลำพูน นนทบุรีตามลำดับ พบผู้ป่วยทุกช่วงอายุ แต่สูงมากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อาจเป็นลักษณะพ่อแม่ผู้ปกครองหรือพี่นำเชื้อมาสู่เด็กเล็กที่บ้าน แต่กลุ่มที่เสียชีวิตมากสุดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 40 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะอายุมากกว่า 60 ปีและมีโรคประจำตัว ทั้งนี้กลุ่มเด็กเล็กที่เป็นมากแต่ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต เนื่องจาก 6 เดือนแรกเด็กเล็กมีภูมิจากแม่ที่เคยเป็นหรือได้รับวัคซีนโควิดมาก่อนแล้ว ซึ่งเคสเด็กเล็กที่มารักษาที่รพ.ก็มียาฟาวิพิราเวียร์ อาการจึงไม่รุนแรงและไม่พบเสียชีวิต  

พญ.จุไร กล่าวว่า สำหรับไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ 1ม.ค.-31ส.ค. 2569 มีผู้ป่วยสะสม 333,032 ราย เสียชีวิต 48 ราย มากกว่าโควิด- 19 แนวโน้มผู้ป่วยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยพบมากกลุ่มเด็กวัยเรียน 5-9 ปี สายพันธุ์ที่พบมากเป็น A/H1N1 กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและ 90% ไม่รับวัคซีน มีเด็ก 5 รายเสียชีวิตจึงไม่ควรประมาท ส่วนโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 7,020 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต แนวโน้มช่วงฝนผู้ป่วยจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพบมากในเด็กเล็ก 0-4 ปีแต่ยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยหลักการโรคระบบทางเดินหายใจ เชื้อจะอยู่ในระบบทางเดินหายใจ 5 วันแรก ผู้ป่วยไม่ว่าโรคใด ควรหยุดพักอยู่บ้าน 5 วัน แต่ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันแพร่เชื้อสู่คนในบ้าน หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้ใส่หน้ากากอนามัย หลัง 7 วันเชื้อน้อยลงและปลอดภัย เชื้อไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป การปิดโรงเรียนไม่ใช่มาตรการที่ต้องใช้เสมอไป แต่ขอให้ผู้ป่วยหยุดอยู่บ้านและรักษาตามอาการ และรับประทานยาต้านไวรัสตามที่หมอแนะนำในกลุ่มเสี่ยง

ด้าน นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สายพันธุ์โควิดที่ระบาดในขณะนี้ ประมาณ 50% เป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นลูกหลานโอไมครอน ตำแหน่งกลายพันธุ์ทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายแต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น อาการยังคล้ายสายพันธุ์อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่จะไม่ค่อยพบอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ค่อยรับรส ยังคงเป็นอาการทางเดินหายใจส่วนบนไอเจ็บคอมีน้ำมูกบางคนอาจมีไข้ต่ำๆ คล้ายไข้หวัดทั่วไป การป้องกันทั้ง 3 โรคดังกล่าวเน้นย้ำการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ไอจามให้ปิดปากจมูก กรณีกลุ่มเสียงควรหลีกเดินทางในที่มีผู้คนแออัด พื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท ส่วนวัคซีนโควิด-19 เทียบเคียงกับไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากความรุนแรงเชื้อน้อยลง จึงเป็นวัคซีนทางเลือกและพิจารณาเฉพาะกลุ่มเสี่ยงตามคำวินิจฉัยแพทย์ ส่วนไข้หวัดใหญ่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงขอให้มารับวัคซีนตามสถานบริการใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับ RSV ก็เป็นวัคซีนทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img