‘เทพไท’ชำแหละ5จุดอ่อนสส.ชุดปัจจุบัน หวั่นสภาฯถดถอย-ประชาชนเสื่อมศรัทธา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” เปิดมุมมองหลังติดตามการทำงานรัฐสภามานานกว่า 20 ปี ชี้สภาฯ ยุคใหม่มีพัฒนาด้านสถานที่ แต่การทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาหลายด้านกลับน่าห่วง เรียกร้องประธานสภาฯ วางมาตรฐานและขอบเขตการทำงานให้ชัดเจน หวั่นหากปล่อยต่อไปอาจกระทบความศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันนิติบัญญัติ

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณี จุดอ่อนของ ส.ส.ในสภาชุดนี้ โดยมีเนื้อหาว่า

ในฐานะที่เคยเป็นส.ส.มาก่อน และอยู่ในแวดวงการเมืองมาเป็นเวลา 20 กว่าปี ได้เป็นส.ส.และทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย มาตั้งแต่สมัยอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทอง จนถึงสัปปายะสภาสถานปัจจุบัน ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสถาบันนิติบัญญัติที่ดีในหลายด้าน และยังมีหลายด้านที่มีความรู้สึกว่าถดถอย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ส.ส.ในยุคอดีตได้วางไว้และถือปฎิบัติกัน เช่น

1.ด้านอาคารรัฐสภา เห็นได้ชัดว่ามีการพัฒนาเป็นอาคารใหญ่โต มีการก่อสร้างมูลค่าถึง 20,000 กว่าล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทอง ซึ่งล้าสมัย คับแคบ ด้อยกว่าในทุกด้าน แต่มีความอบอุ่น มีความใกล้ชิด ทำงานกันได้สะดวก มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน แต่ยุคนี้สภาฯกว้างขวาง ส.ส.ทำตัวห่างเหินกัน ความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ห่างเหินเหมือนกับลักษณะของอาคารรัฐสภา

2.การทำหน้าที่ของประธานที่ประชุม หลายครั้งเห็นได้ว่า เป็นการทำหน้าที่ไม่ใช่มืออาชีพ มีการวินิจฉัยผิดพลาด มีการแสดงท่าทีแข็งกร้าว ไม่มีศิลปะในการควบคุมการประชุม จึงทำให้เห็นมีการโต้เถียงกันบ่อยครั้ง มีการขึ้นเสียงกัน ต้องบังคับให้กล่าวคำขอโทษ ถอนคำพูด ซึ่งเห็นภาพความวุ่นวายเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมบ่อยครั้งมาก

3.การทำหน้าที่ของส.ส.ในการอภิปรายเห็นได้ชัดว่า ส่วนใหญ่จะอ่านโพย อ่านสคริปต์ อ่านแท็บเล็ต หรือ iPad ไม่ได้ใช้ปฏิภาณไหวพริบ หรือด้นกันสดๆ หรืออภิปรายออกมาจากความรู้สึก และมันสมองจริงๆ รวมไปถึงการใช้ถ้อยคำ ที่ไม่สุภาพบ่อยมาก ใช้คำที่ไม่เหมาะสม ใช้คำในการอภิปรายที่ก้าวร้าว และใช้ภาษาอังกฤษสลับกับภาษาไทย ซึ่งขัดต่อข้อบังคับการประชุมในสมัยอดีต ที่ห้ามมิให้นำเอกสารมาอ่านโดยไม่จำเป็น และห้ามพูดภาษาต่างประเทศ เว้นแต่พูดและมีคำแปลด้วย

4.เรื่องการแต่งกาย ในอดีตที่ผ่านมา ทุกคนมีการแต่งกายตามมาตรฐาน คือผูกเน็กไทใส่สูท ใช้สูทสีทึบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ยุคก่อนหน้านี้ผู้หญิงไม่อนุญาตให้นุ่งกางเกงให้ใส่กระโปรง มายุคหลังอนุโลมให้นุ่งกางเกงได้ และใส่ชุดพระราชทานเท่านั้น แต่ยุคปัจจุบันแต่งกายหลากหลายมาก มีทั้งชุดชนชาติ ชุดติดพันธุ์ ชุดพื้นถิ่น ชุดลำลอง ใส่เชิ้ตไม่ผูกเน็คไทใส่สูท บางคนใส่เสื้อเชิ้ตสีลาย บางคนแต่งตัวตามเทศกาล ซึ่งขัดกับข้อบังคับในอดีตมาก แต่ข้อบังคับยุคปัจจุบันไม่ทราบว่า จะมีการเขียนในเรื่องการแต่งตัวอย่างไร ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะวางแนวทาง และมาตรฐานของสมาชิกรัฐสภาให้อยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกัน

5.การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎร หลายคณะไม่รู้บทบาทหน้าที่ หรือขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะ อาจจะเป็นเพราะประธานกรรมาธิการส่วนใหญ่เป็นมือใหม่ เป็นส.ส.เพียง1-2สมัยเท่านั้น ไม่มีประสบการณ์ จึงทำให้วิธีการทำงานเห็นได้ชัดว่า กรรมาธิการบางคณะขยายขอบเขตอำนาจ เรียกบุคคลมาชี้แจง นอกเหนืออำนาจของคณะกรรมาธิการนั้นๆ หรือเรียกว่าประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะมาชี้แจงมาตรวจสอบกันเอง รวมไปถึงการทำหน้าที่เหมือนกับเป็นพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดี หรือในกระบวนการยุติธรรมด้วยซ้ำไป จึงอยากจะให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้สังคายนา และเรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการทุกชุด เพื่อวางมาตรฐานและขอบเขตการทำหน้าที่ของประธานกรรมาธิการแต่ละชุด ให้อยู่ในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมาธิการนั้นๆ

ในฐานะที่เคยเป็นส.ส.มาก่อน และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เฝ้าติดตามการทำงานของรุ่นใหม่ และสมาชิกรัฐสภาชุดปัจจุบัน ยอมรับว่าขัดหูขัดตา และรู้สึกหนักใจ ถ้ายังให้มีการปฏิบัติตัวในรัฐสภาด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้สถาบันนิติบัญญัติเสื่อมลง และขาดความศรัทธาจากพี่น้องประชาชนได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img