‘ดร.ยศชนัน’นัดถกจบศึก‘ปทุมวัน-อุเทนฯ’ 9 ก.ย.นี้-ชี้ใช้กฎหมายเป็นหลักยุติรุนแรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รมว.อว. รับเหตุปะทะนักศึกษาปทุมวัน-อุเทนถวายบน BTS รุนแรงและเรื้อรังมานาน เตรียมเรียกทุกฝ่ายถก 9 ก.ย. ใช้กฎหมายเป็นหลัก ลั่นหากมีผู้บาดเจ็บต้องดำเนินการเด็ดขาด ชี้กระทบประชาชน เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และการท่องเที่ยว พร้อมวาง 2 แนวทางย้ายอุเทนถวาย

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย บนสถานีรถไฟฟ้า BTS จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่ามีความรุนแรงพอสมควร และที่ผ่านมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายฝ่ายพยายามหาทางยุติปัญหาที่เกิดขึ้น

นายยศชนัน กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้หารือกับอธิการบดีของทั้ง 2 สถาบัน โดยแนวทางแรกคือการปรับรูปแบบการเรียนการสอน ด้วยการเหลื่อมเวลาเรียน และให้นักศึกษาปทุมวันออกไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติงานกับบริษัทโดยตรงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ซึ่งดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยุติข้อพิพาทของทั้ง 2 สถาบัน ได้พยายามผลักดันให้มีการย้ายสถานศึกษา โดยเฉพาะอุเทนถวายให้ย้ายออกไปยังพื้นที่แห่งใหม่ ซึ่งมีกรมธนารักษ์เข้ามาช่วยดูแลเรื่องพื้นที่

อย่างไรก็ตาม นายยศชนันยอมรับว่า การดำเนินการยังค่อนข้างล่าช้า จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า หากยังไม่สามารถหาพื้นที่ใหม่ได้ อาจให้อุเทนถวายใช้พื้นที่ของตนเองเพื่อเคลื่อนย้ายนักศึกษาออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการปะทะและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา หากเกิดข้อพิพาทหรือได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มหาวิทยาลัยจะใช้มาตรการหยุดเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งช่วยลดปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ล่าสุดยังคงเกิดการปะทะขึ้นอีก

ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ก.ย. เวลา 11.00 น. กระทรวง อว. จะจัดประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปลัดและรองปลัดกระทรวง อว. อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะเจ้าของพื้นที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คณบดีวิทยาเขตอุเทนถวาย และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา โดยจะยึดข้อกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นกรอบในการดำเนินการอย่างเคร่งครัด

นายยศชนัน กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างทั้งสองสถาบันเป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายปี มีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงประชาชนที่สัญจรไปมาซึ่งมักได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา และเห็นพ้องกันว่าจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

ภายหลังการประชุมจะมีการแถลงรายละเอียด รวมถึงกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจนต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการให้ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขและกรอบของกฎหมาย เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวยุติลงในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีที่ผ่านมาเคยมีการเจรจาเรื่องการย้ายสถานศึกษาหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ นายยศชนัน กล่าวว่า จะนำข้อกฎหมายและข้อยุติต่าง ๆ ที่เคยมีการตกลงกันไว้มาเป็นแนวทาง เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถนำไปปฏิบัติได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการเหลื่อมเวลาเรียนจะช่วยให้สถานการณ์สงบลงได้ แต่ขณะนี้มองว่ามาตรการดังกล่าวอาจทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้า จึงต้องนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบ เข้ามาร่วมกระบวนการแก้ไขปัญหา

ส่วนการเจรจากับกลุ่มแกนนำหรือผู้ก่อเหตุ นายยศชนัน กล่าวว่า จำเป็นต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผลและหลักฐานทางกฎหมาย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้รับการยอมรับหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากปัญหาดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และการท่องเที่ยว

“ถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จ” นายยศชนัน กล่าว

สำหรับความคืบหน้าเรื่องการย้ายสถานศึกษา นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมไว้ 2 แนวทาง ได้แก่ พื้นที่นอกเมืองที่เคยมีการตกลงกันไว้เบื้องต้น และพื้นที่วิทยาเขตต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงแผนการในอนาคตที่จะปรับปรุงพื้นที่พิพาทเดิมให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย และการค้าขาย ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพและจุดเด่นของพื้นที่ดังกล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img