ยันส่งฟ้อง 77 รายคดีฮั้วสว.ยังไม่ใช่ผู้ผิด ปม‘โพย’ชี้ศาลฯปลดล็อกไม่ถือว่าผิดก.ม.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

​“กกต.” แถลงผลสอบคดีฮั้วเลือก สว. ชี้แจงกรณีส่งฟ้องศาลฎีกา 77 ราย ย้ำเป็นการนำส่งหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล บุคคลดังกล่าวยังเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมแจงปมนำ “โพย” เข้าสถานที่เลือกตั้ง ทำได้หลังศาลปกครองกลางเพิกถอนระเบียบเดิม 

วันที่ 14 ก.ย.2569 ที่กกต.นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลการพิจารณาสำนวนการไต่สวน คดีกล่าวหาการทุจริตและฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 

​โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกร เปิดเผยกระบวนการทำงานว่า คดีฮั้วเลือก สว. มีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 427 คน ซึ่งตามระเบียบ กกต. ขั้นตอนจะเริ่มจากการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน (ชุดที่ 26) ก่อนส่งความเห็นให้เลขาธิการ กกต. (โดยมีรองเลขาธิการฯ ปฏิบัติหน้าที่แทน) จากนั้นจึงเสนอต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด (ชุดที่ 36) และส่งเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่ 

​ทั้งนี้ ความเห็นในแต่ละชั้นการพิจารณาอาจแตกต่างกันได้ เนื่องจากเป็นการประเมินและกลั่นกรองพยานหลักฐานตามอำนาจหน้าที่ โดยความเห็นของอนุกรรมการฯ จะถือเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของ กกต. ส่วนเหตุผลที่ต้องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดพิเศษ (ชุดที่ 36) ซึ่งมีสมาชิก 7 คนนั้น เนื่องจากคดีนี้มีผู้ถูกร้องจำนวนมากและมีรายละเอียดข้อมูลที่ซับซ้อน

​สำหรับประเด็นการพก “โพย” หรือเอกสารแนะนำตัวเข้าไปในสถานที่เลือก สว. นั้น รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า เดิม กกต. มีระเบียบข้อ 7 วรรคสอง ห้ามแจกจ่ายหรือนำเอกสารแนะนำตัวเข้าสถานที่เลือก แต่ต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนข้อห้ามดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีกฎหมายกำหนดว่าเป็นการกระทำผิด ผู้สมัครจึงสามารถนำเอกสารหรือจดบันทึกเข้าพื้นที่ได้ 

​อย่างไรก็ตาม จากภาพข่าวการจัดเก็บโพยในวันเลือกระดับประเทศ พบว่าเอกสารแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โพยที่จดเพื่อกันลืมส่วนตัว และโพยที่มีลักษณะเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น หากการสืบสวนพบเหตุอันควรสงสัยหรือมีความผูกพันเกี่ยวข้องกัน คณะกรรมการไต่สวนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีรายชื่ออยู่ในโพยทุกราย

​ด้าน นายณรงค์ เน้นย้ำถึงกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกส่งฟ้องศาลฎีกาจำนวน 77 คนว่า “บุคคลเหล่านี้ถือว่ายังไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด” แต่เนื่องจาก กกต. รวบรวมพยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเชื่อว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย จึงจำเป็นต้องส่งหลักฐานให้ศาลเพื่อนำไปชี้แจงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม 

​นายณรงค์ ยกตัวอย่างพฤติการณ์ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาเป็น สว. ชุดปัจจุบัน พบพฤติกรรมจูงใจและให้ทรัพย์สินเงินทองแก่ผู้มีสิทธิเลือก สว. เพื่อแลกกับคะแนนเสียง การไต่สวนมีการตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงผ่านผังต่าง ๆ อย่างชัดเจน

​กกต. ยืนยันว่าการพิจารณาทำเป็นรายสำนวน โดยพิจารณาอย่างรอบคอบจากคำร้อง คำคัดค้าน คำชี้แจง รวมถึงพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล เส้นทางการเงิน และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ หากรับฟังได้ว่ามีพฤติกรรมทุจริตจริง ก็จะดำเนินการส่งฟ้องศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาในลักษณะเดียวกันทุกกรณี 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img