‘ยิ่งชีพ’ชำแหละคำสั่งกกต.ให้ฟ้อง77คน ชี้‘เลือกฟัน’สงสัยกว่า100คนในโพยรอด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”ยิ่งชีพ”ชำแหละคำสั่งกกต. ให้ฟ้อง 77 คน ชี้เลือกฟันคนที่มีชื่อคุ้นหูในผังข้อมูลที่เปิดก่อนหน้านี้ ดิ้นยาก มีหลักฐานการโอนเงินพร้อมเพย์ แก้ตัวไม่ได้ให้โดนสอยทิ้งไปก่อน

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คือผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ( ไอลอว์) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข้อสังเกต เท่าที่ดูเร็วๆ ก่อนนอนคืนนี้ เกี่ยวกับคำสั่งกกต. ให้ฟ้อง 77 คน แปลว่า ไม่ฟ้องไป 152 คน

1. ในจำนวนนี้ฟ้องสว. ไป 26 คน คนอื่นๆ ที่บอกว่าเป็น ผู้มีสิทธิเลือกสว. ที่จะโดนฟ้อง ก็คือ กลุ่ม Voter ที่รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อไปโหวต 36 คน

2. ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่กกต. เรียกว่า “บุคคลอื่น” 15 คน กลุ่มนี้ไม่เป็นสว. และไม่ได้ไปโหวต แปลว่าต้องเป็น Someone ในขบวนการ ก็คือ เป็น Trainer ที่ยืนอยู่หัวโต๊ะแล้วสั่งให้คนอื่นไปโหวตตามโพย หรือเป็น “หัวจ่าย” ตัวกดจ่ายเงินต่างๆ

3. มันบ้ามากที่สามารถแถลงผลได้ว่า จะฟ้องคนจำนวนเท่าไร แล้วอีก 2-3 ชั่วโมงต่อมาถึงบอกชื่อว่า ชื่อเหล่านั้นมีใครบ้าง โดยไม่บอกว่า เหตุผลในการสั่งฟ้อง และเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องคืออะไร คนที่ถูกสั่งฟ้องเองก็ยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองถูกสั่งฟ้องเพราะอะไร ประชาชนที่ติดตามข่าวสารอยู่ก็ไม่รู้เลยว่า ที่สั่งยกฟ้องไปนั้นถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ และกกต. ก็ยังไม่บอกว่าจำนวนการลงมติของกกต. ได้เสียงเท่าไร แต่ทราบว่า เป็น “เสียงข้างมาก” หมายความว่า “ไม่เอกฉันท์” ซึ่งไม่รู้จริงๆ แปลว่า มีเสียงข้างน้อยที่อยากให้ฟ้องมากกว่านี้ หรือเสียงข้างน้อยที่อยากให้ฟ้องน้อยกว่านี้

4. เปิดดูชื่อแต่ละคนที่สั่งฟ้อง ก็ชัดเจนคุ้นหู เพราะชื่อในผังข้อมูลที่เปิดก่อนหน้านี้วนอยู่รอบคนพวกนี้มานานแล้ว ดิ้นยาก เช่น

– ศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งเคยเป็นตัวหลักของพรรคภูมิใจไทย เป็นสส.นครพนม เคยถูกเสนอเป็นรองประธานสภาฯ ในโควต้าพรรค แต่ตอนเลือกสว.ปี 67 ยุคนั้นพรรคได้สส. น้อย แล้วเขาสอบตก

– สุบิน ศักดา ผู้ช่วยสส. พิชัย ชมภูพล สส. สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย

– นิสิตา หมั่นไชย เสมียนสำนักงานพรรคภูมิใจไทยสุราษฎร์ธานี

– สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัยของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็เป็นสส. ​อยู่

– วงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัครสส. พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต

– สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ “โกเกียรติ” พ่อของวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย และรมช. มหาดไทย

5. ตัวอย่างสว. น้ำเงินเข้มๆ ที่โดนฟ้องก็มี เช่น มาเรีย เผ่าประทาน สว. จากประจวบคีรีขันธ์ อดีตผู้สมัครสส. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 เป็นพี่สาวของพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส. ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย, นิพนธ์ เอกวานิช สว.จากจังหวัดภูเก็ต อดีตผู้สมัครสส. เขต 1 จังหวัดภูเก็ตพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตกแพ้พรรคส้ม

6. สาเหตุที่มีจำนวนถึง 77 คน ไม่ได้แปลว่า มีการสั่งฟ้องไปจำนวนมาก แต่เพราะว่า จำนวนส่วนใหญ่ที่ถูกฟ้องเป็น Voter ที่รับผลประโยชน์ในกระบวนการนี้แล้วทิ้งร่องรอยไว้ หรือพวกขี้เกียจเดินทางมารับเงินสดเลยบอกให้เขากดโอนเงินให้ ซึ่งไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียง ไม่ได้มีใครรู้จัก หลายคนไม่ได้เข้ารอบประเทศ เช่น กลุ่มรับเงินลำพูน 5 คน กลุ่มรับเงินสุราษฎร์ธานี 9 คน กลุ่มฝากซื้อตั๋วเครื่องบินของนครพนม 6 คน

7. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานสว. อดีตที่ปรึกษาอนุทิน ที่มีรูปถ่ายพายเรือให้อนุทินนั่ง สว. กลุ่ม 1 จากสุราษฎร์ธานี ไม่ถูกฟ้อง ทั้งที่เลขาฯ กกต. เคยมีความเห็นให้ฟ้องด้วย

8. แม้สุบิน ศักดา ผู้ช่วยสส. พิชัย ชมภูพล และนิสิตา หมั่นไชย เสมียนสำนักงานพรรคภูมิใจไทยสุราษฎร์ธานี จะถูกฟ้องฐานเกี่ยวข้องกับการโอนเงินให้ผู้สมัครสว. จำนวนมาก แต่พิชัย ชมภูพล “นายหัว” ของพวกเขาไม่ถูกฟ้องด้วย เพราะไม่ได้ใช้พร้อมเพย์ตัวเองโอนเงิน เป็นการโอนเงินโดยลูกน้องของตัวเอง ตอนแรกผมเดาว่า คนนี้ไม่น่าจะรอด แต่ก็รอด

9. สว. หลายคนที่ถูกฟ้องชัดเจนว่า หมายเลขของเขาปรากฏอยู่ใน “โพย” ที่พยานเอามามอบให้พนักงานสอบสวน โดยพยานหลายปากเล่าว่า ถูกบังคับให้จดหมายเลขด้วยลายมือตามที่บอก และได้รับค่าตอบแทนในการไปเลือกตามโพยเหล่านั้น แต่สว. ที่ถูกฟ้องมีเพียงนิดเดียว ส่วนเจ้าของหมายเลขอื่นๆ ในโพยอีกกว่า 100 คน ไม่ถูกฟ้องด้วย นี่เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เมื่อโพยดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นโดยมีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน คนที่มีหมายเลขในโพยก็ต้องอยู่ในขบวนการนี้ร่วมกันด้วยอย่างแน่นอน

10. ในจำนวนสว. ที่ถูกสั่งฟ้อง 26 คน นั้นมี 7 คนที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่ง สูงที่สุดในกลุ่มอาชีพตัวเอง ซึ่งต้องได้คะแนนระหว่าง 60-70 เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนมาจากเงินไม่กี่หมื่นบาท กับคนไม่กี่คนที่รับเงินเหล่านั้นไป แต่เขาได้คะแนนถล่มทลายมาจากคนร่วมขบวนการที่ลงคะแนนให้อีกหลายสิบคน ดังนั้น ขบวนการนี้ขนาดใหญ่มาก และมีคนที่เกี่ยวข้องยังไม่ถูกสั่งฟ้องอีกมาก

11. กกต. มีอำนาจและมีหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะต้องหาคนผิดมาดำเนินคดี เมื่อเห็นแล้วว่ากระบวนการเลือกสว. ในปี 2567 นั้นไม่ปกติ มีขบวนการขนาดใหญ่ ส่งผลให้คนที่มาโดยไม่สุจริตได้เป็นสว. กันมากมาย ได้คะแนนมากมายมหาศาลอย่างอธิบายไม่ได้จากการมีโพยเหล่านั้น ดังนั้น กกต. ต้องหาหลักฐานมาทำลายขบวนการนี้ หากเห็นว่า หลักฐานที่มีอยู่ต่อผู้ต้องหาบางคนน้อยเกินไป จะไม่สั่งฟ้องคดีก็ได้ แต่ก็ยังมีหน้าที่ต้องไปหาหลักฐานมาให้ครบเพื่อมาดำเนินคดีคนผิดจริงๆ ให้ได้อยู่ดี ไม่ใช่มีหน้าที่นั่งอยู่เฉยๆ รอคนอื่นส่งหลักฐานมาให้แล้วตัวเองกระดิกเท้าสั่งว่า หลักฐานพอหรือไม่พอสำหรับตัวเอง อันนั้นมันหน้าที่ของศาลนะครับ ไม่ใช่การทำงานของกกต.

12. เห็นได้ว่า กกต. ชุดใหญ่ใช้วิธี “เลือกฟัน” เอาคนที่มีหลักฐานการโอนเงินพร้อมเพย์ชัดๆ และอธิบายแก้ตัวไม่ได้ให้โดนสอยทิ้งไปก่อน จะได้เบาสบาย แต่ไม่ได้ใช้หลักคิดว่า การเลือกสว. นั้นมีการโกงกันเป็นขบวนการขนาดใหญ่มาก โดยต้องอาศัยผู้มีอำนาจขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้ไปตามหาว่า ใครที่มีแรงจูงใจและมีอิทธิพลมากพอในการทำสิ่งนี้ ไม่ได้ประกอบร่างข้อเท็จจริงต่างๆ ให้เห็นภาพเชื่อมร้อยเป็นขบวนการ ทั้งที่ความจริงเป็นขบวนการขนาดใหญ่ มีคนเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก

13. สำหรับคนที่ถูกสั่งฟ้องไปแล้ว เราจบกันแล้วไม่ต้องพูดถึงกันอีก ท่านๆ ก็ไปต่อสู้คดีกันในชั้นศาลนะครับ ยังมีอีกหลายรายชื่อที่คณะไต่สวนชุด 26 สั่งฟ้องไปด้วยหลักฐานที่ชัดเจน และเลขาธิการ กกต. ก็สั่งฟ้องด้วยเช่นกัน เดี๋ยวจะค่อยๆ เรียบเรียงข้อมูลและนำเสนอต่อสาธารณะ เป็นลำดับถัดๆ ไปครับ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img