“กรณ์ จาติกวณิช” เผยประเด็นร้อนข้ามชาติ ระบุผู้นำคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ส่งหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและพิจารณามาตรการคว่ำบาตรบุคคลต่างชาติที่เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมอ้างว่ามีชื่ออดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน” อยู่ในรายชื่อที่เสนอให้ตรวจสอบ ย้ำที่ผ่านมาเคยส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต. แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในไทย
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij” ถึงสถานการณ์การปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือ “สแกมเมอร์” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา
นายกรณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาที่โพสต์จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือสำคัญที่ส่งถึงฝ่ายบริหารสหรัฐฯ โดยนายไบรอัน แมสต์ (Brian Mast) ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และนายจอห์น มูลินาร์ (John Moolenaar) ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยจีน ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบบุคคลต่างชาติที่อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหากพบว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ให้พิจารณามาตรการคว่ำบาตรที่เหมาะสม
หนังสือดังกล่าวถูกส่งถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยระบุถึงความกังวลต่อเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ และขอให้หน่วยงานสหรัฐฯ ตรวจสอบบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว หากพบว่ามีหลักฐานเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายจึงดำเนินมาตรการลงโทษต่อไป
นายกรณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ในรายชื่อบุคคลที่มีการเสนอให้ทางการสหรัฐฯ พิจารณาดำเนินการนั้น มีชื่อของ อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏอยู่ด้วย
ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นการเปิดเผยและกล่าวอ้างของนายกรณ์ โดยยังไม่ใช่การยืนยันว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความผิดหรือถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรแล้ว
นายกรณ์ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนเอง พรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สภาผู้แทนราษฎร เคยรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แล้ว แต่จากมุมมองของนายกรณ์ ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการจากฝ่ายไทย
พร้อมระบุในลักษณะตั้งคำถามถึงการที่หน่วยงานต่างประเทศเข้ามาดำเนินมาตรการตรวจสอบปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยทิ้งท้ายว่า “ต่างประเทศไม่รอแล้ว”
สำหรับมาตรการของสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยในวันที่ 15 ก.ย. 2569 เป็นการขอให้ฝ่ายบริหารตรวจสอบบุคคลต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมออนไลน์ และพิจารณาคว่ำบาตรหากพบว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างทางการเงิน ธุรกิจ และเครือข่ายที่สนับสนุนการหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



















