‘พิสิษฐ์’ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมไม่ใช่ ตั้ง 5 ข้อสังเกต สงสัย สว.ส้มประชุม ‘จูปิเตอร์’ แต่ทำไมริบโทรศัพท์-แยกสีริสแบน ไล่ดู ‘เทวฤทธิ์-นันทนา’ ล็อกไว้แล้วหรือไม่ ทำไมต้องปิดห้องไม่ให้สื่อเข้า
เมื่อวันที่ 20 ก.ย.69 ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเวทีฝ่ายค้านที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ไปร่วมงานด้วยและมีการระบุว่า มีการบอกว่าโดนขุด สีน้ำเงินเอาคืน โดยนายพิสิษฐ์ ได้ยกการประชุมของผู้สมัครวุฒิสภาที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพคอารีน่า เมือทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก สว. พร้อมกล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ คือ 1.น.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะน.ส.พรรณิการ์ไม่เคยพูดชื่อออกมา และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่ 2.จากที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.ให้สัมภาษณ์ว่า งานวันนั้นไม่ใช่ไอลอว์จัด ตนก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็นโครงการของไอลอว์ จึงมองว่าคำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้จัดงานแต่เชื่อว่ามีคนจัดงานแน่นอน
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.งานดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการให้ การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการจัดงานที่อิมแพคอารีน่า โดยเฉพาะห้องจูปิเตอร์มีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทราบมาว่าออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว ซึ่งคนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไปจึงเกิดคำถามว่าการตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไหร่เก็บไปมากกว่าหรือเก็บไปน้อยกว่า หากเก็บไปมากกว่าใครได้ประโยชน์ ถ้าเก็บน้อยกว่าแสดงว่ามีคนเติมเข้าไปใช่หรือไม่แต่ไม่มีการชี้แจง
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 4.ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนในsenate67 ก่อน ซึ่งในงานมีการตั้งคำถามถึง ประเด็นมาตรา 112 ส่วนตัวจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าทำไมคนที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย
”ลองเปิดข้อมูลในไอลอว์ได้เลย จะมีบอกเลยว่าใครตอบคำถามใดบ้างและที่สำคัญไปกว่านั้นถ้าบอกว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผยเปิดเผยจริงหรือไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวพอจะประชุมกันนักข่าวเชิญข้างนอกแล้วเก็บมือถือ จึงเกิดคำถามว่าทำไมต้องเก็บมือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวกันธรรมดา แต่เท่าที่ผมทราบมามีอะไรมากกว่านั้น“ นายพิสิษฐ์ กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 5.ตนถามไปยังผู้เข้าร่วมงานและไม่มีใครตอบตนได้เกี่ยวกับริสแบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สีหากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึง กลุ่มอาชีพก็ต้องเป็น 20 สี 20กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี
“แล้วคุณไปดูสีที่ท่านเทวฤทธิ์ใส่กับสีที่อ.นันทนา ใส่เป็นสีเดียวกันแล้วได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ผมก็อยากรู้ว่าคนที่ใส่สีนี้ ทุกคนได้เป็นหรือไม่แล้วถ้าไม่ได้เป็นคนอื่นที่เป็นสีอื่นได้เป็นหรือไม่ก็ไม่มีใครมาชี้แจง แล้วจะมาบอกว่าผมต้องการเรียกร้องอะไร ผมต้องการเรียกร้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกกต.ควรใช้มาตรการเดียวกันกับ ตรวจสอบการฮั้ว สว.ของสมาชิกวุฒิสภา 138 คน ผมขอความเป็นธรรมแค่นั้นเองไม่ได้มีเจตนาที่ให้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ ให้ได้มีระดับการตรวจสอบที่เข้มข้นเดียวกัน” นายพิสิษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า สว.สีส้มไม่ได้ไปให้การกับกกต.สะท้อนอะไรบ้าง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภา ที่โดนกล่าวหา 138 คนได้เข้าให้การกับกกต. อยากครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่ทางวุฒิสภา 138 คนได้ทำ
เมื่อถามว่า จะเดินหน้าอย่างไรต่อหากอีกฝ่ายยังคงเล่นเกมอยู่แบบนี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประชาธิปไตยของท่าน ที่ท่านพูดท่านไม่ได้พูดอย่างที่ท่านปฏิบัติ ท่านพูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยแต่เอามวลชนลงทำถนน อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่พูดจริงก็ต้องใช้กระบวนการ ตามระบบระเบียบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 60 ในเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติอยู่แล้วส่ง 26 คน ไปศาลฎีกานั่นคือมติของกกต. กกต.เป็นองค์กรอิสระที่อย่าลืมว่าทุกคนถูกรับรองมาจากกกต. และรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ถูกรับรองจากประชาชน
“คุณต้องเคารพกติกาและ ก็เคารพกฎหมายเป็นสำคัญไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตยแต่พฤติกรรมมันไม่ใช่อย่างนี้ก็ไม่จบสักทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่จบในเมื่อกกตยุติแล้ว และขอเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนทุกคนให้ทุกฝ่ายตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกันกับ ที่ทำกับสมาชิกวุฒิสภา 138 คนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันข้อมูลต่างๆก็ขอให้เจาะลึกและเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อประชาชนให้ตรงตามความเป็นจริง“ นายพิสิษฐ์ กล่าว



















