ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจี้รัฐบาลเร่งคลอดมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนผ่านธนาคารออมสิน 20,000–200,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ช่วง 3–6 เดือนแรก ป้องกันประชาชนตกเป็นลูกหนี้นอกระบบหลังน้ำลด พร้อมทวงสัญญานโยบาย ‘กองทุนภัยพิบัติ’ 100,000 บาทต่อครัวเรือน ชี้ต้องทำจริงไม่ใช่แค่เทคนิคหาเสียง
วันที่ 2 ต.ค.2569 เวลา 10.17 น.ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่
นายกรณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการซ้ำเติมความยากลำบากโดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กที่ต้องหยุดประกอบอาชีพต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ขาดรายได้ เงินออมหมดลง ขณะที่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำมาหากินได้รับความเสียหาย การจะกลับมาเปิดร้านหรือตั้งหลักค้าขายใหม่จำเป็นต้องใช้เงินทุน แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ด้วยตนเอง
สิ่งที่อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลคือ ต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะการสั่งการให้ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของรัฐ เข้ามาพิจารณาปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินวงเงินตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 2 ปี ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยกำหนดเงื่อนไขปลอดดอกเบี้ยในช่วง 3–6 เดือนแรก ส่วนเวลาที่เหลือคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี เพื่อให้ประชาชนมีเงินทุนเริ่มต้นประกอบอาชีพอีกครั้ง
”หากประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนในระบบไม่ได้ ก็จะต้องหลุดเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์ของการเป็นลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลังน้ำท่วมปี 2554 รัฐบาลจึงต้องรีบป้องกัน เพราะความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยในระบบกับนอกระบบ คือความแตกต่างระหว่างความอยู่รอดกับนรกทางการเงิน” นายกรณ์ ระบุ
ด้าน นางการดี กล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรรีบเข้ามาเยียวยาเครื่องมือทำมาหากินของคนตัวเล็ก เนื่องจากย่านการค้าและตลาดชุมชนหลายแห่งต้องหยุดชะงัก โดยเสนอว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะมีฐานข้อมูลร้านค้าจากโครงการ “คนละครึ่ง” และ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่มีมากกว่า 1.09 ล้านรายอยู่แล้ว สามารถนำมาคัดกรองร่วมกับพิกัดพื้นที่ประสบภัยเพื่ออนุมัติสินเชื่อผ่านธนาคารออมสินได้ทันที ส่วนผู้ประกอบการที่อยู่นอกฐานข้อมูลดังกล่าว ก็เปิดช่องทางให้ยื่นขอผ่านธนาคารโดยตรงได้เช่นกัน
นอกจากนี้ รัฐบาลควรประกาศหลักเกณฑ์การเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบให้ชัดเจน ทั้งเรื่องอัตราการจ่ายเงินชดเชยตามจริงหรืออัตราเหมาจ่าย รวมถึงแนวทางเยียวยายานพาหนะ เช่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพสำคัญของประชาชน
ขณะที่ นายตรีรัตน์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอทวงสัญญาที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย เคยประกาศไว้ช่วงหาเสียงว่าจะจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” ซึ่งระบุว่าหากเกิดภัยพิบัติจะใช้ระบบ AI ตรวจจับข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยาทันที 100,000 บาทต่อครัวเรือน จึงขอติดตามว่ารัฐบาลจะสามารถ “พูดแล้วทำ” ได้จริงตามสัญญา หรือเป็นเพียงแค่วาทกรรมและเทคนิคในการหาเสียงเท่านั้น
เมื่อถามถึงแนวทางการเยียวยาแรงงานพลัดถิ่นและผู้เช่าพักอาศัยในพื้นที่ประสบภัย นายกรณ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลต้องเร่งสร้างความชัดเจนในรายละเอียด เนื่องจากเกณฑ์เดิมมักผูกติดกับทะเบียนบ้านหรือความเป็นเจ้าของอาคาร ซึ่งผู้เช่าบ้านหรือผู้ที่อาศัยในแฟลตแม้ตัวอาคารจะไม่เสียหาย แต่ได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพไม่ต่างกัน
”เจตนาที่แท้จริงของการเยียวยา คือเราต้องการดูแล ‘คน’ ไม่ใช่ดูแล ‘อาคาร’ ดังนั้น เมื่อคนเดือดร้อน รัฐบาลก็ควรมีวิธีช่วยเหลือเยียวยาที่มุ่งตรงไปที่ตัวบุคคลเป็นหลัก” นายกรณ์ กล่าว



















