นายกรัฐมนตรีประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งกรมการปกครองสอบวินัย–ทัศนคตินายอำเภอบ้านสร้าง หลังผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีทำหนังสือขอย้ายออกจากพื้นที่ เหตุไม่ให้ความร่วมมือและล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน ลั่นเป็นเรื่องน่าอับอาย หากพฤติกรรมเป็นจริงถึงขั้นไม่ควรอยู่ในระบบราชการ พร้อมเร่งทุกจังหวัดสำรวจรายชื่อผู้ประสบภัยและจ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ยังมีบางจังหวัดที่ไม่สามารถระบายน้ำได้และยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะ จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ปริมณฑลบางส่วน จึงต้องเร่งบูรณาการความช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน นายอนุทินกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ให้เตรียมพร้อมรับมือฝนที่เริ่มเข้าสู่พื้นที่ ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม วัตถุดิบ การคมนาคม และระบบขนส่ง โดยให้สร้างเครือข่ายร่วมกับตลาด ผู้ประกอบการขนส่ง และห้างค้าส่งค้าปลีก เพื่อให้สามารถจัดหาอาหารและน้ำดื่มได้อย่างต่อเนื่องหากเกิดน้ำท่วม
ส่วนการจัดถุงยังชีพ นายกรัฐมนตรีขอให้เน้นสิ่งของที่ เปิดแล้วสามารถรับประทานได้ทันที และไม่ควรบรรจุของหนักเกินความจำเป็น โดยเฉพาะข้าวสาร เพราะผู้ประสบภัยบางรายต้องลุยน้ำกลับบ้าน การต้องแบกของหนักเพิ่มเติมอาจทำให้เกิดอันตรายได้
นายอนุทินยังย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็ควรทยอยยุติการช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถนำงบประมาณและทรัพยากรไปกระจายช่วยเหลือพื้นที่อื่นที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และประสานข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียง เพื่อวางแผนระบายน้ำระหว่างพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยา นายกรัฐมนตรีระบุว่า จนถึงวันที่ 6 ต.ค. ปภ.โอนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมประมาณ 94 ล้านบาท พร้อมกำชับให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่ผ่านการสำรวจและตรวจสอบแล้วให้ธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินโดยเร็ว โดยไม่ควรปล่อยให้กระบวนการโอนล่าช้าโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายการประชุม นายอนุทินกล่าวถึงกรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ โดยอ้างถึงปัญหาการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากรายงานของอธิบดีกรมการปกครอง พบว่ามีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว และมีข้อมูลว่านายอำเภอรายดังกล่าว ไม่กระตือรือร้น ไม่ทุ่มเท และล่าช้าในการปฏิบัติงาน ทั้งการประสานงานช่วยเหลือและการอพยพประชาชน จนเป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทำหนังสือรายงานอย่างเป็นทางการ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามรายงาน ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างมาก เพราะข้าราชการฝ่ายปกครองมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พื้นที่กำลังเผชิญอุทกภัยรุนแรง
เบื้องต้นอธิบดีกรมการปกครองได้เรียกนายอำเภอรายดังกล่าวเข้ามาประจำที่โรงเรียนนายอำเภอแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบทั้งด้าน วินัยและทัศนคติ อย่างละเอียด รวมถึงให้ประเมินว่าหากมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ สถานการณ์ในพื้นที่จะสามารถดีขึ้นได้หรือไม่ พร้อมระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติกรรมร้ายแรงถึงขั้นไม่เหมาะสมกับการรับราชการ ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในระบบต่อไป
นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญสถานการณ์อุทกภัย หน้าที่ในการดูแลประชาชนต้องถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด พร้อมกำชับทุกจังหวัดเร่งสำรวจผู้ได้รับผลกระทบและส่งรายชื่อเพื่อรับเงินเยียวยา เนื่องจากมีงบประมาณรองรับอยู่แล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด



















