“กมธ.ปภ.”เชิญ“เจเศรษฐ์-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” แจงแก้ปมน้ำท่วม-จี้เคลียร์เกณฑ์เยียวยา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“กมธ.ปภ. ” เชิญ “เจเศรษฐ์-ผู้ว่ากทม.” แจง ปัญหาน้ำท่วม จี้ กทม.เร่งฟื้นฟู เพิ่มคน-เครื่องจักรเคลียร์ขยะให้จบใน 2 สัปดาห์ หวั่น ฝนรอบใหม่ซ้ำเติม พร้อมเรียกร้องเคลียร์เกณฑ์เยียวยา ย้ำ น้ำล้อมบ้าน ประชาชนต้องไม่เสียสิทธิ

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวาระพิจารณาเรื่องการจัดการอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ทางกมธ.ได้เชิญ 1.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2.อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3.อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา 4.อธิบดีกรมบัญชีกลาง 5.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 6.น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ 7.ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เข้าชี้แจง เพื่อถกประเด็นปัญหาที่เจอในการรับมืออุทกภัยครั้งนี้ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การเตือนภัย ปัญหาที่กทม.ติดขัดเรื่องส่งเซลล์บอร์ดแคส และวันนี้จะได้ถกรัฐมนตรีเพื่อความชัดเจนในการแจ้งเตือนควรเป็นอย่างไรที่จะให้คนกทม.ได้รับการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที ไม่ต้องเจอปัญหาอีก เพราะเราต้องเตรียมไว้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเกิดกรณีที่น้ำท่วมอีกต้องไม่เกิดเหตุซ้ำเดิม รวมถึงการเผชิญเหตุที่เจอปัญหาความล่าช้าในการตั้งศูนย์สั่งการส่วนหน้าของกทม. การจัดการ ประสานงานต่างๆระหว่างกระทรวงอื่นๆกับกทม.ค่อนข้างจะล่าช้า นอกจากนี้ ยังมีสส.กทม.เข้ามาร่วมสะท้อนข้อคิดเห็นด้วย

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องฟื้นฟู เยียวยา แต่ปัจจุบันติดปัญหาเรื่องเครื่องจักรในการขนขยะชิ้นใหญ่ออกไปทิ้งที่อื่น เครื่องจักรไม่พอ เจ้าหน้าที่ของกทม.ทำงานเยอะกว่ากำลังที่มนุษย์จะรับไหว ฉะนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่กทม.ต้องใช้งบฉุกเฉิน ในการเพิ่มคน เครื่องจักร เพื่อจัดการขยะให้คนกทม.โดยไว หากเดินกันแบบนี้ ตนคิดว่าเดือนหนึ่งก็ยังขนขยะไม่เสร็จ ย้ำว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มกำลังเพื่อจบให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ ให้คนกทม.สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติเร็วที่สุด ทั้งนี้ ยังมีเรื่องการเยียวยาด้วยที่เมื่อวาน 7 ต.ค.ที่มีข่าวทั้งอภิบดีกรมปภ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดไม่เหมือนกันเรื่องแฟลตคลองจั่น เกณฑ์การเยียวยาน้ำล้อมบ้าน 7 วัน ฉะนั้น วันนี้ต้องถกให้เคลียร์จึงอยากเชิญชวนทุกคนดูการถ่ายทอดสดของกมธ. ที่เปิดเผยให้เห็นถึงคำตอบของหน่วยงานว่าปัจจุบันเดินหน้าอย่างไร และจะคลี่คลายปัญหานี้อย่างไร

เมื่อถามว่ายังมีข้อกังวลว่าอาจเยียวยาไม่ทั่วถึงในพื้นที่ กทม. เช่น ที่พักอาศัยแบบตึกสูง นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาให้เคลียร์ เพราะต่อให้น้ำไม่ได้เข้าบ้านแต่น้ำล้อมบ้าน ประชาชนก็เสียสิทธิ์ไม่สามารถออกไปทำงานได้ เปรียบเสมือนคนถูกน้ำท่วม

“ประชาชนไม่ควรต้องมาลุ้นว่าอยากให้น้ำท่วมบ้านฉันแค่นิดเดียวพอ จะได้ 9,000 บาทเหมือนกัน ไม่ควรที่จะต้องมาคำนึงถึงตรงนั้น ผมว่าความเท่าเทียมต้องเกิดขึ้น การเยียวยาคือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้ แน่นอนว่าเงินเยียวยาไม่พอกับความเสียหายอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ควรมาคำนึงถึงเรื่องนี้ ” นายภัทรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามถึงสถานการณ์หลังจากนี้ กทม. ยังน่าเป็นห่วงหรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่าฝนจะไปตกที่ภาคใต้ ภาคตะวันตก นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติซึ่งเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ การที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนพื้นที่ กทม. ในสัปดาห์หน้ากรณีที่เลวร้ายที่สุด ฝนอาจจะอยู่ที่ 100 มิลลิเมตรของพื้นที่ หากเกิดปัญหาเดิมและถ้าขยะไม่เคลียร์ไปขวางทางน้ำ ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังได้อีก ดังนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมรับ คือประชาชนต้องได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด จึงจะเป็นการจัดการภัยพิบัติได้ดีที่สุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img