“อนุทิน” วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์ ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 เตือนรับมือฝนระลอกใหม่ 9-13 ต.ค. สั่งเร่งวางแผนระบายน้ำ เตรียมพื้นที่รับน้ำ พร้อมประสานข้อมูลพยากรณ์ระยะสั้น หากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงให้เร่งอพยพกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า
เมื่อเวลา 08.37 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสิงคโปร์ ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล
นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 โดยขณะนี้สถานการณ์ฝนในพื้นที่ตอนบนของประเทศมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า ระหว่างวันที่ 9-13 ต.ค. 2569 ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ อาจมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
ดังนั้น ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำ ทั้งการระบายน้ำ การเตรียมพื้นที่รองรับน้ำ รวมถึงการแจ้งเตือนและซักซ้อมทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมก่อนฝนระลอกใหม่จะเข้ามา
นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาได้พัฒนารูปแบบการแจ้งเตือนผ่านสื่อออนไลน์ โดยใช้ภาพประกอบและเน้นจุดที่เกิดฝนอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลได้ง่ายและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยามาประกอบกับข้อมูลการพยากรณ์อากาศระยะสั้น หรือ Nowcast ของนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์ร่วมกัน
โดยการพยากรณ์ระยะสั้นในช่วง 6-12 ชั่วโมง จะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ในช่วงเวลาใกล้เคียงได้ละเอียดขึ้น จึงขอให้หน่วยงานต่างๆ นำข้อมูลทั้งสองส่วนมาประเมินร่วมกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และวางแผนรับมือสถานการณ์
นายอนุทินยังเน้นย้ำว่า หากประเมินพื้นที่ใดแล้วพบว่ามีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง ขอให้เร่งอพยพประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถเตรียมตัวและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม รวมถึงให้หน่วยงานสามารถวางแผนบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำบางปะกง ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา นายกฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยเร่งด่วน
ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไว้แล้ว ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติ รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรและบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า หากหน่วยงานใดประสบปัญหาหรือติดขัดด้านใด และต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ขอให้แจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งมีการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้รัฐบาล กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที
“ขอให้ทุกหน่วยงานหารือกันอย่างรอบด้าน และขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ทุ่มเทดูแลพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถและต่อเนื่องมาโดยตลอด” นายอนุทินกล่าว



















