นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ระดับภาคเหนืออย่างใกล้ชิด เปิดประชุมเร่งด่วนสั่งทุกหน่วยบูรณาการข้อมูล พร้อมย้ำต้องใช้กฎหมายเข้มข้นและเร่งแก้ปัญหาไม่ให้กระทบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีรวม 7 คน เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ พร้อมนำกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 18 นาย ตรวจแถวต้อนรับและอำนวยความปลอดภัย
ต่อมา เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวมถึงประเด็นภัยแล้ง น้ำท่วม และสารพิษในแม่น้ำ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือตอนบน และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและหาแนวทางแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง พร้อมให้ทุกหน่วยงานถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ
นายอนุทินย้ำว่า ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญและหนักหน่วง จึงขอให้ทุกฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด หากมีข้อจำเป็นด้านงบประมาณหรือการสนับสนุนใด ๆ ให้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อร่วมกันแก้ไข
พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนส่งผลกระทบต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ หากปล่อยไว้ต่อไปจะกระทบความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตในระยะยาว แต่ยังเชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ หากทุกฝ่ายร่วมกันดำเนินการในสิ่งที่ควบคุมได้ ใช้เทคโนโลยีและหลักวิชาการเข้ามาช่วยสนับสนุนในส่วนที่เกินขอบเขตการควบคุม
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องไม่สูญเปล่า ต้องนำไปสู่ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุผลและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง.



















