เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วง นับถอยหลัง การเลือกตั้งท้องถิ่นของคนเมืองหลวง “กรุงเทพมหานคร” กับการชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าเสาชิงช้า-ผู้ว่าฯ กทม.” และ “เก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือส.ก.50 ที่นั่ง” ที่จะหมดวาระในเดือนหน้า โดยเปิดรับสมัครคนที่จะลงชิงชัย ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.2569 และจะมีการลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.68 ก็ทำให้บรรยากาศการเมือง การเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เริ่มเห็นความเคลื่อนไหว
โดยถึงตอนนี้ ต้องยอมรับว่า ยังหาคู่แข่งที่จะมาชิงชัยกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้คะแนนตอนเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ไป 1,386,215 คะแนน ถึงตอนนี้ ยังหา “คู่เทียบ” ได้ยาก คนที่ประกาศตัวก่อนหน้านี้อย่าง “ติ่ง-มัลลิกา บุญมีตระกูล” อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หรือ “เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ประกาศตั้งกลุ่ม “กรุงเทพ บินได้” โดยจะหาคนมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.และ สก. เพราะตัวเองลงสมัครไม่ได้ ว่ากันตามสภาพ ก็เป็นแค่ “สีสัน” ไม่ใช่คู่เทียบ คู่ต่อสู้ที่จะงัดกับ “ชัชชาติ” ได้
เพราะของจริง คนที่จะทำให้ “ชัชชาติ” ต้องออกแรงในการหาเสียง ก็คือ แคนดิเดตผู้สมัครจากพรรคประชาชน (ปชน.) ที่กวาด สส.เขต กทม.ในการเลือกตั้งล่าสุด ไปทั้งหมด 33 คน แต่พรรคประชาชนก็ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ตรงนี้อาจทำให้ “คน กทม.” อาจเทคะแนนให้แคนดิเดตของพรรคประชาชนในสนามท้องถิ่นอีกสักรอบ

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า“สนามท้องถิ่น” กับ “สนามเลือกตั้ง สส.” แตกต่างกันพอสมควร ปัจจัยในการลงคะแนนเสียง จะมีความแตกต่างกัน ไม่จำเป็นที่คนกรุงเทพฯ ที่เคยเลือก สส.เขต กทม.ของพรรคประชาชน จะต้องมาเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชน เพราะอาจเลือกคนอื่นก็ได้ อย่าง “ชัชชาติ” ก็ได้ เพราะการเลือกผู้ว่าฯ กทม. คือเลือกคนไปบริหารกรุงเทพฯ แต่เลือก สส. เลือกคนไปทำงานในสภาฯ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยังไง…หากดูจากความเป็นพรรคการเมือง ก็ต้องถือว่า “พรรคประชาชน” กระแสยังมาอันดับ 1 ในกรุงเทพฯ เหนือกว่า “พรรคการเมืองอื่น ๆ”
ซึ่งถึงตอนนี้ “พรรคประชาชน” ก็ยังอุบเงียบว่า จะส่งใครลงสมัคร หลังก่อนหน้านี้ มีข่าวหลายกระแส เช่น จะส่ง “ผู้พันปุ่น-น.ต.ศิธา ทิวารี” อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคไทยสร้างไทย แต่ต่อมาก็เงียบหายไป และยังมี “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน
แต่ดูแล้ว หาก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน โดนศาลฎีกาฯ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส. ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ในคดีแก้ไข 112 ก็มีข่าวว่า อาจดัน “วีระยุทธ” ไปเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนแทน เพื่อไปเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ ซึ่งพรรคคงรอดูผลในวันที่ 24 เม.ย.นี้ก่อน ซึ่งถึงตอนนี้ แกนนำพรรคประชาชนยังอุบเงียบ ไม่ยอมให้ชื่อหลุดออกมา ชนิด สส.กทม.ของพรรคเอง ยังเจาะข่าวไม่ได้ว่า พรรคจะส่งใครชิงผู้ว่าฯ กทม. เพราะเรื่องนี้รู้กันแค่ 4-5 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากชื่อที่พรรคประชาชนเปิดออกมา เทียบกับ “ชัชชาติ” แล้ว “ชื่อชั้น” ยังห่างไกลคนละเบอร์กับ “ชัชชาติ” โอกาสที่คนกรุงเทพฯ จะไปเลือกคนของพรรคประชาชนมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.แทน “ชัชชาติ” ก็น่าจะยาก
ขณะที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ก็เตรียมตัวเริ่มคิกออฟแคมเปญหาเสียง กทม.แล้ว อย่างจันทร์นี้ 20 เม.ย. ก็จะจัดเวที “ฟ้าใหม่ Forum…เวทีเสวนาทุกปัญหา กทม. ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ???” โดยเริ่มจากการคุยกันเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร โดยพรรคได้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย 2 คนจาก ม.เกษตรศาสตร์ 1. รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการด้านบริหารจัดการน้ำ และอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ 2. รศ.ดร.กอบเกียรติ ผ่องพุฒิ สถาปนิกระบบธรรมาภิบาลทรัพยากรน้ำไทย และอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ มาร่วมเวที
นี้คือการ “คิกออฟ” สำหรับการสู้ศึกสนาม กทม.ของ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่เริ่มปูพรมกันแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นว่า “พรรคประชาธิปัตย์” พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง กทม.
ขณะที่เรื่องการส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ข่าวหลายกระแสบอกว่า “ส่งแน่” ส่วนจะเป็นชื่อไหน ยังไม่เคาะ แต่ข่าวบอกว่า ไม่ใช่ “มาดามเดียร์-วทันยา บุนนาค” อดีตสส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพลังประชารัฐ ที่เคยอยู่กับประชาธิปัตย์ช่วงหนึ่ง และเคยลงสส.ตอนปี 2566 ด้วยแต่อันดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ถึง
รวมถึงไม่ใช่ “มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย-รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) แม้จะมีคนของประชาธิปัตย์พยายามเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามผ่าน “คนใกล้ชิดมาดามแป้ง” ว่า สนใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมา
ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องจริงที่บางคนในพรรคเสนอให้ส่ง “สกลธี ภัททิยกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสส.บัญชีรายชื่อ ที่เป็นอดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 ที่ได้คะแนนมาอันดับ 4 แต่ “สกลธี” บอกปัดทันที แบบไม่ลังเลใจว่า “ไม่ลงแน่นอน” ขอเป็นสส.ในสภาฯ ดีกว่า แต่จะช่วยคัดคนลงสมัคร สก.และช่วยเป็นแม่ทัพในการหาเสียง กทม.ให้พรรค

ทำให้ตอนนี้ ข่าวว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิ่งวุ่น ต้องไปคุยกับ “คนนอกพรรค” อยู่ประมาณ 3-4 คน เพื่อถามท่าทีว่า “สนใจจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่” โดยงานนี้ “อภิสิทธิ์” เป็นคนไปคุยเอง และไม่ได้บอกรายละเอียดใด ๆ กับ “คนในพรรค” เพราะ “เกรงความลับจะรั่วไหล” เพราะบางคนที่ไปคุย ข่าวว่ามี “นักธุรกิจอายุราว ๆ 50 ปีต้น ๆ” รวมอยู่ด้วย จึงทำให้เกรงว่า ถ้าคุยกันแล้วไม่ลงตัว แล้วชื่อปรากฏออกมา อาจไม่เป็นผลดีต่อ “คนที่ไปคุย” ด้วย ส่วนการส่ง สก. 50 เขต “ประชาธิปัตย์” ส่งครบแน่ โดยมีทั้ง “รุ่นเก่า-รุ่นใหม่” ผสมกันไป
ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” ก็ชัดเจนว่า จะทำแบบตอนปี 2565 คือไม่ส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพื่อไม่ให้ไปแข่งกับ “ชัชชาติ” ที่แนบแน่นกับ “เพื่อไทย” ขณะที่การส่งสก.ในนามพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจไม่ส่งสก.ลงสมัคร ส่วนสก.เพื่อไทย ที่ชนะเลือกตั้งมาตอนปี 2565 รวม 20 คนจาก 50 ที่นั่ง โดยหาก สก.คนไหนอยากสมัครต่อ ก็ให้ลงในนาม “อิสระ” หรือตั้งกลุ่มกันเอง หรือใครจะย้ายพรรคไปอยู่พรรคอื่นก็ไม่ขัดข้อง จนทำให้สก.เพื่อไทยหลายคน รวมถึงพวกที่เคยลง สก.ตอนปี 2565 กับ “เพื่อไทย” แล้วสอบตก และจะลงสมัครอีกรอบ มีการรวมกลุ่มที่จะตั้งกลุ่มลงในนาม “อิสระ” กันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ล่าสุดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า “แกนนำเพื่อไทย” เริ่มลังเลใจ อาจเปลี่ยนใจส่งคนลงสมัครสก.ในนามพรรคเพื่อไทยก็ได้ หลังมี อดีตสส.กทม.เพื่อไทยหลายคน ทักท้วงกับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยว่า พรรคควรส่งสก. เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรคในกทม.ไว้ ไม่เช่นนั้น โอกาสที่เพื่อไทยจะพลิกกลับมามี สส.กทม.ในอนาคตอาจลำบาก หากปล่อยให้พรรคประชาชนหรือพรรคประชาธิปัตย์ยึดครองที่นั่งสก. ทำให้ตอนนี้ เพื่อไทย อยู่ระหว่างการรอตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะส่งสก.ลงสมัครหรือไม่ ที่คงได้ข้อยุติภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้
ดูอาการแล้ว ทั้ง “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์-พรรคเพื่อไทย” ตอนนี้ยังแค่ “วอร์มอัป” เครื่องยังไม่ค่อยร้อนเท่าใดนัก สำหรับการลงสู้ศึกสนาม กทม. แต่คาดว่าหลังเข้าสู่เดือนพ.ค. ทั้ง 3 พรรค รวมถึง “ชัชชาติ” และคนที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.และสก.แบบอิสระ คงต้องรีบเปิดตัวแล้ว เพราะหากลงสนามช้า อาจไม่ทันการเอาได้
…………………
คอลัมน์….“ส่องป้อมค่ายการเมือง”
โดย….“พระจันทร์เสี้ยว”



















