“…..คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2569 ถึงวันที่ 19 ก.ค. 2569 ….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.69 กลับเข้าสู่โหมดการทำงานกันแล้ว หลังจากที่หยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ “ปีใหม่ไทย” ส่วนใครที่กำลังจะเดินทางกลับขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและปลอดภัย

@@@……ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กองทัพไทย จัดตั้งจุดบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 182 จุด ทั่วประเทศ จัดกำลังพล และกำลังพลจิตอาสาพระราชทานของหน่วย ร่วมกับส่วนราชการ และภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้บริการประชาชนในเส้นทางสายหลัก และสายรองที่ประชาชนเดินทางสัญจร เพื่อรณรงค์และลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างความเข้าใจแก่ผู้สัญจรในด้านการขับขี่ ภายใต้หัวข้อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”

@@@……มีการจัดตั้งจุดบริการประชาชนตามเส้นทางหลักและตั้งหน่วย ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 3 จุด กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 22 จุด กองทัพบก จำนวน 82 จุด กองทัพเรือ จำนวน 58 จุด และกองทัพอากาศ จำนวน 17 จุด ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ ให้บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง การบริการห้องสุขา การตรวจสภาพและซ่อมแซมยานพาหนะ การบริการเครื่องดื่ม อาหารว่างและผ้าเย็น การบริการทางการแพทย์ การแจ้งเหตุร้องทุกข์บนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงให้บริการอื่น ๆ โดยมีประชาชนมาใช้บริการรวม 73,058 ครั้ง

@@@……ด้านกองทัพบกได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 82 จุด บนเส้นทางหลักทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 – 16 เม.ย. 2569 เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากการดำเนินการพบว่ามีประชาชนเข้ารับบริการสะสมรวมทั้งสิ้น 7,760 คน โดยเป็นการเข้าใช้บริการสอบถามข้อมูลเส้นทางและสภาพการจราจร พักผ่อนระหว่างการเดินทางพร้อมเครื่องดื่ม ใช้บริการซ่อมยานพาหนะ ห้องสุขา การปฐมพยาบาลและการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การแจ้งเหตุ/ร้องทุกข์ การชาร์จโทรศัพท์ รวมถึงบริการด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ กองทัพบกได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ

@@@……นอกจากนี้ กองทัพบก โดย กองกำลังสุรนารี ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ เปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และพื้นที่สำคัญของประเทศ เนื่องในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 16 เม.ย. 2569 เวลา 07.00 – 13.00 น. ณ บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 14,155 คน ครอบคลุมทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป แสดงถึงความสนใจของประชาชนต่อแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพื้นที่ชายแดนของประเทศ

@@@……ประชาชนที่เข้าชมพื้นที่ได้กราบสักการะ สรงน้ำพระสมเด็จองค์ปฐม เพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงความเคารพรำลึกถึงวีรชนทหารกล้าบริเวณอนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350 พร้อมทั้งเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชายแดน ซึ่งมีคุณค่าในมิติประวัติศาสตร์ความมั่นคง และความสำคัญต่อประเทศ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน มูลนิธิ วัด และจิตอาสาในพื้นที่ โดยได้จัดตั้งกองอำนวยการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ปราสาทตาควาย–เนิน 350 เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
@@@……โดยหน่วยได้จัดกำลังพลร่วมดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการเข้าชม การกำหนดช่วงเวลาในการเข้าพื้นที่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร การให้ข้อมูล และประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติในการเข้าชมโบราณสถานอย่างเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง โดยภาพรวมการจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม หลังจากนี้จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมในครั้งต่อไป เพื่อร่วมเรียนรู้และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทยร่วมกัน

@@@……แม้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของประชาชนทั่วประเทศ แต่กำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละ เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบสุขของส่วนรวม ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) มอบหมายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 สำนักงานพัฒนาภาค 3 จัดกำลังพลสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัย ร่วมปฏิบัติการกับศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ ในการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

@@@……ภารกิจครั้งนี้ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกในการเติมน้ำให้กับเฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 2 ลำ ได้แก่ ปภ.32-02 และ ปภ.32-04 รวมทั้งสิ้น 16 เที่ยว ปริมาณน้ำรวม 48,000 ลิตร เพื่อใช้ในการดับไฟป่าที่กำลังลุกลามในพื้นที่ภูเขาสูงชัน ซึ่งยานพาหนะภาคพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงได้ กองทัพไทยขอยืนยันว่า “ความปลอดภัยของประชาชน คือภารกิจสูงสุด” แม้ในวันที่หลายคนได้พักผ่อนกับครอบครัว แต่เจ้าหน้าที่ทุกนายยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และมีความสุขอย่างแท้จริงในช่วงเทศกาลสงกรานต์

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจความพร้อมของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังหลักในการรักษาอธิปไตยของชาติบริเวณชายแดนด้านตะวันออก โดยมีผู้บังคับบัญชาและกำลังพลให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของ กปช.จต. ในฐานะ “ปราการด่านหน้าสุดของประเทศ” ที่มีภารกิจปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ ทั้งในมิติทางบกและทางทะเล พร้อมชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จที่ผ่านมาเกิดจากการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับยุทธการจนถึงกำลังพลหน้าแนวทุกนาย

@@@……ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวชื่นชมผลการปฏิบัติที่ผ่านมา โดยเฉพาะความสำเร็จในการขับไล่ผู้รุกรานและยึดคืนพื้นที่อธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านข่าวกรอง การส่งกำลังบำรุง ระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับทุกเหล่าทัพอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านองค์บุคคล พัฒนาขีดความสามารถและเสริมสร้างขวัญกำลังใจของกำลังพล ด้านองค์วัตถุ ตรวจสอบความพร้อมของอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุน และด้านองค์ยุทธวิธีปรับแผนและการฝึกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลง และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ฝ่ายตรงข้ามยังคงมีการเสริมกำลังทั้งทางบกและทางทะเลอย่างต่อเนื่อง กองทัพเรือจึงได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ยกระดับความพร้อมรบ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

@@@……ในด้านความมั่นคงภายใน ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารทางราชการ โดยเฉพาะการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจกระทบต่อภารกิจทางทหาร พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยของที่ตั้ง การเคลื่อนย้ายกำลัง และยุทโธปกรณ์ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารในสังคม ซึ่งอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่ากองทัพเรือรับฟังทุกเสียงของพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ โดย ผู้บัญชาการทหารเรือได้ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กองทัพเรือจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่อ่อนข้อในประเด็นด้านความมั่นคง พร้อมคงการวางกำลังอย่างมั่นคง และจะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมายเล็ดรอดผ่านพื้นที่ชายแดนทั้งทางบกและทางทะเล การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการเสริมสร้างความพร้อมรบ รักษาอธิปไตย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า กองทัพเรือยังคงเป็นกำลังหลักในการปกป้องประเทศชาติอย่างเข้มแข็ง

@@@……พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์หลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศทางทะเล โดยขณะนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดทำ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) แล้วเสร็จเรียบร้อย โดยครอบคลุมทั้งด้านยุทธการ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ ใน TOR ดังกล่าวกองทัพเรือได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการกำหนดให้มีการชดเชยทางด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ เช่น สัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้อง กันประเทศของไทยในระยะยาว
@@@……ภายหลังการจัดทำ TOR แล้วเสร็จ กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีศักยภาพในการต่อเรือฟริเกต และมีประสบการณ์ในระดับสากลจากทั้งยุโรปและเอเชีย จำนวน 11 บริษัท เข้าร่วมยื่นข้อเสนอ ได้แก่ DAMEN NAVAL (เนเธอร์แลนด์) NAVANTIA (สเปน) FINCANTIERI (อิตาลี) TAIS Shipyards และ ASFAT (ตุรกี) ST Engineering Marine (สิงคโปร์) Hanwha Ocean, SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries (สาธารณรัฐเกาหลี) CSTC (จีน) และ ROSOBORONEXPORT (รัสเซีย) โดยกำหนดรับข้อเสนอใน 21 เมษายนนี้
@@@……การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มุ่งเน้น ความโปร่งใส เปิดกว้าง และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้กองทัพเรือได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งในด้านขีดความสามารถของเรือ ความคุ้มค่าในระยะยาว และผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยได้เปิดให้มี ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ตามข้อตกลงคุณธรรมที่กองทัพเรือได้ลงนามร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อติดตามกระบวนการจัดหาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR การเชิญชวน การยื่นข้อเสนอ การพิจารณาคัดเลือก ตลอดจนถึงขั้นตอนการบริหารสัญญา เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน ซึ่งทางกองทัพเรือขอยืนยันว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้ เป็นการดำเนินการอย่างมีขั้นตอน ชัดเจน ตรวจสอบได้ และยึดถือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
@@@……สำหรับสถานการณ์ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 2/2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2569 ถึงวันที่ 19 ก.ค. 2569 และให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2569 ถึงวันที่ 19 ก.ค. 2569 ตามมติของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 2/2569
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















