นายกฯปัดรัฐบาลขัดแย้งปม‘แลนด์บริดจ์’ ย้ำเดินหน้าตั้งคกก.ศึกษาใหม่ใน 90 วัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกรัฐมนตรียืนยันไม่มีความขัดแย้งภายในพรรครัฐบาล กรณีความเห็นต่างโครงการแลนด์บริดจ์ ระบุเป็นเพียงการพูดคนละช่วงเวลา พร้อมเดินหน้าตั้งคณะกรรมการศึกษาใหม่ภายใน 90 วัน เพื่อประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ในบริบทโลกปัจจุบัน


เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีความเห็นที่ไม่ตรงกันของรัฐมนตรีในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ ระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีปัญหา เป็นเพียงการพูดคุยกันคนละช่วงเวลา


นายอนุทินระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยจะพิจารณาในทุกมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าการลงทุน ระบบโลจิสติกส์ และปัจจัยประกอบอื่น ๆ โดยมองว่าไม่สามารถพิจารณาเพียงเรื่องต้นทุนการขนส่งได้อย่างเดียว แต่ต้องดูภาพรวมเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า


ทั้งนี้ จะเร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง จึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่ทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น


“แลนด์บริดจ์ไม่ใช่โครงการที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่เป็นนโยบายที่มีการพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2562 และเคยถูกผลักดันต่อเนื่องมาแล้วในหลายรัฐบาล” นายอนุทินกล่าว


เมื่อถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนภาคใต้ที่สนับสนุนโครงการแต่ยังไม่เข้าใจรายละเอียด นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารให้ชัดเจนถึงประโยชน์ของโครงการ เพราะทุกนโยบายต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก


ส่วนกรณีกระแสคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ นายอนุทินกล่าวว่า ในพื้นที่ยังมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งทุกอย่างต้องพิจารณาจากข้อมูลผลการศึกษา ความคุ้มค่า และประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงจ


นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวต่อสถานการณ์โลก โดยเฉพาะด้านการขนส่งและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลเรื่องการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก แม้อาจทำให้บางฝ่ายไม่พอใจ แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในระยะยาว.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img