“ไอติม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน มุ่งหน้าปลดล็อกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หวังสมาชิกรัฐสภาโหวตรับหลักการทุกร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ในวาระแรก ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ย้ำแม้ที่มาและโมเดล ส.ส.ร. ของแต่ละพรรคจะแตกต่างกัน แต่ควรรับทุกร่างไปก่อนเพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชน แล้วค่อยไปถกเถียงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ
แล้วค่อยไปถกเถียงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เตรียมจะบรรจุวาระการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ช่วงประมาณวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ มองโมเดลสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของแต่ละพรรค อย่างไรบ้าง ว่า ตามเข้าใจตนน่าจะเป็นเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยขณะนี้คาดว่าจะมีร่างที่ยื่นเข้าสู่สภาและเตรียมที่จะยื่นเข้าสู่สภาแล้วประมาณ 5-6 ฉบับ และคงต้องรอดูว่าจะมีร่างอื่นจากสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่นหรือจากการเข้าชื่อของภาคประชาชนมาเพิ่มด้วยหรือไม่ สำหรับในเชิงรายละเอียดของเนื้อหานั้น พรรคประชาชนยึด 3 หลักการที่เคยประกาศไว้ ได้แก่ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2.การวางกติกาไม่ให้กระบวนการถูกผูกขาดหรือกินรวบจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ 3.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้กับสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกรัฐสภากลุ่มใดในการชี้ขาดเรื่องเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการดูร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ แล้ว เห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยสอดคล้องกับหลักการทั้ง 3 ข้อของเรา พรรคประชาชนจึงจัดสรร สส.ให้ไปร่วมลงชื่อเพื่อให้พรรคเพื่อไทยสามารถยื่นเข้าสู่สภาได้ ส่วนร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ขณะที่ร่างของพรรคภูมิใจไทย ไม่สอดคล้องกับ 3 หลักการของเราคือไม่มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. และเพิ่มอำนาจพิเศษให้กับสว. อย่างไรก็ตาม หากถอยกลับไปมองในภาพใหญ่ การพิจารณาในวันที่ 7-8 กรกฎาคมจะเป็นการพิจารณาในชั้นรับหลักการ ซึ่งตนมองว่าทุกร่างหลักการโภาพใหญ่ตรงกันคือการเพิ่มเติมหมวด 15/1 ให้มี ส.ส.ร.หรือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น ในชั้นรับหลักการตนหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะโหวตรับหลักการทุกร่าง แม้ว่าจะมีเนื้อหารายละเอียดเช่น ที่มา ส.ส.ร. ที่มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ก็สามารถนำไปถกกันในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ และเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนมีความประสงค์ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรตอบสนองหรือรับผิดชอบต่อผลดังกล่าว โดยโหวตรับหลักการทุกร่าง
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีเรื่องใดที่เป็นห่วงหรือกังวลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะในอีกมุมเราก็ต้องยืนยันว่ารายละเอียดของแต่ละร่างยังมีความแตกต่างกันอยู่ แต่ในชั้นรับหลักการก็คาดหวังในทุกคนรับทุกร่าง ส่วนรายละเอียดค่อยไปถกกันในชั้น กมธ. แต่เมื่อถึงชั้น กมธ.แล้วตนคิดว่าประเด็นที่เราให้ความสำคัญเช่น การเปิดให้มีคูหาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง หรือการยืนยันว่าไม่ควรเพิ่มอำนาจพิเศษให้กับสว. นั้น ต่างเป็นประเด็นที่เราต้องไปผลักดันให้เต็มที่ในชั้น กมธ.ต่อไป



















