นายกฯ ระบุโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้รับการตอบรับดี ประชาชนพึงพอใจการจับจ่ายใช้สอย ขณะเดียวกันพร้อมรับฟังข้อวิจารณ์หลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำรัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 3 มิถุนายน ที่พรรคภูมิใจไทย นายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังลงพื้นที่ตลาดศรีย่านว่า พบว่าประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี มีความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอย และผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและร้านค้าในพื้นที่ต่างได้รับประโยชน์
นายอนุทินกล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนใช้สิทธิ์ผ่านทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจ
เมื่อถูกถามถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ขอให้โครงการดำเนินต่อไป นายอนุทินกล่าวว่า “ขออย่าให้หยุด” พร้อมระบุว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาต่อเนื่อง โดยย้ำว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
สำหรับกรณีผู้ลงทะเบียนโครงการไม่ครบตามเป้าหมาย 30 ล้านสิทธิ์ นายอนุทินระบุว่า งบประมาณที่เหลือจะนำไปใช้ในมาตรการอื่นที่จำเป็นเร่งด่วนตามกรอบกฎหมายและ พ.ร.ก.กู้เงิน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณอย่างคุ้มค่า
ส่วนกรณีกระแสวิจารณ์หลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีข้อกังวลว่าการนำสิทธิ์ลดหย่อนภาษีของบิดามารดาอาจทำให้บางรายถูกตัดสิทธิ์นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ยอมรับว่าอาจมีทั้งผู้พอใจและไม่พอใจในรายละเอียดโครงการ พร้อมย้ำว่าจะรวบรวมข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสม หากพบว่าเป็นผลจากการประเมินที่คลาดเคลื่อนก็พร้อมแก้ไข
“เรายังมีโครงการอีกหลายระยะ ไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบ ต้องปรับให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถูกถามถึงจำนวนผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า รายละเอียดเชิงตัวเลขให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจง โดยมีนายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดำเนินการหลัก พร้อมย้ำว่ารัฐบาลสนับสนุนเชิงนโยบาย แต่ให้หน่วยงานเศรษฐกิจเป็นผู้กำหนดรายละเอียด
นายอนุทินยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนบางส่วนไม่เข้าร่วมโครงการเนื่องจากไม่ต้องการความยุ่งยากในการสแกนหรือตรวจสอบสิทธิ์ ขณะที่บางรายยังเข้าไม่ถึงระบบหรือไม่ทราบขั้นตอน ซึ่งรัฐบาลต้องกลับไปทบทวนด้านการประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นในโครงการระยะต่อไป
ทั้งนี้ นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อปรับปรุงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสวัสดิการรัฐให้มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต




















