.
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ เดินหน้าความร่วมมือด้านเกษตร อาหาร พลังงาน สาธารณสุข พร้อมชวนบรูไนฯ ลงทุนในไทย สร้างความมั่นคงและการเติบโตร่วมกัน
.
เมื่อเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) วันที่ 17 มิ.ย.ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 โรงแรม Mirage เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว)มหาดไทย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ (His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah) แห่งบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย
โดยนายกฯ แสดงความซาบซึ้งต่อสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ ที่ทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมทั้งกล่าวแสดงความยินดีกับเจ้าชายอับดุล มาติน ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นรมว.ต่างประเทศของบรูไนฯ
ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย-บรูไนฯ มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในทุกระดับ พร้อมร่วมมือส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ

โอกาสนี้ นายกฯได้แสดงความตั้งใจที่จะเดินทางเยือนบรูไนฯ อย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการเยือนบรูไนฯ ครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับบรูไนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในสาขาที่มีศักยภาพและเป็นประโยชน์ร่วมกัน
นายกฯ กล่าวแสดงความสนใจต่อการนำเข้าปุ๋ยจากบรูไนฯ เพิ่มมากขึ้น โดยเห็นว่าการกระจายแหล่งนำเข้าปุ๋ยมีความสำคัญต่อการรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และจะมอบหมายให้รมว.พาณิชย์ของไทยหารือกับฝ่ายบรูไนฯ ในรายละเอียดต่อไป ส่วนด้านความมั่นคงทางอาหาร เน้นย้ำบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ของบรูไนฯ และแสดงความพร้อมในการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยไปยังบรูไนฯ เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่สาธารณสุข ยินดีต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลบีเอ็นเอชของไทยกับ Jerudong Park Medical Centre ของบรูไน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และการส่งต่อผู้ป่วยให้เข้ารับการรักษาในประเทศไทย

นายกฯ กล่าวเชิญชวนภาคเอกชนของบรูไนฯ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ สำหรับพระมหากรุณาธิคุณและพระราชไมตรีอันแน่นแฟ้นที่ทรงมีต่อประเทศไทย รวมทั้งการทรงสนับสนุนความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศมาโดยตลอด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับบรูไนฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป




















