รมช.มหาดไทย ระบุผลสอบข้อเท็จจริงปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครบกำหนดแล้ว รอปลัด มท. ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ราย พร้อมเผยการตรวจเทียบคะแนนสอบกับกระดาษคำตอบผู้สอบผ่านกว่า 15,000 คน จะแล้วเสร็จภายในคืนนี้ ย้ำผู้สอบได้ด้วยความสามารถจะไม่เสียสิทธิ์ ส่วนผู้มีคะแนนผิดปกติหากพบทุจริตต้องดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.57 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่อาคารวุฒิสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการระดับสูงและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) รวม 5 ราย ว่า เรื่องดังกล่าวต้องสอบถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากกำหนดระยะเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงครบเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีโอกาสพบปลัดกระทรวงเพื่ออัปเดตข้อมูล อย่างไรก็ตาม กระบวนการจะต้องดำเนินไปตามขั้นตอน ส่วนจะแล้วเสร็จเมื่อใด ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีอธิบดีและรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรวมอยู่ในรายชื่อผู้ถูกตรวจสอบทั้ง 5 ราย นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้ และคาดว่าปลัดจะส่งข้อมูลมาในภายหลัง
สำหรับขั้นตอนหลังการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการตามระเบียบ โดยจะมีการสอบสวนผู้ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนจะมีการดำเนินคดีอาญาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนทางวินัย หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวถึงการตรวจสอบคะแนนสอบและกระดาษคำตอบของผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการท้องถิ่นกว่า 15,000 คน ว่า การตรวจสอบข้อมูลระหว่างผลคะแนนที่ประกาศกับไฟล์ภาพกระดาษคำตอบจะครบกำหนดในวันนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงดึกของคืนเดียวกัน หากพบว่าคะแนนไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ จะต้องเสนอเรื่องดำเนินการทันที เพราะถือว่าเป็นความผิดปกติที่ต้องได้รับการตรวจสอบให้กระจ่าง
ทั้งนี้ การตรวจสอบดำเนินการร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณายกเลิกบัญชีผู้สอบได้ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า หากพบผู้มีคะแนนผิดปกติ จะสามารถเลื่อนผู้มีลำดับถัดไปขึ้นมาแทนได้ทันทีหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องรอข้อสรุปจากการตรวจสอบก่อน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการจัดสอบใหม่ เพราะผู้สอบผ่านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง และผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ที่สอบได้โดยสุจริตไม่ให้ได้รับผลกระทบ ส่วนผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติจะถูกดำเนินการตามกระบวนการ และหากถูกตัดสิทธิ ผู้ที่มีลำดับถัดไปก็จะได้รับการเลื่อนขึ้นมาแทน
ส่วนกรณีผู้ที่ถูกตัดสิทธิจะมีโอกาสชี้แจงหรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทุกกรณีจะต้องมีการสืบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุว่าคะแนนผิดปกติเกิดจากอะไร และมีบุคคลหรือขบวนการใดเกี่ยวข้อง
เมื่อถามย้ำว่า หากพบคะแนนผิดปกติจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาทันทีหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนก่อนว่า ความผิดปกติเกิดขึ้นในขั้นตอนใด และมีเจตนาทุจริตหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็จำเป็นต้องสืบหาความจริงให้ปรากฏอย่างรอบด้าน
นายวรศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อมั่นว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนสู่กระทรวงมหาดไทย เพราะทุกฝ่ายทำงานด้วยความจริงใจในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังมีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบอย่างรอบคอบ หากพบว่าผู้ที่มีคะแนนผิดปกติเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต ก็จะมีการขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.




















