“ปกรณ์ นิลประพันธ์” นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ย้ำเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบความเชื่อมั่นการปกครองท้องถิ่น สั่งตรวจสอบให้รอบด้าน ทั้งกระบวนการทางกฎหมาย วินัย และมาตรฐานจริยธรรม พร้อมเดินหน้าปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดซ้ำ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 1 โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ของประชาชนและหลักการกระจายอำนาจ
รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการสอบแข่งขัน แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่าการบริหารงานบุคคลภาครัฐต้องยึดหลักระบบคุณธรรม แต่กรณีดังกล่าวถือว่าร้ายแรงเกินกว่าจะมองเป็นเพียงการละเมิดระบบคุณธรรมทั่วไป
“คณะกรรมการชุดนี้มีโอกาสสำคัญที่จะล้างบ้านให้สะอาด” นายปกรณ์ กล่าว พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยการดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาของหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เดินหน้าต่อไป ขณะที่กระบวนการทางวินัยต้องตรวจสอบควบคู่กัน
นายปกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการจะพิจารณาถึงช่องโหว่ของระบบการสอบและการบริหารงานบุคคล เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมทุจริตในลักษณะเดียวกันอีก พร้อมระบุว่า การทุจริตเปรียบเสมือน “มะเร็งร้าย” ที่ทำลายระบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาจส่งผลกระทบต่อการกระจายอำนาจของประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้พิจารณาประเด็นด้านมาตรฐานจริยธรรมอย่างจริงจัง นอกเหนือจากการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ โดยหากตรวจสอบพบผู้เกี่ยวข้องและเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ต้องดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะหารือถึงกรอบการทำงาน แนวทางการตรวจสอบ และระยะเวลาดำเนินการ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนต่อไป




















