นายกรัฐมนตรีเผยครบรอบ 1 ปีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรให้ยินดีหรือเฉลิมฉลอง ย้ำไทยเดินหน้ารักษาอธิปไตย พร้อมเผย รมว.กลาโหมจีนยืนยันอาวุธที่ส่งให้กัมพูชาเป็นเพียงการซื้อขายเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ใช้เพื่อสู้รบกับไทย ยืนยันประชาชนใช้ชีวิตและทำธุรกิจได้ตามปกติ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีครบรอบ 1 ปีเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ไม่มีอะไรที่ควรจะต้องยินดีหรือเฉลิมฉลอง เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการคือการรักษาอธิปไตยของประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มีโอกาสพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนถึงกรณีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จีนส่งไปยังประเทศกัมพูชา ว่าเป็นเพียงการซื้อขายในเชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนด้านกำลังทหาร แต่ไม่ได้ส่งไปเพื่อใช้ในการสู้รบกับประเทศไทย
ทั้งนี้ คำยืนยันดังกล่าวสอดคล้องกับที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ให้ไว้กับนายกรัฐมนตรีระหว่างเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีประเด็นใดที่จะทำให้ประชาชนไทยต้องเกิดความกังวล
“ไม่ว่าทุกคนจะวางแผนการใช้ชีวิต การดำเนินธุรกิจ หรือการลงทุน ขอให้คิดเหมือนว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะอันตรายหรือสุ่มเสี่ยงจากข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนการแก้ไขปัญหา การเจรจา และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะต้องดำเนินการตามข้อตกลงและผ่านการหารือ ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคต โดยปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือเสียประโยชน์
ส่วนกรณีการเยียวยาความเสียหาย โดยเฉพาะกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับความเสียหายจากจรวด BM-21 และออกมาเรียกร้องว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวยา นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีกฎหมายรองรับและจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัญหาบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย เนื่องจากบางกรมธรรม์มีข้อยกเว้น เช่น เหตุจลาจล (Riots) หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Act of Gods) ซึ่งบริษัทประกันอาจมีการตีความแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือให้เกิดความเป็นธรรม เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นถือเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบดูแลประชาชน.



















