ดหนั
เอาจริงไม่เกรงใจใคร! “พงศกร ขวัญเมือง” โฆษก ปชป. แถลงเดือดจี้อุดช่องโหว่กฎหมายไทย ชูร่าง พ.ร.บ. ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง ลุยฟัน 3 ฐานความผิดหนัก “ฆ่า-ข่มขืน-ปล้น” ลั่นรอบสองห้ามลดโทษ-อภัยโทษเด็ดขาด รอบสามเจอโทษสูงสุดไร้ลดหย่อน เพื่อคืนความปลอดภัยให้คนบริสุทธิ์
วันที่ 5 ส.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในสังคมว่า จากกรณีศึกษาคดีสำคัญอย่าง “ป๋อง และ ธง” สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การใช้ความเมตตาและช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบัน กลายเป็นเหมือน ใบอนุญาต ที่เปิดโอกาสให้อาชญากรกลับมากระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง ขึ้นเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ 1.ควบคุม 3 ฐานความผิดร้ายแรง ครอบคลุมคดี ฆ่า- ข่มขืน- และปล้น ซึ่งเป็นความผิดที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างร้ายแรง 2. ในการทำผิดครั้งแรก ให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติพร้อมออกหมายเตือน แต่หากกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะห้ามมิให้ฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ หรือกระทรวงยุติธรรม เสนอชื่อเพื่อลดโทษหรือขอพระราชทานอภัยโทษโดยเด็ดขาด 3.หากยังกล้ากระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 3 กำหนดให้ศาลต้องพิพากษาลงโทษในอัตราโทษสูงสุดเท่านั้น และจะไม่มีการลดหย่อนโทษใด ๆ ทั้งสิ้น
.”แม้หลายฝ่ายอาจมองว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ดูใจร้ายหรือไร้ความเมตตาต่อผู้กระทำผิด แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมและกฎหมายต้องปกป้อง คือชีวิตของคนบริสุทธิ์ที่ควรจะได้ใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ต้องคอยหวาดระแวง หรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรต่อเนื่อง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวและว่าพรรคฯเตรียมนำร่างกฎหมายดังกล่าวรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้จริง เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างสังคมที่ประชาชนไม่ต้องอยู่อย่างระมัดระวังอีกต่อไป
“ขอเชิญชวนทุกคนที่มีความเห็นหลากหลายมาร่วมกันถกเถียง พูดคุยกับเรา ว่าอยากให้ปรับปรุงอะไร แต่อย่างไรก็ตามเรายืนยันที่จะต้องผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง และทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ต้องระมัดระวัง และทำให้ทุกคนในประเทศไทยใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องระแวง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



















