“สุชาติ ชมกลิ่น” เผยคณะทำงานบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นรายที่ 6 เจ้าของ “ริมผา ณ วังน้ำเขียว” แสดงความจำนงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลด้วยตนเอง ล่าสุดคืบหน้าแล้ว 70% นำเครื่องจักรเร่งดำเนินการ คาดรื้อถอนครบ 100% ภายใน 10 วัน พร้อมย้ำเดินหน้าแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส. ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยขณะนี้คณะทำงานได้ดำเนินการเป็นรายที่ 6 แล้ว
สำหรับกรณีดังกล่าว เจ้าของรีสอร์ทได้เข้ามาแจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ขอเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลอาสินด้วยตนเอง โดยนายพงษ์เทพ เจ้าของรีสอร์ท “ริมผา ณ วังน้ำเขียว” ได้เริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่แล้ว
สิ่งปลูกสร้างที่ต้องดำเนินการรื้อถอน ประกอบด้วย บ้านพัก 6 หลัง บ้านพักคนงาน 2 หลัง ห้องเก็บของ 1 หลัง ชุดสุขา 1 หลัง ศาลา 4 หลัง และถังพักน้ำ 2 ถัง
ล่าสุด นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าคณะทำงานฯ และนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีว่า การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของนายพงษ์เทพ เจ้าของรีสอร์ท “ริมผา ณ วังน้ำเขียว” ดำเนินการไปแล้วประมาณ 70% ของปริมาณงานทั้งหมด
ขณะนี้ได้มีการนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ครบ 100% ภายในระยะเวลาประมาณ 10 วัน และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค. 2569
นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยยึดตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 และวันที่ 14 มี.ค. 2566 รวมถึงมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569
แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับการแยกผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยสุจริต ทั้งผู้ที่อยู่อาศัยมาก่อนและหลังการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ออกจากกลุ่มผู้บุกรุกและนายทุนที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและนำหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิสูจน์สิทธิอย่างเป็นธรรม โดยจะพิจารณาแต่ละกรณีบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมและข้อเท็จจริง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่า



















