“มท.4” แจงกมธ.กระจายอำนาจฯ ด้าน ปธ.กมธ. เผยหาช่องช่วยข้าราชการที่บรรจุแล้ว ได้เลือกพื้นที่ก่อน หลังโดน 5,925 คน เบียดโควตา เสนอ กรรมการกลางออกมติพิเศษเยียวยา
วันที่ 20 ส.ค.2569 เวลา 11.45 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจฯ เป็นประธานการประชุม มีพิจารณา เรื่อง การเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่นในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมกับ 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ
นายคงกฤษ แถลงผลการประชุมว่า วันนี้ นายวรศิษฎ์ ได้เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แต่ยังมีบางประเด็นที่รัฐมนตรีติดภารกิจจึงไม่สามารถตอบชี้แจ้งได้ โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นชี้แจงต่อไปและมีนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย โดยพิจารณาประเด็นสำคัญ คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต และผู้ที่กำลังจะได้รับการบรรจุ 3000 กว่าตำแหน่ง ภายหลังจากที่ตัดสิทธิ์ผู้ทุจริตสอบไปแล้ว จะมีสิทธิ์เลือกบรรจุในจังหวัดที่ต้องการหรือไม่

ด้านรศ.วีระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการสอบถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้ตนมั่นใจว่าผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งปกครองของมติกรรมการกลางให้เพิกถอนผู้ที่ทำทุจริต 5 พันกว่าราย ให้แล้วเสร็จภายใน 30 สิงหาคม หากไม่ปฏิบัติตามอาจจะผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นว่าเมื่อเพิกถอนสิทธิผู้ที่ทำทุจริตแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ทุจริตแต่ได้รับการบรรจุแล้ว จะมีสิทธิเลือกจังหวัดที่ต้องการอีกรอบหรือไม่ เพราะจะต้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ต้องหาวิธีการให้กับกลุ่มคนดังกล่าว เนื่องจากติดล็อกระเบียบที่กำหนดว่าหากจะย้ายอีกครั้ง ต้องอยู่ที่เดิมก่อน 2 ปี ซึ่งทางผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับทราบข้อกังวลนี้แล้ว และรับปากจะดำเนินการ ขณะเดียวกันประธานกับรองประธานกรรมาธิการกระจายอำนาจให้เวลา 15 วัน แล้วกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
ขณะที่นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการ ระบุว่า ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยืนยันให้ผู้ที่บรรจุแล้วอยู่ที่เดิม ซึ่งตนเชื่อว่าการฟ้องร้องจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะว่าสิทธิ์ที่เขาควรจะได้ถูกลดทอนลงไป ทางคณะกรรมาธิการจึงเสนอแนะว่าอาจต้องมีมติของกรรมการกลางเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการเยียวยา เพราะหลังจากที่จะมีการประกาศคะแนนใหม่ คนกลุ่มนี้จะได้เลื่อนขึ้นเป็นลำดับต้นๆ ฉะนั้นจึงควรจะได้สิทธิในการเลือกที่ทำงาน.



















