นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำทีมแถลงผลปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ทั้งสแกมเมอร์ นอมินี และปืนผาหน้าไม้ ยันใช้หลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ลุยล้างบางไร้ละเว้น ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน หากทำผิดถือเป็นอาชญากร พร้อมเดินหน้ายึดทรัพย์ขายทอดตลาดนำเงินคืนประชาชน
เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 25 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)
นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามาร่วมกันแถลงข่าวเป็นการรายงานภาพรวมความสำเร็จและความคืบหน้าของการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งเรื่องสแกมเมอร์ การสวมทำทะเบียน นอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย อาวุธปืน ยาเสพติดและการฟอกเงิน รวมถึงสิ่งชั่วร้ายและสิ่งที่เป็นความเลวร้ายเสื่อมทรามของสังคมไทยทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลได้ประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างชัดเจนกับการกระทำอันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างเข้มข้น ซึ่งแนวทางของรัฐบาลคือการบริหารจัดการที่ไม่แยกส่วนการทำงานกันและต้องเชื่อมข้อมูลเชื่อมกัน ทำงานร่วมกันให้รวดเร็วกว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาในฐานะนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยตนได้ติดตามและให้ข้อสั่งการกับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ดีเอสไอ ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และปปง.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปที่ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.การอุดช่องโหว่ของระบบทะเบียนไม่ให้มีการซื้อขายสัญชาติ การสวมสิทธิ์หรือใช้คนไทยเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง 2.เรื่องการจัดระเบียบธุรกิจและปราบปรามทุนนอมินี โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งเราต้องทำสองด้านพร้อมกันคือจัดการผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาดและแก้ปัญหาการอนุญาตที่ล่าช้า เพื่อให้คนที่ต้องการทำธุรกิจในด้านนี้ได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องสะดวกและมีความโปร่งใสและรวดเร็ว และ 3. เรื่องการจัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางของการออกใบอนุญาต การตรวจสอบร้านค้าและสนามยิงปืนไปจนถึงการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่เพื่อสกัดอาวุธและยาเสพติดก่อนจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ผลการทำงานในแต่ละด้านความคืบหน้าทางการยึดอายัดทรัพย์สินการจับกุมผู้กระทำความผิดการยึดคืนที่ดินของรัฐและการตรวจยึดอาวุธปืนกับยาเสพติด เป็นสิ่งที่ต้องได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากนอกจากประสิทธิภาพในการปราบปรามคือถ้าเราพบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องเราจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือมีข้อยกเว้น เพราะคนที่มีหน้าที่รักษากฏหมายจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสียเองไม่ได้ ย้ำว่าทุกหน่วยงานหลักจะต้องยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งตนได้มอบไว้ให้เป็นแนวทางในการดำเนินงานปราบปรามธุรกิจอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้มาตลอดโดยตรง ไม่ว่าผู้กระทำผิดเหล่านั้นจะเป็นใคร มีความยิ่งใหญ่ มีบทบาทมีอิทธิพลขนาดไหน ดูที่พฤติการณ์และพยานหลักฐานพร้อมใช้เทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆทั้งหลายที่มีเพื่อป้องกัน ให้การตรวจตับจับได้เกิดผลเร็วและขยายผลไปถึงต้นต่อ รวมถึงการดำเนินคดีได้รวดเร็วและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
นายกฯ กล่าวอีกกว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงจับกุมได้มากขึ้น แต่ไม่ให้ระบบของเราถูกใช้เป็นช่องทางของอาชญากรรมให้คนสุจริตได้ทำมาหากินได้อย่างเป็นธรรม และให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้คำยืนยันว่าเราจะดำเนินการต่อไปเราเอาจริงเอาจัง ทั้งเรื่องของการดำเนินคดีการติดตามขยายผล ไปจนถึงยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดเงินสด ยึดทรัพย์สินและเราก็จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เป็นทรัพย์สินจะเร่งดำเนินการขายทอดตลาด เพื่อนำรายได้ที่เกิดจากความเสียหายเหล่านี้มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ที่ถูกหลอกลวงไม่ใช่เอาเข้ามาเป็นของรัฐอย่างเดียว แต่ต้องเฉลี่ยคืนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำเหล่านี้ เหลือเท่าไหร่ถึงจะเป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนให้มีความมั่นใจในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลและผู้ปฏิบัติงานทุกคน ยืนยันว่าแนวทางการทำงานแบบปิดชื่อถือพฤติกรรม โดยเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งเป็นทั้งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นผู้พิทักษ์ยาเสพติดและเป็นผู้ที่พิชิตอันธพาลกรอบทำงานตนคิดว่าได้รับการซึมซับเข้าไปยังผู้ปฏิบัติงานทุกคน
“ทุกคนมีขวัญและกำลังใจมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่และไม่มีความเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ตัวหัวหน้ารัฐบาลไปยังผู้ปฏิบัติและหัวหน้าส่วนราชการทุกคนมีความชัดเจนและมีความมั่นคงแน่วแน่ ไม่ว่าจะไปถึงคนไหน รู้จัก สนิทกับเขามีอิทธิพลหรือมีช่องทางความสัมพันธ์ใดๆก็ตาม เรานั้นถือว่าเป็นเนื้อนาบุญ เราก็รู้จักกันไป แต่เมื่อเขาทำผิดกฎหมายเมื่อไหร่ เขาไม่มีสภาพที่แตกต่างไปจากอาชญากร โจร ผู้ร้าย บุคคลที่ไม่พึงประสงค์ในสังคม พวกเราทุกคนตลอดจนทีมงานทุกคนจะทำหน้าที่ทุกวิถีทาง เพื่อจะนำความสงบสุขมาให้สังคมมาให้บ้านเมือง และมาให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศไทยอย่างไม่มีวันท้อถอยอย่างแน่นอน“ นายกฯ กล่าว.



















