ครม.ไฟเขียวขยายประกันสังคมมาตรา33 คุ้มครอง‘แม่บ้าน-ลูกจ้างเกษตร-แผงลอย’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ครม.อนุมัติหลักการขยายความคุ้มครองประกันสังคม ม.33 เพิ่ม 3 กลุ่มลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น ทั้งกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างบุคคลธรรมดา และลูกจ้างแผงลอย ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ตั้งแต่เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ และว่างงาน คาดปี 2573 มีผู้ประกันตนเพิ่มกว่า 1.05 ล้านคน

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อขยายความคุ้มครองระบบประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่กลุ่มลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น

สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ จะขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้แก่ 1. ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ 2. ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา อาทิ แม่บ้าน คนสวน และคนขับรถ และ 3. ลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบการค้าแผงลอย

การขยายความคุ้มครองครั้งนี้จะทำให้ลูกจ้างกลุ่มที่เดิมถูกยกเว้นมีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป ครอบคลุมตั้งแต่กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงาน ช่วยเพิ่มหลักประกันให้แก่คนทำงานและครอบครัวในช่วงเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยจนกระทบต่อการทำงานและรายได้ รวมถึงมีหลักประกันเมื่อว่างงานและเข้าสู่วัยชรา

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สิทธิดังกล่าวครอบคลุมทั้งลูกจ้างสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นที่มีเอกสารยืนยันตัวตนและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมถึงลูกจ้างต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้ทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่ได้กำหนดสัญชาติของลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทำให้ลูกจ้างกลุ่มดังกล่าวสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับแก้ไขระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย จากเดิม 60 วัน เป็น 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้าง และสำนักงานประกันสังคมมีเวลาเตรียมความพร้อม ทั้งด้านระบบการส่งเงินสมทบและการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอย่างทั่วถึง

สำหรับผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การขยายความคุ้มครองครั้งนี้จะทำให้จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2569 และเมื่อถึงปี 2573 คาดว่าจะมีผู้ประกันตนรวมกว่า 1,050,000 คน ถือเป็นการขยายหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมคนทำงานที่เคยอยู่นอกระบบมากขึ้น และช่วยให้คนทำงานกลุ่มนี้มีหลักประกันรองรับความเสี่ยงสำคัญในชีวิต

การปรับกฎหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกันตน แต่เป็นการขยาย “หลักประกัน” ไปถึงคนทำงานที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ตั้งแต่แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ ไปจนถึงลูกจ้างแผงลอย และลูกจ้างในกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ให้เข้าถึงความคุ้มครองเมื่อเกิดเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน หรือเข้าสู่วัยชราได้มากขึ้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img