นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อเหตุความไม่สงบล่าสุด พบคนส่วนใหญ่มองชนวนเหตุหลักมาจากเรื่อง “งบประมาณในพื้นที่” และ “กลุ่มทุนเทา” ที่ไม่พอใจการปราบปรามของรัฐ พร้อมสะท้อนสาเหตุที่ป้องกันไม่ได้ เกิดจากข้อบกพร่องในนโยบาย-ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ขาดประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.69 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่ จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จำนวน 1,100 ตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนและสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95
ผลสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า อันดับแรก ร้อยละ 35.73 มองว่าเกี่ยวข้องกับ งบประมาณในพื้นที่ รองลงมา ร้อยละ 30.36 มองว่าเป็นกรณี กลุ่มทุนเทา เช่น ยาเสพติด การค้าของเถื่อน และมาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง ไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ร้อยละ 29.64 มองว่าเกี่ยวข้องกับ การเมืองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 27.64 มองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนการพูดคุยสันติสุขที่จะเริ่มต้นในเร็วๆ นี้ และร้อยละ 26.27 มองว่ากลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทาเพื่อสร้างสถานการณ์
ส่วนร้อยละ 20.27 มองว่ากลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามของภาครัฐ ขณะที่ร้อยละ 19.55 มองว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความแตกแยกในพื้นที่ และร้อยละ 19.09 เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ
นอกจากนี้ ร้อยละ 12.82 มองว่ากลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนรุ่นใหม่สร้างสถานการณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่ม ร้อยละ 12.00 มองว่าเกี่ยวข้องกับช่วงฤดูกาลโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูง และร้อยละ 11.27 เห็นว่าผู้ก่อความไม่สงบอาจมีแนวร่วมกับนักการเมืองในการช่วยบิดเบือนข่าวสาร
ขณะที่ร้อยละ 9.73 มองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อต่อต้านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ร้อยละ 6.36 เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ในช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังทหาร ร้อยละ 5.45 มองว่าเป็นปฏิบัติการหวังผลทางจิตวิทยาเพื่อให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่ และร้อยละ 4.09 เห็นว่าเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ก่อนการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา ส่วนร้อยละ 1.36 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ
ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถป้องกันเหตุความไม่สงบล่าสุดได้ ผลสำรวจพบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 40.82 ระบุว่าเกิดจาก ข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
รองลงมา ร้อยละ 39.91 ระบุว่า การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 34.27 มองว่าเกิดจาก ความประมาทของเจ้าหน้าที่ และร้อยละ 29.73 ระบุถึง ข้อบกพร่องด้านการข่าว
นอกจากนี้ ร้อยละ 29.36 เห็นว่าผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้ยากต่อการป้องกัน ร้อยละ 18.82 มองว่าการบังคับใช้กฎหมายประนีประนอมมากเกินไป ร้อยละ 18.09 ระบุว่าขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน ร้อยละ 11.55 มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับที่เกี่ยวข้องไม่ใช่คนในพื้นที่ และร้อยละ 10.64 เห็นว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอ
ส่วนร้อยละ 5.91 ระบุว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหน่วยงานท้องถิ่นไม่มีอาวุธในการป้องกันภัย ร้อยละ 5.45 เห็นว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะป้องกันได้ ขณะที่ร้อยละ 0.45 ระบุเหตุผลอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ และร้อยละ 0.36 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ
สำหรับข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 39.36 มีภูมิลำเนาอยู่ จ.นราธิวาส ร้อยละ 34.64 จ.ปัตตานี และร้อยละ 26.00 จ.ยะลา เป็นเพศชายร้อยละ 48.73 และเพศหญิงร้อยละ 51.27 โดยร้อยละ 60.18 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 39.73 นับถือศาสนาพุทธ และร้อยละ 0.09 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ




















