“หมอวรงค์”ตั้งคำถามปมทุจริตงบประมาณ อ้างผู้ประกอบการร้องเรียน มีการเรียกจ่าย 30% พร้อมจับตาเงินธนบัตรพันบาทหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน ชี้พัวพันเงินเทา-พนัน-สินบน-ซื้อเสียง
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระ 2
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายเสนอให้ปรับลดงบประมาณตามมาตรา 4 ลง 10% โดยให้เหตุผลว่ากังวลว่าการตั้งงบประมาณอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมระบุว่าไม่เชื่อว่าประเทศไทยไม่มีการโกง และได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับโครงการที่ถูกบรรจุอยู่ในเล่มงบประมาณ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า มีผู้ประกอบการร้องเรียนว่า แม้โครงการจะยังอยู่ในขั้นวาระแรก แต่กลับมีการจ่ายเงินแล้ว โดยยกตัวอย่างว่าต้นทุนสินค้าอยู่ที่ประมาณ 100 บาท แต่เมื่อถูกบรรจุในเล่มงบประมาณ ราคากลับเพิ่มขึ้นเป็น 300-400 บาท และมีการกล่าวอ้างว่าต้องจ่ายเงินให้ส่วนราชการ 30% โดยส่วนราชการจะนำเงินไปจ่ายต่ออย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ตั้งราคา 300-400 บาท ทั้งที่ต้นทุน 100 บาท จ่าย 30%” นพ.วรงค์ กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งงบประมาณในลักษณะดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ และจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีเงินธนบัตรชนิด 1,000 บาท หายออกจากระบบประมาณ 1.4 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับเงินเทา การพนัน เงินสินบน เงินใต้โต๊ะ และเงินซื้อเสียงนักการเมือง พร้อมตั้งคำถามว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้หารือถึงประเด็นดังกล่าวแล้วหรือไม่ หรือปล่อยให้ปัญหาสะสมต่อไป
“ประเทศจะไปไม่รอด” นพ.วรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการจ่ายเงินและการทุจริตดังกล่าวเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในสภาฯ ซึ่งควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



















